แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันโดษ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สันโดษ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

อยากได้ลาภใหญ่ (ฝึกใจให้สันโดษ) ไม่ควรดูหมิ่น ลาภของตน ฝึกให้เป็นคน พอใจ นี้เป็น กุศโลบาย จะได้ลาภใหญ่ ในไม่ช้า

 อยากได้ลาภใหญ่
(ฝึกใจให้สันโดษ)

ความสันโดษ เป็นทรัพย์อย่างยิ่ง
ใจนิ่ง ใจหยุด ที่สุดแห่งบุญ
สันโดษ พอใจ เราพอคุ้น
พอใจ ใจจึงหยุด ที่ศูนย์กลางกาย

บุญ อริยทรัพย์
เท่ากับ บ่อเกิดแห่งทรัพย์ทั้งหลาย
ทำชั่ว ได้ทรัพย์ แต่ไม่พอใจ
ยิ่งอยากได้หลาย เท่าใดก็ไม่พอ
ความสันโดษพอใจ ในที่มีที่ได้
 นำสุขมาให้ นั่นแหละใช่ บุญไหลมา
จิตเกิดเมตตา กรุณา
จึงสงเคราะห์ญาติกา บำเพ็ญทาน 
ความสงัด ของผู้สันโดษ
 มีดวงธรรมปรากฏ เห็นอยู่ นำสุขมาให้
ใจหยุด จึงเห็นได้
ความสุขหลั่งไหล มาพร้อมกับบุญ
บุญ เป็นสิทธิธาตุ
เป็นธรรมชาติ ของบุญ
ให้สุขสำเร็จ อุปถัมภ์ เกื้อกูล
บุญ ตรงข้ามกับบาป
ได้สิ่งใด ให้พอใจด้วยสิ่งนั้น
เป็นเงื่อนไขสำคัญ ของชีวิต
อย่าดูหมิ่น ว่าน้อยนิด
และอย่าคิด ในทางไม่ดี
ให้คิดอย่าง หลวงพ่อดี
อะไรก็ดี ดีดีทั้งนั้น
แม้ตกกระได ก็เหมือนกัน
หลวงพ่อท่าน ก็ยังว่าดี ได้ก้าวทีเดียว
ไม่ควรดูหมิ่น ลาภของตน
ฝึกให้เป็นคน พอใจ
นี้เป็น กุศโลบาย
จะได้ลาภใหญ่ ในไม่ช้า

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2567

ปุถุชนคนไม่รู้ (คือผู้ ติดใจในกาม) ผู้ติดใจ ในกาม ยินดีหมกมุ่น ทางต่ำ ทั้งหลาย ไม่รู้สึกรู้สา ถึงอันตราย เหมือนปลาถลันเข้าไซ อย่างนั้น

 ปุถุชนคนไม่รู้
(คือผู้ ติดใจในกาม)

ผู้ติดใจ ในกาม
ยินดีหมกมุ่น ทางต่ำ ทั้งหลาย
ไม่รู้สึกรู้สา ถึงอันตราย
เหมือนปลาถลันเข้าไซ อย่างนั้น

คน ผู้ตื่นขึ้นแล้ว
ย่อมลืมแล้ว ความฝัน
 คนที่รักจากไป ก็คล้ายกัน
เพียงไม่นาน เราก็ลืม
ผู้ไม่สันโดษ ในภริยาของตน
 ย่อมซุกซน ในหญิงแพศยา
ล่วงเกินหญิง ที่ไม่ใช่ภรรยา
อย่างนี่หละ ไม่สันโดษ แล้วเสื่อม
ผู้ไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ 
 ถึงความเป็นผู้ หมดจด
มีทิฏฐิสมบูรณ์ มีปัญญาใสสด
 ย่อมรุ่งโรจน์ เป็นอริยะ
ผู้ไม่โกรธ ฝึกตน ได้ดี
มีชีวี สม่ำเสมอ ไม่ขึ้นลง
หลุดพ้น เพราะสติรู้ มั่นคง
มีชีวีสูงส่ง ปลดปลง ความโกรธ
 คน ผู้มีปัญญา เฉลียวฉลาด 
ไม่ขาด ประพฤติธรรม
ตั้งมั่น ด้วยปัญญาและศีล ประจำ
 ประดุจแท่งทองคำ ชมพูนุท

