แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสร้างบารมี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การสร้างบารมี แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567

สร้างบารมี (เพื่อที่จะช่วยสรรพสัตว์) สิ่งที่ เรามีเราเป็นเราได้ ในปัจจุบัน ทั้งนั้น มาจากอดีต เมื่อถึงขีดถึงคราว ไม่ใช่ หนึ่งสมองสองมือเรา อย่าโง่เขลา หลงกลมาร

สร้างบารมี
(เพื่อที่จะช่วยสรรพสัตว์)

สิ่งที่ เรามีเราเป็นเราได้ ในปัจจุบัน
ทั้งนั้น มาจากอดีต เมื่อถึงขีดถึงคราว
ไม่ใช่ หนึ่งสมองสองมือเรา
อย่าโง่เขลา หลงกลมาร

กฏแห่งกรรม สร้างวัฏฏจักร
กิเลสกรรมวิบาก ของมาร
กรรมดีชั่ว สร้างได้ในโลกนี้ เท่านั้น
โลกหน้านั้น รับวิบาก อย่างเดียว
กฎไตรลักษณ์ สร้างฉากละคร
หรือเหมือนกับตอน นอนฝัน
ดูเป็นจริงเป็นจัง ทุกสิ่งอัน
เมื่อตื่นจากฝัน พลันหายหมด
หลังตาย เราจะรู้สึก ได้อย่างนั้น
เมื่อรู้ทัน ก็สายเสียแล้ว
ต้องไปคุกประหาร เป็นแถว
กลับตัวไม่ทันแล้ว เหมือนเดิม
ปุถุชน คนกิเลสหนา
เวียนวนไปมา ในวัฏฏสงสาร
เป็นอจินไตย อนันตกาล
ไม่มีวัน จะหลุดจะพ้น
ทุกข์หนักหนา คุกประหาร
น้ำตานั้น มากกว่าน้ำสมุทร
เป็นการตรัสรู้ องค์พระพุทธ
น่าสงสารสุด สรรพสัตว์
ยากหลาย ที่จะให้ปุถุชน
หันมาสน มาศรัทธาในบุญ
ต้องบารมีนัก จึงจะเกื้อกูล
การแสวงบุญ สร้างบารมี จึงจำเป็น

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สร้างบารมี (ชุบชีวีทั้งตนและหมู่ญาติ) ท่านผู้ลับ ดับสิ้นแล้ว กิเลส เข้าสู่เขต พระนิพพาน มีมากมาย ไม่มีประมาณ สงบปาน น้ำมหาสมุทร ยามไร้ลม

 สร้างบารมี
(ชุบชีวีทั้งตนและหมู่ญาติ)

ท่านผู้ลับ ดับสิ้นแล้ว กิเลส
 เข้าสู่เขต พระนิพพาน
มีมากมาย ไม่มีประมาณ
สงบปาน น้ำมหาสมุทร ยามไร้ลม
เมื่อธรรมทั้งปวง มีขันธ์เป็นต้น
สะอาดบริสุทธิ์ หลุดพ้นแล้ว
เหมือนพระอาทิตย์ ให้แสงแก้ว
 พ้นแล้ว จากคลองของถ้อยคำ
เหมือนไม่มีอดีต และอนาคต
สะอาดหมดจด สงบสว่าง
ล้ำสุขดื่มด่ำ ในกลางของกลาง
ไม่ละไม่วาง เข้านิโรธสมาบัติ
ทำพระนิพพานให้แจ้ง กรณียกิจ
มีชีวิต เพื่อกิจการนี้
กฎไตรลักษณ์ กฎแห่งกรรม มี
จะหนี ก็มีแต่ ที่พระนิพพาน
แสวงบุญสร้างบารมี นี้พื้นฐาน
 ไม่เข้านิพพาน พักที่สวรรค์ได้
มิฉนั้น จะมีทุกข์ใหญ่
ว่ายเวียนไป ในวัฏฏสงสาร

 บอกอย่างไร ไม่มีใครเชื่อ
ปุถุชนเป็นเบื้อ ปัญญาอ่อน
เป็นอานุภาพตัณหา แน่นอน
ยกเว้น ผู้สอน มีบารมี

การสร้างบารมี จึงเป็นกรณียกิจ
ชุบชีวิต ทั้งตนและญาติ
ตามติดมหาปูชนียาจารย์ จึงอาจ
ทุกภพชาติ ขอตามรอยบาทท่าน

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สงเคราะห์ญาติ (สร้างชาติสร้างบารมี) บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน ชี้หนทางสวรรค์ นิพพาน แต่ยากนัก จักหาผู้อย่างนั้น ผู้เตือนนั้น ต้องมีบารมี

 สงเคราะห์ญาติ
(สร้างชาติสร้างบารมี)

 
บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน
ชี้หนทางสวรรค์ นิพพาน
แต่ยากนัก จักหาผู้อย่างนั้น
ผู้เตือนนั้น ต้องมีบารมี

