แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานศีลภาวนาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานศีลภาวนาม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ทุกอย่างอยู่ที่ใจ (นุ่มใสสว่าง) มีความรัก ใจจักนุ่มนวล กว้าง ไม่ อ้างว๊างว้าเหว่ มีกำลังใจ ขยันในการงาน ทั้งภายนอกภายใน ไม่ดูดาย ในหมู่ญาติ และสังคม

 ทุกอย่างอยู่ที่ใจ
(นุ่มใสสว่าง)

มีความรัก ใจจักนุ่มนวล กว้าง
ไม่ อ้างว๊างว้าเหว่ มีกำลังใจ
ขยันในการงาน ทั้งภายนอกภายใน
ไม่ดูดาย ในหมู่ญาติ และสังคม

ทาน จึงสำคัญนัก ต่อศีล
ทานเป็นอาจิน ใจกว้าง
เมื่อโลภไม่มี ความโกรธก็จืดจาง
ใจกว้าง พื้นฐานของศีล
ให้อภัยยากนัก หากใจไม่กว้างจริง
กว้างอย่างยิ่ง ทั้งกว้างและสูง
มองเห็นความดี ที่ทำให้เขา เรืองรุ่ง
คนใจสูง น่าเคารพ
ศีล เท่ากับให้อภัย หรืออวัยวะ
ยากนักหนา กว่าทาน ที่ให้ทรัพย์
ใจไหญ่ ใสบริสุทธิ์ น่ากราบ
มีอานุภาพ ปราบพาลภัย
โลกเดือดร้อน ด้วยภัยธรรมชาติ
และภัยอาฆาต เข่นฆ่า
อีกทั้งภัยใจแคบ แสบ ไร้เมตตา
ไร้พุทธศาสนา เยียวยาใจ
ศีลรักษา พาใจ ให้ใสเย็น
ความโกรธอาฆาต หลีกเร้น หนีหาย
ไม่ตึงเครียด ไม่โกรธเกลียด สะบาย
ใจใสนี้ ฝึกสติ ได้วิเศษ
การเจริญภาวนา ฝึกสติ มีใจสว่าง
เกิดสุขจัง มีเมตตา
จึงสงเคราะห์ญาติ ญาติกา
นำพา ชาวประชา อยู่เย็น
ทานศีลภาวนา เป็นวัฏฏจักร
ยิ่งทำมาก ใจยิ่งกว้างยิ่งสูง ยิ่งสว่าง
สมบัติสาม ติดตาม ไม่ห่าง
สุขสมหวัง ทุกภพชาติ

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2565

เกียร์มนุษย์ (ทาน ศีล ภาวนา) รถวิ่งได้ไกล โดยใช้ เกียร์ คนสติเสีย วิ่งแต่เกียร์ต่ำ ทางวัฏฏะ ไกลนักหนา เหลือล้ำ ใช้แต่เกียร์ต่ำ คือกายมนุษย์ สุดเวทนา

เกียร์มนุษย์
(ทาน ศีล ภาวนา)


รถวิ่งได้ไกล โดยใช้ เกียร์
คนสติเสีย วิ่งแต่เกียร์ต่ำ
ทางวัฏฏะ ไกลนักหนา เหลือล้ำ
ใช้แต่เกียร์ต่ำ คือกายมนุษย์ สุดเวทนา

การนั่งสมาธิ เจริญสติ เปลี่ยนเกียร์
ใจหายละเหี่ย กายเบา ใจเบา
ความทุกข์หายไป  เกิดกำลังใจ เร่งเร้า
สู้ต่อเถอะเรา ทำความดี ไม่มีหยุด
เกียร์มนุษย์ มีมากมาย ไม่สิ้นสุด
ทานเป็นเกียร์มนุษย์ ฉุดเรา เข้าเกียร์แรก
ศีลเป็นเกียร์ที่สอง ถ้าได้ลอง จะดูแปลก
ต่างจากเกียร์แรก ดูสดใส สะบายกว่าเดิม

