บุญบารมี
(นี้คืออำนาจ)
;;;;;;;;;;
บุญบารมี
(นี้คืออำนาจ)
;;;;;;;;;;
บุญอุปถัมภ์
(ฤกษ์ยามดี)
ในพิธีมงคล มีการกุศลแซก
จึงไม่แปลก เชิญแขกร่วมทำบุญ
เป็นกุศโลบาย ได้บุญใหญ่หนุน
ได้ฤกษ์เกื้อกูล หรือบุญนั่นเอง
การประกอบการปกติ มีเพียงองค์สาม
อันมีนาม ทุนถึง ทีมถึง และมือถึง
แล้วก็ทำงานหน้าตั้ง วิ่งตะบึง
ขาดปัญญารู้ซึ้ง ถึงชีวิต
สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง อย่างที่เห็น
ขึ้นอยู่กับกรรมเวร ในอดีต
กรรมวิบาก ไหลมาประชิต
ใครรู้จักชีวิต ก็จะตั้งจิตอดทน
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
เหมือนแม่ไก่ กกไข่ กกไปเรื่อย
แม้ฟ้าจะถล่ม ดินจะเปื่อย
ทำดีเรื่อยไป ไม่เลิก
ทนทำดี หนีกรรมวิบาก
ซึ่งเป็นเรื่องยาก สำหรับปุถุชน
จึงต้องมีกัลยาณมิตร ผู้มีบารมีล้น
ทำให้คน เป็นคน มีศรัทธา
คนดีทำดี ดูที่ มีความอดทน
สุขล้น ด้วยศรัทธาคุณธรรม
สุขสมปราถนา ด้วยบุญอุปถัมภ์
ฤกษ์ดี ชีวีสว่างล้ำ ไม่ดำมืด
;;;;;;;;;;
ปฏิบัติธรรม
(เลิศล้ำชีวิต)
เป็นบัณฑิตฝึกตน เปี่ยมล้นขันติ
ทุ่มชีวีฝึกสติ มิถอนถอย
ทำพระนิพพานให้แจ้ง อันเลิศลอย
หนีกรรมใหญ่น้อย ที่คอยรังควาน
คนอื่นผิดเห็นง่าย ผิดในตนเห็นยาก
ขาดสติเป็นหลัก รู้จักแต่มองนอกตน
การฝึกสติ จึงหนีไม่พ้น
เป็นคนเหนือคน ต้องฝึกตน ฝึกใจ
ความเคารพ งามจบ ถ้าฝึกได้
เป็นคุณธรรม ที่ยิ่งใหญ่ ให้ปัญญา
อยากเป็นบัณฑิต ต้องรู้จัก คารวะ
ส่วนพวกพาลา คารวะ ไม่เป็น
ประโยชน์ย่อมเลยไป ผู้ไม่ใส่ใจงาน
ด้วยตัณหาบาน ชอบจังความสนุก
ขาดสติปัญญา จึงประสพทุกข์
รักสนุก ทุกข์ถนัด ชาติพาลา
คนวัยหนุ่ม คุมตัณหาได้ยาก
นอกจาก กตัญญู อยู่ในโอวาท
มีบุพพการี ที่ไม่ประมาท
พาแสวงบุญไม่ขาด ตั้งแต่น้อย
ประโยชน์ย่อมล่วง ผู้ห่วงหาฤกษ์อยู่
ไม่ต่างจากผู้ เกียจคร้าน งานมีปัญหา
ขาดความอดทน อดกลั้น นั่นหละ
ด้วยว่า ใจนั่นหนา ขาดสติ
คนทั้งหลาย รู้ไว้ ไร้ปัญญา
เหมือนไก่กา เอาแต่หากิน
ชีวิตหลังตาย ไปอบาย แทบทั้งสิ้น
การฝึกสติเป็นอาจิณ จึงจำเป็น
;;;;;;;;;;