 ผู้มีบารมี น่าเคารพเชื่อฟัง
มีบุคคลิก เหมือนดั่งเทวดา
รักษาความดีต่อเนื่อง มานานช้า
จึงไม่ธรรมดา น่ากราบน่าไหว้
บุคคล ควรกั้น คนไม่ดีให้กัน
โดยเฉพาะลูกหลาน ในบ้านเรา
รวมทั้งสิ่ง ที่มามอมเมา
คนเขลา ปล่อยบุตรหลาน ร่านโลกีย์
แสวงบุญสร้างบารมี นี้จำเป็น
สงเคราะห์ญาติที่เห็น และโลก
คนดี พาพ้นทุกข์โศก
การทำความดี เพื่อโลก และตน
ช่วยคน ก็คือช่วยตนนั่นเอง
อานุภาพยิ่งเปล่ง มารเกรงกลัว
 ช่วยคนให้เป็นคนดี ทิ้งความชั่ว
เพิ่มบารมีให้กับตัว เป็นชีวิต
ไม่คบคนพาล นั้น มหามงคล
ชีวิตปี้ป่น ด้วยคบคนพาล
สุดอัปมงคล คนอย่างนั้น
หนีคนพาล พาลูกหลานเข้าวัด

 ทุกคนย่อมมี ทั้งเพื่อนดีและไม่ดี
จะหนีเพื่อนไม่ดี ให้ทำดี มุ่งมั่น
เข้าวัดปฏิบัติธรรม สำคัญ
ตั้งใจมั่น หมั่นแสวงบุญฯ

;;;;;;;;;; 

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566

สร้างศีลบารมี (ปกปักษ์ชีวีสรรพสัตว์) สัตว์ทั้งหลาย กลัวตายทั้งนั้น กลัวอาญากัน อกสั่น ขวัญหาย เพียงนึก ก็รู้สึก เสียวไส้ จงได้ ไว้ชีวิตตน และคนอื่น

 สร้างศีลบารมี
(ปกปักษ์ชีวีสรรพสัตว์)

สัตว์ทั้งหลาย กลัวตายทั้งนั้น
กลัวอาญากัน อกสั่น ขวัญหาย
เพียงนึก ก็รู้สึก เสียวไส้
จงได้ ไว้ชีวิตตน และคนอื่น

ฆ่าสัตว์..ตัดชีวิต ผิดศีล
ทำลายชีวิน โทษหนัก สุดจักบรรยาย
ไม่ใช่ผู้ ไม่ใช่คน เป็นสัตว์ร้าย
เพิ่งผุดมาจากอบาย สัตว์นรก
เกิดเป็นคน เริ่มต้น ไม่ฆ่า
เป็นผู้รักษา เมตตาสรรพสัตว์
 วิญญาณมนุษย์ มีปัญญาสามารถ
 เว้นขาด เข่นฆ่าล้างผลาญ
ผู้ประเสริฐสุด มนุษย์รักษาศีล
รักษาเป็นอาจิน กลิ่นศีลหอมนัก
หอมถึงชั้นฟ้า เทวดาประจัก
ภูมิใจนัก ปกปักษ์ ผู้มีศีล
ท่านผู้ใด เทพไท้ ลงรักษา
สุขอุรา ตกน้ำไม่ไหล ไฟไม่ไหม้
สมปราถนาทุกประการ บานหทัย
โรคภัยทั้งหลาย ไม่กลายกล้ำ
แทนที่จะฆ่า ให้หันมาเมตตา
ทำดั่งพระ..โพธิสัตว์ สร้างบารมี
แม้ตัวตาย เพื่อให้ชีวิตอื่นอยู่ดี
ให้สรรพสัตว์ สุขี มิมีภัย
เกิดเป็นมนุษย์ สุดยาก
ด้วยไม่รู้จัก สร้างศีลบารมี
 โมโหโกรธา ตัวอัปปรี
ขาดสติ ทำลายตนและคนอื่น

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผู้มีปัญญา (จะไม่ขอเลย) ผู้มีปัญญา จะไม่ขอเลย บารมีชดเชย ให้เต็มอยู่เสมอ มีสันโดษสมถะ ยากจะเจอ ประหยัดสุดเสมอ เพื่อประโยชน์สูง

 ผู้มีปัญญา
(จะไม่ขอเลย) 

ผู้มีปัญญา จะไม่ขอเลย
บารมีชดเชย ให้เต็มอยู่เสมอ
มีสันโดษสมถะ ยากจะเจอ
ประหยัดสุดเสมอ เพื่อประโยชน์สูง

 ผู้ขอ ย่อมไม่เป็นที่รัก
ยากนัก จักเป็นผู้ให้
ต้องมีปัญญา มีศรัทธา จึงให้ได้
และเป็นผู้ใหญ่ มีใจนุ่มนวล

ผู้ถูกขอ ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ดี
มิตรไมตรี ย่อมมีรอยร้าว
 นี่แหละพิษตัณหา น่าเศร้า
เมื่อใจเหงา กรรมเก่า จะเข้ามา

 เกลียดชังกัน ด้วยขอแล้วขอ
ยกเว้นแม่กับพ่อ เท่านั้นหละ
เป็นมิตรแท้ ไม่มีข้อแม้ เหมือนพระ
คนอกตัญญู จึงบาปหนา ท้านรก

ไม่ควรขอ สิ่งที่รัก จากเขา
เป็นเรื่องเศร้า เราทำร้ายมิตร
มิตรนั้นหนา ควรรักษาด้วยชีวิต
ภัยตามติด มีมิตรช่วยได้

วัฏฏสงสาร ภัยมหันต์ ต้องมีมิตร
บำเพ็ญทาน เป็นชีวิต มีมิตรมาก
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นหลัก
เวทนานัก ไม่รู้จัก บำเพ็ญทาน

ยอดมิตร กัลยาณมิตร นั่นเอง
คนเก่ง และดี มีกัลยาณมิตร
ทำพระนิพพานให้แจ้ง กรณียกิจ
ทุ่มชีวิต ตามติด มหาปูชนียาจารณ์

;;;;;;;;;;