แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฤกษ์ยาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฤกษ์ยาม แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566

บุญบารมี (นี้คืออำนาจ) การได้เห็นพระพุทธเจ้า ยากยิ่ง เหมือนเห็นสิ่ง มหัศจรรย์ เห็นแล้ว ยังได้บันดาล มีศรัทธามั่น พลิกผันชีวิต

 บุญบารมี
(นี้คืออำนาจ)

การได้เห็นพระพุทธเจ้า ยากยิ่ง
 เหมือนเห็นสิ่ง มหัศจรรย์
เห็นแล้ว ยังได้บันดาล
มีศรัทธามั่น พลิกผันชีวิต
ขณะอย่าล่วงท่าน ไปเสีย
ด้วยกรรมลามเลีย ทุกขณะ
กิเลสกรรมวิบาก เชี่ยวกราก
ประมาทยิ่งนัก ปล่อยขณะไป
วัยผ่านพ้นไป คล้ายขณะเดียว
เหมือนประเดึ๋ยว เท่านั้นหละ
ผู้ประมาทขาดสติ เหมือนปลา
เพลิดเพลิน หมดเวลา ไปวันๆ
ประโยชน์ ล่วงคนหนุ่มผู้เกียจคร้าน
ด้วยวัยนั้น ผ่านไปเร็ว
ชาวนา ถึงฤดูทำนา ช้าก็เหลว
คนหนุ่มเลว เหลวไหล จึงใช้ไม่ได้
ประโยชน์ ล่วงคนบื้อ ถือฤกษ์ยามอยู่
เราเองคือ..ผู้ กำหนดฤกษ์ยาม
ฤกษ์ดี แสวงบุญสร้างบารมี จงจำ
เป็นเวลาสว่างล้ำ ทำความดี
ประโยชน์ กำหนด ฤกษ์ดี 
สิ่งที่ปรากฎนี้ คือกิเลสกรรมวิบาก
เป็นภาพเก่า มาบังคับเรา ให้จมปลัก
เราต้องออกจาก วิบาก ทำประโยชน์
อำนาจ นั้นชัด เป็นใหญ่
อำนาจใดใด ก็ไม่อาจ กับบารมี
แสวงบุญเสมอ พลิกผันชีวี
บุญบารมี คืออำนาจ

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

บุญอุปถัมภ์ (ฤกษ์ยามดี) การทำความดี ไม่ต้องมีฤกษ์ยาม บนเส้นทางธรรม ไม่มีค่ำ มีแต่สว่าง ส่วนทางโลกโลกีย์ มืดจัง หาจุดสว่าง ฤกษ์ยาม ตามประเพณี

 บุญอุปถัมภ์
(ฤกษ์ยามดี)


การทำความดี ไม่ต้องมีฤกษ์ยาม
บนเส้นทางธรรม ไม่มีค่ำ มีแต่สว่าง
ส่วนทางโลกโลกีย์ มืดจัง
หาจุดสว่าง ฤกษ์ยาม ตามประเพณี

ในพิธีมงคล มีการกุศลแซก
จึงไม่แปลก เชิญแขกร่วมทำบุญ
เป็นกุศโลบาย ได้บุญใหญ่หนุน
ได้ฤกษ์เกื้อกูล หรือบุญนั่นเอง

การประกอบการปกติ มีเพียงองค์สาม
อันมีนาม ทุนถึง ทีมถึง และมือถึง
แล้วก็ทำงานหน้าตั้ง วิ่งตะบึง
ขาดปัญญารู้ซึ้ง ถึงชีวิต

สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง อย่างที่เห็น
ขึ้นอยู่กับกรรมเวร ในอดีต
 กรรมวิบาก ไหลมาประชิต
ใครรู้จักชีวิต ก็จะตั้งจิตอดทน

ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
เหมือนแม่ไก่ กกไข่ กกไปเรื่อย
แม้ฟ้าจะถล่ม ดินจะเปื่อย
ทำดีเรื่อยไป ไม่เลิก

ทนทำดี หนีกรรมวิบาก
ซึ่งเป็นเรื่องยาก สำหรับปุถุชน
จึงต้องมีกัลยาณมิตร ผู้มีบารมีล้น
ทำให้คน เป็นคน มีศรัทธา

คนดีทำดี ดูที่ มีความอดทน
สุขล้น ด้วยศรัทธาคุณธรรม
สุขสมปราถนา ด้วยบุญอุปถัมภ์
ฤกษ์ดี ชีวีสว่างล้ำ ไม่ดำมืด

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

ปฏิบัติธรรม (เลิศล้ำชีวิต) คนทั้งหลาย รู้ไว้ ไร้ปัญญา เหมือนไก่กา เอาแต่หากิน ชีวิตหลังตาย ไปอบาย แทบทั้งสิ้น การฝึกสติเป็นอาจิณ จึงจำเป็น

 ปฏิบัติธรรม
(เลิศล้ำชีวิต)


ผู้ไม่เกียจคร้าน ใจนั้นย่อมสงบ
ย่อมประสพ ความสุข สมปราถนา
ใจไม่ไหลลงต่ำ ทำดี ตลอดเวลา
 แม้มีปัญหา ก็ว่า ได้บารมี

เป็นบัณฑิตฝึกตน เปี่ยมล้นขันติ
ทุ่มชีวีฝึกสติ มิถอนถอย
ทำพระนิพพานให้แจ้ง อันเลิศลอย
หนีกรรมใหญ่น้อย ที่คอยรังควาน

คนอื่นผิดเห็นง่าย ผิดในตนเห็นยาก
ขาดสติเป็นหลัก รู้จักแต่มองนอกตน
การฝึกสติ จึงหนีไม่พ้น
เป็นคนเหนือคน ต้องฝึกตน ฝึกใจ

ความเคารพ งามจบ ถ้าฝึกได้
เป็นคุณธรรม ที่ยิ่งใหญ่ ให้ปัญญา
อยากเป็นบัณฑิต ต้องรู้จัก คารวะ
ส่วนพวกพาลา คารวะ ไม่เป็น

ประโยชน์ย่อมเลยไป ผู้ไม่ใส่ใจงาน
ด้วยตัณหาบาน ชอบจังความสนุก
ขาดสติปัญญา จึงประสพทุกข์
รักสนุก ทุกข์ถนัด ชาติพาลา

คนวัยหนุ่ม คุมตัณหาได้ยาก
นอกจาก กตัญญู อยู่ในโอวาท
มีบุพพการี ที่ไม่ประมาท
พาแสวงบุญไม่ขาด ตั้งแต่น้อย

ประโยชน์ย่อมล่วง ผู้ห่วงหาฤกษ์อยู่
ไม่ต่างจากผู้ เกียจคร้าน งานมีปัญหา
ขาดความอดทน อดกลั้น นั่นหละ
ด้วยว่า ใจนั่นหนา ขาดสติ

คนทั้งหลาย รู้ไว้ ไร้ปัญญา
เหมือนไก่กา เอาแต่หากิน
ชีวิตหลังตาย ไปอบาย แทบทั้งสิ้น
การฝึกสติเป็นอาจิณ จึงจำเป็น

;;;;;;;;;;