คนเขลา ย่อมซูบซีด
 เพราะคำนึงคิด ถึงสิ่ง ที่ยังไม่มา
และสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ยังคะนึงหา
 เป็นธรรมดา เหมือนต้นอ้อสด ถูกตัด

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2567

คุณธรรมสันโดษ (เป็นทั้งหมดของชีวิต) ไม่เมายศ ความตายปรากฎ ไม่เสียใจ รักษากรณียกิจของชีวิต ได้ มีปัญญาใส ไม่ประมาทบาป

 คุณธรรมสันโดษ
(เป็นทั้งหมดของชีวิต)

ไม่เมายศ
ความตายปรากฎ ไม่เสียใจ
รักษากรณียกิจของชีวิต ได้
มีปัญญาใส ไม่ประมาทบาป
คนมีคุณสมบัติทั้งสี่ดังกล่าว หายาก
มีใจสันโดษยิ่งนัก ตัณหาหลุด
ขันติโสรัจจะ เปี่ยมล้ำสุข
มีความสนุก สุขกับธรรมกีฬา
มีกายอยู่ในโลก แต่ใจอยู่ในธรรม
ดื่มด่ำ ล้ำสุข อยู่ภายใน
มีฤทธิ์ อานุภาพ อจินไตย
หมู่พาลีแพ้ใจ กลายเป็นมิตร
ห้วงน้ำน้อย ไหลดังสนั่น
 ห้วงน้ำใหญ่นั้น ไหลนิ่งสงบ
สิ่งใดพร่อง ไม่ครบ
 สิ่งนั้น ไม่สงบเงียบ
คนพาลเหมือนหม้อ มีน้ำครึ่งเดียว
บัณฑิตฉลาดเฉลียว เหมือนห้วงน้ำใหญ่
มีน้ำเต็ม เอื่อยๆ ไหล
มหาชนสุขใจ รักแม่น้ำ
ผู้ใดเกียจคร้าน หย่อนยานมานะ
แม้จะ มีชีวิตอยู่ร้อยปี
 ก็ไม่มีอะไร ตายฟรี
 ไม่สู้ผู้ขยัน แม้ชีวี มีเพียงวันเดียว
ด้วยคุณธรรม สันโดษ
ความขยัน จึงปรากฎ ออกมา
การทำพระนิพพานให้แจ้ง จึงเข้าท่า
เจริญสติ ภาวนา คือชีวิต

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567

สันโดษใจหยุดหรือดับ (ปีติปลื้มปลาบสุดประมาณ) กำหนดรู้สัญญา กิน กาม กลัว ด้วยตัวรู้ สติสัมปชัญญะ ข้ามโอฆะได้ เป็นมุนี ไม่ติดในสิ่งใดใด ถอนลูกศรได้ เที่ยวไป ไม่ประมาท

 สันโดษใจหยุดหรือดับ
(ปีติปลื้มปลาบสุดประมาณ)

กำหนดรู้สัญญา กิน กาม กลัว
ด้วยตัวรู้ สติสัมปชัญญะ ข้ามโอฆะได้
เป็นมุนี ไม่ติดในสิ่งใดใด
ถอนลูกศรได้ เที่ยวไป ไม่ประมาท

ไม่หวังโลกนี้ โลกหน้า
พ้นจากบ่วงมารา กิเลส
เข้าสู่กระแสพระนิพพาน ที่วิเศษ
มีสุขสำเร็จ และชัยชนะ
พ้นกฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์
เป็นอัตตา ประจักษ์แจ้ง
มีฤทธาอานุภาพ แสดง
เข้าถึงแหล่ง อจินไตย
สติสัมปชัญญะ รู้ทั่ว
รู้สึกตัว อย่างสมบูรณ์อยู่ในกาย
ดับตัณหา กิเลสวายร้าย
เข้าสู่ชีวิตใหม่ ทางธรรม
ทางธรรม ทางกระแสพระนิพพาน
ทะเลบุญไพศาล สว่างไสว
ปีติสุข รื่นเริง บันเทิงใจ
สุขหลาย มาพร้อมใจเมตตา
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นชีวิต
สุดขีด ทำพระนิพพานให้แจ้ง
รู้ดี มนุษย์นี้ คือต้นแหล่ง
แห่ง ทางสายกลาง
กำหนดรู้สัญญาได้ ใจหยุด
สันโดษสุด ใจหยุด หรือดับ
เหมือนคลื่นทะเล ที่สงบราบคาบ
ใจปลื้มปลาบ ปีติสุดประมาณ

