แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้เจริญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้เจริญ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2566

บุญศรัทธา (ลักษณะผู้เจริญ) ผู้รื่นรมย์ ยินดีในธรรม ดื่มด่ำ รสเลิศล้ำ ศรัทธา ใคร่ครวญธรรม ไปมา โอ้..อัศจรรย์นักหนา พระพุทธองค์

บุญศรัทธา
(ลักษณะผู้เจริญ)


ผู้รื่นรมย์ ยินดีในธรรม
ดื่มด่ำ รสเลิศล้ำ ศรัทธา
ใคร่ครวญธรรม ไปมา
โอ้..อัศจรรย์นักหนา พระพุทธองค์

ย่อมไม่เสื่อมจาก พระสัทธรรม
มีบุญค้ำ อุปถัมภ์ชีวิต
เป็นเทวดาเดินดิน เป็นบัณฑิต
คนทั่วทิศ แซ่ซร้องบูชา
ยากนักหนา ศรัทธาในธรรม
มีปัญญาล้ำ ด้วยบุญวาสนา
เคยสั่งสม แต่ปางบรรพ์มา
ไม่ธรรมดา มีศรัทธาในบุญ

เป็นลักษณะ ของสัตบุรุษ
คนดีสุด มีปัญญาอุปถัมภ์
เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
เป็นผู้นำ เป็นที่พึ่งพา มหาชน

ปริสัญญุตา มีปัญญา เลือกวัด
พิจารณาให้ชัด ปฏิบัติธรรม
ไม่ดูแต่ภายนอก ที่สวยงาม
สำคัญ ย้ำ ที่ธรรมปฏิบัติ

ปุคคลัญญุตา เลือกครูถูก
ไม่ถูกจูงจมูก ด้วยข่าวลือ
เข้าไปปฏิบัติตาม ลองดู
ก็จะรู้ ความจริง

พระสัมมาฯ พระองค์ ก็ทรงทำ
ไปตามสำนักธรรม ลองปฏิบัติ
ทำใจเป็นกลาง เป็นมาตร
รู้ให้ชัด ก่อนตัดสินใจ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2565

มีสติระลึกรู้ (คือผู้เจริญ) ท่านทั้งหลาย จงยินดี ในความไม่ประมาท คือมีสติ ไม่ขาด ออกจากตน ระลึกรู้อยู่ภายใน ใจหายหม่น มีปีติเอ่อล้น ท่วมท้นใจ

 มีสติระลึกรู้
(คือผู้เจริญ)


ท่านทั้งหลาย จงยินดี ในความไม่ประมาท
คือมีสติ ไม่ขาด ออกจากตน
ระลึกรู้อยู่ภายใน ใจหายหม่น
มีปีติเอ่อล้น ท่วมท้นใจ

การมีสติ มิใช่ เพียงขับรถได้
แต่ขับด้วยใจปีติ มิมีคึกคนอง
ส่วนคนขาดสติ มีใจลอยล่อง
ใจหม่นหมอง คึกคนอง ประมาท

การทำงานอย่างมีสติ จะมีฉันทะ
ต่างกันมากน๊ะ กับการทำงานหาเงิน
การทำงานหาทรัพย์ เหมือนกับปลาหลงเพลิน
 หรือเหมือนไก่ หลงเดิน ตามเหยื่อล่อ

เมื่อได้ทรัพย์ ก็หลงติดกับ เหยื่อล่อ
เดินตามต่อ เท่าใดก็ไม่พอสักที
ยิ่งมีมาก ก็อยากได้มากมี
เป็นคนตระหนี่ มั่วโลกียสุข

ส่วนมีฉันทะทำงาน ใจมันมีสติ
ไม่ล่องลอยหนี ไปไหน
ละเอียดรอบคอบ ประกอบกิจ อย่างตั้งใจ
ใจสันโดษสดใส เวลาหมดไวเหลือเกิน

