แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำประโยชนตน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำประโยชนตน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เกิดมาทำประโยชน์สักอย่างหนึ่ง (คำสอนยายฯ) เกิดมาควรทำประโยชน์ สักอย่างหนึ่ง อย่างน้อยก็พึง ทำเพื่อตนเอง และยังทำเพื่อคนอื่นได้อีก ยิ่งเก่ง อย่างนี้เอง เกิดมาคุ้มแล้ว

 เกิดมาทำประโยชน์สักอย่างหนึ่ง
 (คำสอนยายฯ)

เกิดมา ทำประโยชน์ สักอย่างหนึ่ง
อย่างน้อยก็พึง ทำเพื่อตนเอง
และยังทำเพื่อคนอื่นได้อีก ยิ่งเก่ง
อย่างนี้เอง เกิดมาคุ้มแล้ว

 
นี้เป็นคำของยายฯ
ท่านอยากให้เราขวนขวาย ทำความดี
อย่าอยู่ไปวันๆ ฟรีๆ
เสียดายที่ ได้เกิดเป็นมนุษย์
เป็นมนุษย์ โชคดีสุด ทำความดีได้
สั่งสมบุญใส ให้ชีวิต
เป็นมนุษย์ จึงโชคดีสุดขีด
เวลาแม้นิด เพียงคิดดีก็ได้บุญ
ยังพูดดี ทำดี ได้อีก
ทำบุญเพียงซีก กลายเป็นวิบากใหญ่
ให้สุขแท้จริง อจินไตย
ทุกภพชาติ หลังตาย จะเห็นผล
การแสวงบุญ ทำได้ง่ายๆ
เพียงทำได้ ในโลกนี้
เป็นวิบากใหญ่ หลังตายได้ทันที
ทุกขณะเวลามี จึงควรที่แสวงบุญ
บุญให้สุขทั้งตน และคนอื่น
อีกทั้งธรรมชาติ ก็ราบรื่น สวยงาม
การแสวงบุญฯ จึงเลิศล้ำ
ศรัทธาจึงเป็นคุณธรรม นำหน้า
เกิดมาไม่หาบุญ แล้วคุณจะทำอะไร
ชีวิตนั้น ตายแล้วยังไม่ตาย ยังไปต่อ
บุญนั้นเหมือนแม่ เหมือนพ่อ
พะเน้าพะนอ ตามติด อุปถัมภ์

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บุญประโยชน์ตน (เกิดเป็นคนมาแสวงบุญ) ไม่ควร พล่าประโยชน์ตน ประโยชน์ คนอื่น แม้มาก ประโยชน์ของตน เมื่อรู้จัก พึงขวนขวายให้มาก เป็นกรณียกิจ

บุญประโยชน์ตน
(เกิดเป็นคนมาแสวงบุญ)

ไม่ควร พล่าประโยชน์ตน
ประโยชน์ คนอื่น แม้มาก
ประโยชน์ของตน เมื่อรู้จัก
พึงขวนขวายให้มาก เป็นกรณียกิจ

บุญเท่านั้น ประโยชน์ตน
เกิดเป็นคน มาแสวงบุญ
จะทำมาหากิน ใจก็อุ่น
อยู่ในบุญ ตลอดเวลา

ถ้าสอนผู้อื่น ฉันใด
ตนก็ควรทำได้ อย่างนั้น
 เป็นผู้ฝึกตนดีแล้ว สำคัญ
 ฝึกผู้อื่นดีนั้น มันง่าย
บัณฑิต พึงตั้งตนไว้
ใน คุณอันสมควรก่อน
จะได้ ไม่มัวหมอง
แล้วจึง สอนผู้อื่นภายหลัง
ตนแล เป็นที่พึ่งของตน
 คนอื่น ใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
บุคคล มีตนฝึกฝนดีแล้วไซร้
ย่อมได้ ที่พึ่งที่ได้ยาก
ผู้ใด มีความไร้ศีลธรรมครอบคลุม
 เหมือนกลุ่มไม้เถาว์ คลุมต้นไม้
ผู้นั้นชื่อว่า ทำตนเหมือนถูกผู้ร้าย
คุมตัวไว้ ไม่เป็นอิสระ
สิ่งที่รัก เสมอด้วยตน ไม่มี
ข้าวเปลือกนี้ คือทรัพย์อย่างยิ่ง
แสงสุดสว่าง คือปัญญา จริงๆ
สระอย่างยิ่ง คือฝน