;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สติสะบายสม่ำเสมอ (เลิศเลอชีวิต) สติ สะบาย สม่ำเสมอ สติสัมปชัญญะ ไม่เผลอ ก็ใช่ สันโดษสมถะได้ ก็สะบาย รักษาเรื่อยไป สม่ำเสมอ

 สติสะบายสม่ำเสมอ
(เลิศเลอชีวิต)

สติ สะบาย สม่ำเสมอ
สติสัมปชัญญะ ไม่เผลอ ก็ใช่
สันโดษสมถะได้ ก็สะบาย
รักษาเรื่อยไป สม่ำเสมอ

มีสติ เอาใจไว้ในตน
หนีพ้น ตัณหา อุปาทาน
รู้สึกสะบาย หายร้อนร่าน
พ้นทุกข์ทรมาน ได้ง่ายๆ
ประคับประคองให้ สม่ำเสมอ
ไม่เผลอ คิดไปถึงภายนอก
รักษาสะบาย อย่าจ้อง ขอบอก
เหมือนดู ออกไปนอก หน้าต่างรถไฟ
สันโดษนั้น คือความพอใจ
ในสิ่งที่ได้ สิ่งที่เห็นหรือเป็น
หลับตาลง ความมืด จะเห็น
ทำพอใจให้เป็น ในความมืด
เห็นความมืด เพียงคิดว่าใช่
แต่ไม่..จ้อง มองเฉยๆ
รักษาสติ ระลึกได้ ให้เคย
มีสัมปชัญญะ มองความมืดเฉยๆนั่นเอง
ฝึกแล้วฝึก ฝนแล้วฝน
การฝึกตน ต้องอดทนขันติ
ใจเย็นๆ ค่อยๆเป็นไป มีเท่านี้
คนอื่นช่วยชี้ เท่านั้นเอง
ความสม่ำเสมอ สำคัญนัก
ศรัทธามาก จึงรู้จักสม่ำเสมอ
ได้อยู่ใกล้กัลยาณมิตร ดีแน่เธอ
การเข้าวัดเสมอ จึงจำเป็น

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สันโดษ (ปลดกังวล จึงพ้นทุกข์) ผู้หมดกังวล ย่อมไม่ทนทุกข์ ไม่พันผูก..กับ ทุกอย่าง ที่ได้ที่มีที่เป็น ปล่อยวางได้ ใจสันโดษ เย็น ใจหยุดใจนิ่งเป้น อยู่เย็น เป็นสุข

 สันโดษ
(ปลดกังวล จึงพ้นทุกข์)


 ผู้หมดกังวล ย่อมไม่ทนทุกข์
ไม่พันผูก..กับ ทุกอย่าง ที่ได้ที่มีที่เป็น
ปล่อยวางได้ ใจสันโดษ เย็น
ใจหยุดใจนิ่งเป็น อยู่เย็น เป็นสุข

มีสันโดษสมถะ ชีวาที่ประเสริฐ
คุณธรรมเลิศ ก่อเกิดปัญญา
เป็นประตูทอง สู่ห้อง สมปราถนา
มีชีวา เช่นพระ ผู้หมดกังวล

จุดประสงค์ ที่บวชพระ เพื่อจะปลดกังวล
เพื่อมาฝึกตน ทำใจหยุดใจนิ่ง
ฝึกสันโดษ ทนตัณหา จริงๆ
มีศรัทธายิ่ง ต่อคุณพระรัตนตรัย

ทุกข์ทั้งหลาย ย่อมใช่ มาจากตัณหา
อยากได้นักหนา แสวงหาไม่หยุด
ยิ่งอยาก ยิ่งหนีห่าง อุตลุด
แต่เมื่อได้แล้ว กลับอยากอุตลุด ยิ่งขึ้น

