แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินทรีย์ 5 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อินทรีย์ 5 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2567

คนฉลาดมีปัญญา (ยังหมู่คณะให้งดงาม) คนฉลาด มีปัญญา ฟังมามาก ทรงธรรม ประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม ยังหมู่คณะให้งดงาม จึงสมกับคำสรรเสริญ

คนฉลาดมีปัญญา
(ยังหมู่คณะให้งดงาม)

 คนฉลาด มีปัญญา
 ฟังมามาก ทรงธรรม
ประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม
 ยังหมู่คณะให้งดงาม สมคำล่ำลือ
บัณฑิตละ ราคะ โทสะ โมหะ
 และชำระ สังโยชน์ ได้
ย่อมอาจหาญ ต่อความตาย
สุขหลาย เมื่อได้ เที่ยวไปแต่ผู้เดียว
 ผู้มีอินทรีย์  ที่สมบูรณ์
ใจสงบ อบอุ่น ไม่วุ่นวาย
ยินดีในทางธรรม ภายใน
ชื่อว่าได้ ชนะมาร และเสนา
ถ้าท่าน กลัวทุกข์
รักสุข ทุกข์ไม่อยากเป็น
บาปกรรม และความสนุก ให้เว้น
เดินทางถูก ให้เป็น ทั้งลับและแจ้ง
ในทุกทิศ ทุกที่ ทุกทาง
รักทุกอย่าง ยังห่างจากรักตน 
เป็นธรรมดา อย่างนี้ทุกคน
ดังนั้น อย่าปล่อยตน ให้เป็นคนเกเร
ควรพอใจ เพียงในลาภของตน
 ไม่ควรเป็นคน โลภมาก
สันโดษสมถะ ควรรู้จัก
สุดประหยัด ประโยชน์สูง มุ่งธรรม
ผู้ไม่ระเริงไป ในอารมณ์ที่ใจชอบ
 ไม่ประกอบ ความดูหมิ่นดูแคลน
เป็นผู้ละเอียด เฉียบแหลม
 ย่อมไม่หน่ายแหนง ไม่แล้งน้ำใจ 

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

มีความสามารถ (ไม่ขาดฝึกจิต) อินทรีย์๕ คือ ความสามารถ พละ๕นั้น ชัด คือความมั่นคง เป็นธรรมชาติของจิต ดำรงค์ อยากสูงส่ง ต้องฝึกจิต

มีความสามารถ
(ไม่ขาดฝึกจิต)

อินทรีย์๕ คือ ความสามารถ
พละ๕นั้น ชัด คือความมั่นคง
เป็นธรรมชาติของจิต ดำรงค์
อยากสูงส่ง ต้องฝึกจิต

ศรัทธา เชื่อมั่นในบุญ ที่หนึ่ง
จึงถึง วิริยะ ความเพียร 
 แล้ว สติ ฝึก ไม่หันเหียน
อยากเป็นเซียน ต้อง สมาธิ
ปัญญา มาสุดท้าย เป็นชัยชนะ
สุขสำเร็จ สมปราถนา มาแน่
อินทรีย์ห้า เปรียบ เป็นแม่
สำคัญแท้ ของชีวิต
ศรัทธา มาที่หนึ่ง
กัลยาณมิตรจึง สำคัญนัก
มีพระผู้รู้ ผู้มีบารมี สำคัญมาก
พลิกผันชีวิต จาก ร้ายเป็นดี
ศรัทธามี สัมมาทิฏฐิ มา
มีบุญนักหนา ได้มาวัด
กอบโกยบุญ ทุกวัน ไม่ขาด
รู้เช่นเห็นชาติ ของตัณหา
พละ๕ มั่นคง พยายาม
ประพฤติธรรม ตามติดหลวงปู่ฯ
อิทธิบาท๔ นำความสำเร็จ มาสู่
มีความเป็นอยู่ เหนือผู้คน
จิตนี้ ฝึกได้ ให้ความสามารถ
อินทรีย์๕ อย่าขาด ฝึกจิต
จิตที่ฝึกดีแล้ว คือยอดกัลยาณมิตร
มุ่งสู่ทิศ พระรัตนไตร ในตัว

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566

บัณฑิต (พิชิตตนได้) บัณฑิต ทำกิจ สำเร็จได้ กิจน้อยใหญ่ ที่เป็นประโยชน์ มีจาคะ เสียสละ ใจปราโมทย์ ได้ประโยชน์ทั้งตน และคนอื่น

 บัณฑิต
(พิชิตตนได้)