ผลงานที่ออกมา คนจะตลึง
คิดไม่ถึง จะทำได้ขนาดนี้
ทำด้วยวิมังสา นี่หละผลของมีสติ
แม้ตนเองนี้ ก็ภูมิใจเป็นที่สุด

ปราชญ์ย่อมรักษา ความไม่ประมาท
 ด้วยชีวาต เหมือนทรัพย์ ประเสริฐ
ตั้งมโนปณิธาน ฝึกสติ สุดอะเลิท
บูชาคุณผู้ประเสริฐ พระพุทธองค์

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ทานเป็นชีวิต (ของผู้เจริญ) สิ่งที่เห็นที่จับต้องได้นั้น พระท่านว่า เป็นสิ่งลวงตา อย่าไปหลงติด มีก็สักแต่มี เอาไว้เลี้ยงชีวี และญาติมิตร จงตั้งจิต..สันโดษ เพียงพอใจ แต่ในสิ่งที่มี

 ทานเป็นชีวิต
(ของผู้เจริญ)



สิ่งที่เห็นที่จับต้องได้นั้น พระท่านว่า
เป็นสิ่งลวงตา อย่าไปหลงติด
มีก็สักแต่มี เอาไว้เลี้ยงชีวี และญาติมิตร
จงตั้งจิต..สันโดษ เพียงพอใจ แต่ในสิ่งที่มี

ถ้ายึดติด ใจมืดมิด จะอุบัติ
มีอุปาทาน อันเป็นธรรมชาติ ของปัญหา
ทุกข์น้อยใหญ่ จะดาหน้าเข้ามา
เป็นคนต่ำช้า คนดีไม่กล้า..เข้าใกล้

เมื่อเราตาย สิ่งเหล่านี้ไม่ไปกับเรา
แสดงว่าเขา ไม่มีตัว ไม่มีตน
เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เหมือนเมฆฝน
ต้องอดทน อดกลั้น มันเป็นธรรมชาติ

ดังนั้น โลกนี้ คือโรงละครดีดี นี่เอง
เมื่อละครจบ ก็กระเตง ตัวใครตัวมัน
ต่างคนต่างไป เหมือนไม่รู้จักกัน
เมื่อเราตาย หรือฝัน เหมือนกันเลย

ทุกสิ่งในโลกนี้ เป็นโลกีย์ วัตถุ
ท่านผู้รู้ ให้เราตระหนักใจ ไว้ให้ดี
ระวังกิเลสตัณหา ตัวกาลี
ตัวอัปปรี ทำให้ลุ่มหลง ปลงไม่ได้

เป็นปลาหลงเหยื่อ ไม่เบื่อ แม้รู้ว่าร้าย
แม้ตาย..ก็ยอม ในอ้อมอกเหยื่อ
ความตายไม่กลัว ช่างมัวเมาเป็นเบื้อ
ตายเกิดซ้ำๆ ไม่เบื่อ เป็นเหยื่อตัณหา

จะหนีตัณหา ต้องมีศรัทธา เท่านั้น
กัลยาณมิตร จึงสำคัญ พลิกผันชีวิต
ชีวิตสูญเปล่า น่าเศร้าแท้ ตัณหาลิขิต
การทำทาน จึงเป็นชีวิต ของผู้เจริญ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ผู้เจริญทั้งหลาย (เทิดไท้พระคุณแม่) :: กตัญญู เครื่องหมาย ของผู้เจริญ ของผู้ที่เดิน ตามทางแห่งความดี มีศรัทธา ในศีลภาวนา เหลือที่ ชีวิตนี้ พลีพระศาสน์ ประกาศคุณมารดา

ผู้เจริญทั้งหลาย
(เทิดไท้พระคุณแม่)