ปลดกังวล ทนตัณหา ใจจึงสุข
ไม่พันผูก กับสิ่งภายนอก
มีก็สักแต่มี แต่มิใช่ดูดาย ขอบอก
คนภายนอก มองไม่ออก บอกว่าพระดูดาย

พระสร้างบารมี ต้องเริ่มที่ มีสันโดษ
แล้วจึงออกโปรด ชาวบ้าน
ให้เส้นทางชีวิตประเสริฐ อย่างนั้น
พระจึงสุดสำคัญ ดุจดังตะวัน เลยทีเดียว

ดังนั้น การหมดกังวล หรือสันโดษ
มีประโยชน์ ต่อทุกผู้ ดูตัวอย่างพระ
จะตัดกังวลได้ ต้องฝึกใจอย่างว่า
ทำใจหยุดใจนิ่งนั่นหละ หนีทุกข์

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564

สั่งสมบุญวาสน์ (ทุกภพชาติอยู่เย็น) มีทรัพย์ มีคนนับ..เป็นญาติเป็นเชื้อ แต่จะเบื่อ..หน่าย ถ้าใจขาดปีติ ดังนั้น ชีวิตขาดไม่ได้ ทำความดี เกิดบุญราศรี ขจัดบาปอัปปรี ที่ทำให้ใจทุกข์

สั่งสมบุญวาสน์
(ทุกภพชาติอยู่เย็น)

มีทรัพย์ มีคนนับ..เป็นญาติเป็นเชื้อ
แต่จะเบื่อ..หน่าย ถ้าใจขาดปีติ
ดังนั้น ชีวิตขาดไม่ได้ ทำความดี
เกิดบุญราศรี ขจัดบาปอัปปรี ที่ทำให้ใจขุ่น

อิ่มทรัพย์สมบัติไม่มี ถ้าใจนี้ ไม่มีสันโดษ
ใจจะสันโดษ ใจจะต้องหมด..ตัณหา
นั่นคือ หมั่นทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เดินตามทาง สายกลางนั่นหละ ทางชีวิต

อีกอย่าง ถ้าไม่เดินทาง สายกลาง
ใจเหมือนอย่าง เดินทาง กลางทะเลทราย
หิวโหย อ้างว้าง กระวนกระวาย
ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ชีวิต

ด้วยเหตุนี้ คนทั่วไป จึงฝักใฝ่ อบายมุข
รักสนุก เพลิดเพลิน เดินทางมาร
เป็นมิจฉาทิฏฐิ ยากเหลือที่ จะกลับหลังหัน
ด้วยตัณหาบาน นี่หละผลงาน ของกฎไตรลักษณ์

ชีวิต ไม่ได้ถูกลิขิต ให้มาทำมาหากินเท่านั้น
ที่สำคัญ ทุกคนต้องตาย และไปตามวิบากกรรม
ทำดีไปสวรรค์ ทำชั่วไปนรกโลกันต์
แสวงบุญสร้างบารมีเท่านั้น จึงพ้นมัน อบายภูมิ

ทางนอกทางสายกลาง เป็นทางกิเลสกรรมวิบาก
เป็นวัฏฏจักร
 เหมือนปลักโคลนดูด
ทางทุกข์ยาก ทางอัปมงคล เหมือนหนอนในคูต
เหม็นสุดสุด กลิ่นตัวมนุษย์ สุดเหม็น

เทวดาลงรักษา เฉพาะผู้ตั้งหน้า รักษาศีล
 นั่งสมาธิเป็นอาจิน ยิ่งดีใหญ่
สุขสมปราถนา มีชีวาปลอดภัย
เป็นผู้มีโชคชัย สมปราถนาง่ายๆ ได้มา 

ทางวัฏฏสงสาร คุกประหาร ยากจักพ้น
ด้วยการมีศรัทธา ยากเหลือล้น เป็นคนเข้าวัด
มีบุญวาสนาส่ง ได้พบกัลยาณมิตร เหมือนนัด
สั่งสมบุญวาสน์ ทุกภพชาติ อยู่เย็น

;;;;;;;;;;