 บัณฑิต ทำกิจ สำเร็จได้
กิจน้อยใหญ่ ที่เป็นประโยชน์
มีจาคะ เสียสละ ใจปราโมทย์
ได้ประโยชน์ทั้งตน และคนอื่น
บัณฑิต มีศีลสมบูรณ์
จำรูญ รุ่งเรืองเหมือนไฟสว่าง
 สะอาด ระเบียบ มารยาท ไม่วาง
กิจวัตร สำคัญจัง นั่งสมาธิ
บัณฑิต เว้นสิ่งที่ไม่เป็นโยชน์
เวลาทั้งหมด เกิดประโยชน์ทั้งนั้น
 กิจวัตร แน่ชัด บุญอนันต์
ปณิธาน มุ่งมั่น สร้างบารมี
บัณฑิต รักษาอินทรีย์
คุณธรรม สุดดี ของตน
ศรัทธา วิริยะ..ฯ เป็นต้น
  กระตือลือล้น ทำพระนิพพานให้แจ้ง
บัณฑิต ไม่แสดงอาการขึ้นลง
มั่นคง ต่อคุณงามความดี
เป็นที่ศรัทธา ประชาชี
ทุ่มชีวี ตามติด สู่สุดธรรม
บัณฑิต ไม่เพ่งโทษ เป็นกำลัง
มีใจสุกปลั่ง สว่างไสว
จับดี แม้เขามีน้อย ไม่เป็นไร
อิ่มเอิบปีติใจ ไม่มีคลาย
บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก
รู้จัก..เตือนตน ทนทำดี
ทั้งต่อหน้าลับหลัง ก็ตามที
ไม่ว่าวันนี้ วันหน้า

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

การก้าวก่าย (ไม่เรียกว่าวิริยะ):: วิริยะ คือหาญกล้า ไม่บ้าบิ่น ด้วยมีฉันทะ สุดชีวิน ไม่ระเมิดศีล เด็ดขาด

การก้าวก่าย
(ไม่เรียกว่าวิริยะ)
วิริยะ คือหาญกล้า
ไม่บ้าบิ่น
ด้วยมีฉันทะ สุดชีวิน
ไม่ระเมิดศีล เด็ดขาด
วิริยะ มีมานะ บากบั่น
ทุ่มชีวัน สร้างความดี
ปล่อยวางโลก และกายี
จิตนิ่งเต็มที่ จิตตะ
วิริยะ เพราะว่า ศรัทธา
ทุ่มชีวา รักษาสติ
กระทั่งเกิดสมาธิ
นี้ คือพละ๕
วิริยะ ด้วยศรัทธานี้
เรียกอินทรีย์๕ ด้วยหน้าที่
เพราะมองตามหน้าที่ ที่มี
เป็นใหญ่ด้วยหน้าที่ นั่นเอง
จะว่ารับผิดชอบต่อหน้าที่
ที่มี ก็ได้
ทำหน้าที่ของตนให้ดี ไม่ก้าวก่าย
หน้าที่ใคร หน้าที่มัน
การก้าวก่าย ไม่ใช่วิริยะ
ธุระไม่ใช่
กลายเป็นพาล จัญไร
บ้านเมืองฉิบหาย ก็พวกนี้
การก้าวก่าย ไม่ใช่เสียสละ
จะมานะอย่างไร ก็ไม่ได้
นี่แหละโง่แล้วขยัน บรรลัย
บ้านเมืองฉิบหาย ด้วยคนโง่

 ;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561

หลังคารั่ว (อารมณ์เหมือนฝน):: สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ ไม่ใช่ ที่ไหนอื่น จงมีสติตื่น รู้ให้ชัด สัตวโลก

หลังคารั่ว
(อารมณ์เหมือนฝน)

สุขทุกข์ อยู่ที่ใจ
ไม่ใช่ ที่ไหนอื่น
จงมีสติตื่น รู้ให้ชัด
สัตวโลก

อย่ามัวน้อยใจ
ขัดเคืองใจ ทุกข์โศก
ใจเป็นโรค จึงอ่อนแอ
แพ้อารมณ์

อารมณ์เหมือนฝน
ตกหล่น ใส่หลังคา
ใจผวา
หลังคา รั่วรดได้

ใจเปราะบาง
อารมณ์ทุกอย่าง เข้าถึงใจ
บัณฑิตทั้งหลาย
จึงฝึกใจ ต้านอารมณ์

อารมณ์นั่นหนา
เข้ามา ทางประตู
ตาหู จมูก ลิ้น
กาย และใจ

ถ้าเราขาดสติ
เหมือนเรานี้ เปิดประตูไว้
ฝึกสติจึงได้
สำคัญหลาย ไม่เปิดประตู

วินัย
จึงได้กลาย มาเป็นบทฝึก
จงตรองตรึก ให้เข้าใจ
ขาดวินัย ไม่ได้

อิสระแท้
มีแต่ ในกรอบวินัย
เกินกว่านี้ไป ใช้ไม่ได้
กลายเป็น จราจล

บัณฑิตผู้ฉลาด
ขาดวินัย ไม่ได้
ทุกข์ทั้งหลาย
จะไหลเข้ามา กับอารมณ์

ควบคุมอินทรีย์
วินัยจึงมี ได้เหมาะสม
ขจัดทุกข์ระทม
ด้วยการบ่มอินทรีย์
 
ฝึกใจ ไม่ให้วิ่งถลา
ตามอารมณ์
คนนิยม นักหนา
เรียกกันว่า ขันติ

หลังคาไม่รั่ว
ด้วยฝึกตัว ได้ดี
ใจจึงมี แต่เบิกบาน
สราญรมย์

;;;;;;;;;