กตัญญู เครื่องหมาย ของผู้เจริญ
ของผู้ที่เดิน ตามทางแห่งความดี
มีศรัทธา ในศีลภาวนา เหลือที่
ชีวิตนี้ พลีพระศาสน์ ประกาศคุณมารดา
 บำรุงมารดา พาอยู่เย็น
ดำรงตนเป็น เช่นกัลยาณมิตร พาสู่ทิศพระรัตนตรัย
ให้มีศรัทธามีศีล เปิดสวรรค์ ปิดอบาย
ให้ท่านสุขทั้งกายและใจ นี่ใช่ อภิชาตบุตร
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
พ้นอันตราย มีกินมีใช้ สมบูรณ์
เทวดาลงรักษา ภัยนาๆ หายสูญ
ครอบครัวอบอุ่น เกื้อกูลชาวประชา
แกล้วกล้าอาจหาญ ในการกุศล
นำพาสาธุชน ดิ้นรน ขวนขวาย
บำรุงสาธารณะ พระศาสนา ไม่นิ่งดูดาย
ชาวประชารวมใจ รักใคร่สามัคคี
กตัญญูคู่กับปัญญา ใจสว่างจ้า ปีติล้น
มีศรัทธามากเกินคน หมดทุกข์ทน ด้วยบารมี
คนกตัญญู รู้ได้ ด้วยอัตตสุทธิ
คือมีหิริ โอตัปปะ ละเว้นบาปอกุศล
ทานศีลภาวนา เป็นมรรคาของตน
แผ่บุญกุศล ทำคนให้ บริสุทธิ์
นำหน้าชาวประชา พาเร่งรุด
สั่งสมบุญอุตลุด เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
สังคหะ สงเคราะห์ชุมชน พาคนเข้าวัด
สามัคคีจัด บ้านกับวัด พึ่งพากัน
กินดีอยู่ดี มีสุข พ้นภัยพาล
ธรรมชาติสุขสันติ์ สวรรค์ในเมืองมนุษย์

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

พุทธภาษิต (ชีวิตเป็นมงคล) :: พุทธภาษิต ทุกชีวิตควรศึกษา เป็นอมตะวาจา สมควรที่จะ นำมาขบคิด เป็นมงคลแก่ชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย

พุทธภาษิต
(ชีวิตเป็นมงคล)

พุทธภาษิต ทุกชีวิตควรศึกษา
เป็นอมตะวาจา สมควรที่จะ นำมาขบคิด
เป็นมงคลแก่ชีวิต
มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย
ผู้เกลียดธรรมเป็นผู้เสื่อม
ด้วย ใจเลื่อมใจใส ได้ด้วยบุญ
ส่วนคนบาป สะสมแต่กิเลส เหตุให้ ใจขุ่น
เป็นคนไม่รู้คุณ จึงหมกมุ่นในอบายมุข
 อ่อนไปก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไปก็มีภัย
เป็นที่รักและเคารพไม่ได้
ชีวิตต้องเดินสายกลาง เข้าถึงยัง พระรัตนตรัย
ทานศีลภาวนาเข้าไว้ เป็นที่รักใคร่ และเคารพ
ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
คิดให้ตก แล้วปล่อยวาง
รู้ให้ทันกิเลสในตน ที่ดิ้นรนเหนี่ยวรั้ง
ขันติตั้ง เป็นตบะ เผากิเลสะในตน
ผู้มีความรู้ในทางชั่ว เป็นผู้เสื่อม
ด้วย ใจไม่เลื่อมไม่ใส ด้วยอธรรม
สะสมกิเลส อันเป็นเหตุ ให้ใจใหลลงต่ำ
จิตใจมืดดำ ไม่ใช่ผู้คน
พวกโจร เป็นเสนียดของโลก
เหมือนสิ่งสกปรก รกรุงรัง
แสลงความดี เห็นใครทำดี ขวาง
เอาตนเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังเสียงใคร
ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
เป็นผู้สรรเสริญ คุณพระรัตนตรัย
ไม่ยอมแพ้กิเลสในตน อดทนอดกลั้นไว้
อดเปลี้ยวได้ ไว้กินหวาน
ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง
คนเก่งแท้ ได้แก่ มีคนเคารพรักใคร่
เพราะว่าความเคารพ ที่ออกจากใจ
ใครๆได้เห็น เป็นต้องรักใคร่ เคารพ

 ;;;;;;;;;;