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

พระนิพพานแจ้ง (แสดงด้วย ทำประโยชน์ตนให้ถึงพร้อม) :: ทำพระนิพพานให้แจ้งไม่ง่าย ถ้าใครยังมัวทำมาหากินอยู่ มีภาระเลี้ยงดู รับผิดชอบ ประกอบกิจการ ใจสับสน วกวน ต้องคิดอ่าน ทั้งครอบครองเรือนชาน และบริหารญาติมิตร

พระนิพพานแจ้ง
(แสดงด้วย ทำประโยชน์ตนให้ถึงพร้อม)
ทำพระนิพพานให้แจ้งไม่ง่าย ถ้าใครยังมัวทำมาหากินอยู่
มีภาระเลี้ยงดู รับผิดชอบ ประกอบกิจการ
ใจสับสน วกวน ต้องคิดอ่าน
ทั้งครอบครองเรือนชาน และบริหารญาติมิตร
เมื่ออายุมาก สมควรจักพัก ในที่สงบ
เป็นที่พักของนักรบ ทหารกล้า กองทัพธรรม
และต้องมีหมู่คณะ ที่พึ่งพาได้ คอยค้ำ
อยู่กันประจำ คุ้มครองภัย ให้แก่กัน
ประโยชน์ท่าน เราทำกันค่อนชีวิต
ประโยชน์ตน น่าคิด ทำนิดหน่อย น้อยมาก
ทำหยุดทำนิ่ง ประโยชน์ตนจริงๆ ให้รู้จัก
หยุดคือตัวสำเร็จ แท้นัก ประโยชน์ตน
หยุดให้ได้ จึงพ้นภัย ในวัฏฏะ
นี่หละคือธุระ ที่เกิดมา ของมนุษย์
ทำพระนิพพานให้แจ้ง ต้องทำใจหยุด
พระรัตนตรัยผุด หลุดจากกฎแห่งกรรม
การบรรพชาอุปสมบท ทำประโยชน์ตนโดยแท้
และทำประโยชน์ท่านแน่ๆ อย่างสมบูรณ์
บิดามารดา นี่หละ ได้ทดแทนพระคุณ
อย่างสมบูรณ์ บริสุทธิ์ผุดผ่อง
สำหรับสตรีแม่บ้าน ทำหน้าที่สำคัญ อุปถัมภ์
เป็นเสาค้ำ สร้าง และบำรุงรักษาวัด
ต้นบุญต้นแบบ ธรรมปฏิบัติ
เหมือนคุณยายจันทร์ ผู้สามารถ หนึ่งไม่มีสอง
วัดพระธรรมกาย คุณยายจันทร์ ท่านสร้าง
เราเอาบ้าง ทำอย่างท่าน
ธุดงคสถานหล่มสัก จักเป็นดังนั้น
เป็นวัดของแม่บ้าน ส่วนสามีของท่านนั้นบวช
หลังอายุเกษียร ๖๕ ปี
สมควรที่ เต็มที่ ทำประโยชน์ฉัน
มาสู่ถิ่นสัปปายะ ที่เราอุตส่าห์ สร้างไว้นั้น
เอาชีวิตเดิมพัน ทำหยุดทำนิ่ง
มาอยู่เป็นหมู่ เป็นคณะ
เมื่อมีปัญหา สามัคคี คือพลัง
 เป็นที่เกรงใจ พวกพาลา บ้าคลั่ง
สามัคคีคือพลัง พากันสร้างบารมี
เราควรทำงานเป็นหมู่ สร้างสถานที่อยู่ปฏิบัติธรรม
สถานที่สัปปายะล้ำ งามด้วยพระรัตตัญญู
 ทำพระนิพพานให้แจ้ง เข้าถึงพระรัตนตรัย ทุกผู้
แล้วจึงจะได้เข้าสู่ สวรรค์ ยกชั้น ไปดุสิตบุรี

;;;;;;;;;;