ภาวนาเป็นเกียร์ที่สาม เหมือนยาม ใช้เกียร์สูง
ชีวิตพุ่ง เร็วจัด ฉวัดเฉวียน
สว่างไสว ไร้อารมณ์ มาวนเวียน
กลายเป็นเซียน ได้ง่ายๆ รู้สึกได้เลย
ทานศีลภาวนา รวมมา เป็นสาม เกียร์ใหญ่ๆ
ที่จริงไซร้ มีมากมาย นับไม่ถ้วน
เข้าไปตามทาง สายกลาง ล้วนๆ
เป็นกระบวน เป็นระเบียบ เทียบได้ กับเกียร์รถ


;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563

คิดดีมีปีติกำลังใจ (หยุดคิดอยู่ภายใน กำลังใจมากสุด) :: คนทั่วๆไปนิสัยคิดไม่ดี จึงขาดปีติ กำลังใจ จิตไม่แจ่มใส จึงกระหาย โลกีย์ เหมือนคนกระหายน้ำ สติไม่มี น้ำนั้นจะดีหรือไม่ดี ไม่พิจารณา


คิดดีมีปีติกำลังใจ
(หยุดคิดอยู่ภายใน กำลังใจมากสุด)

คนทั่วๆไปนิสัยคิดไม่ดี จึงขาดปีติ กำลังใจ
จิตไม่แจ่มใส จึงกระหาย โลกีย์
เหมือนคนกระหายน้ำ สติไม่มี
น้ำนั้นจะดีหรือไม่ดี ไม่พิจารณา
ชีวิตจึงคับแคบ กระเสือกกระสน ดังที่เห็น
กลายเป็น คนโดดเดี่ยว เปล่าเปลี่ยวใจ
ยิ่งถึงวัยแก่ ยิ่งแย่ ยิ่งหนาวหลาย
ไม่รู้จะทำอย่างไร ซังกะตายไปวันๆ
พวกเขาไม่รู้ จึงมัวเมาประมาท
ไม่คิดคาด ว่าประมาทน้อยนิด เพียงคิดไม่ดี
จะมีกรรมหนัก ถึงเพียงนี้
ก็เพราะอย่างนี้ สรรพสัตว์ จึงไม่อาจหนีทุกข์
คิดดี จิตจะมี รักเคารพบูชา
อันจะนำมา ซึ่งสุขสมปราถนา รักษาตน
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ พ้นทุกข์ทน
เป็นคนเหนือคน เทวดาดิ้นรน ลงรักษา
รักเคารพบูชา ไม่ได้มาง่ายๆ
มาจากการฝึกใจ ด้วยใช้ ทานศีลภาวนา นั่นเอง
ทาน ใจกว้าง ศีล ใจสูง คนเก่ง
  ภาวนา ใจสว่างแสงเปล่ง นักเลงระย่อ
 คนคิดดี จะมีความเคารพปฏิสันถาร
คือการพูดนั้น เป็นปิยวาจา
หวานหูไม่รู้หาย ไม่ระคายเคือง เลยนา
พูดขึ้นมา แล้วทำให้ เกิดความรักใคร่สามัคคี
คคิดดี ด้วยมีความรักเคารพบูชา
ซึ่งยากพบหา ในบรรดาคนทั่วๆไป
จะต้องเป็นคน มีความสุขภายใน
คนนั้นไม่ใช่ใคร คือมีนิสัย ชอบทานศีลภาวนา
กรรมทางความคิด ยิ่งกว่าพูด และกระทำ
เพราะการทำกรรม มีเจตนานำ เป็นสำคัญ
เพียงตั้งเจตนาในใจ เท่านั้น
บุญหรือบาปอนันต์ จะเข้ามา
สรุป การคิดดี คือคิดที่จะ ทานศีลภาวนา
คิดทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญญา สร้างบารมี
คิดภาวนา คือคิดเจริญสติ นี้สุดดี
การคิดดี คิดหยุดคิดนี้ ดีที่สุด


   ;;;;;;;;;;