แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ฉลาด (ขาดเฉลียว) ความอดทน รักษาตน ไม่ผลุนผลัน อดกลั้น ต่ออารมณ์ร้าย ทำลายสติ ไม่ประมาท ไม่ดูเบา ในทุกที่ ใจเย็น อารมณ์ดี มีความสุข

 ฉลาด
(ขาดเฉลียว)


ความอดทน รักษาตน ไม่ผลุนผลัน
อดกลั้น ต่ออารมณ์ร้าย ทำลายสติ
ไม่ประมาท ไม่ดูเบา ในทุกที่
ใจเย็น อารมณ์ดี มีความสุข

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ ด้วยฤทธิ์ ของจาคะ
ขาดขันติ ไม่อาจะ จาคะได้
ขันติ เป็นเครื่องกรองอารมณ์ร้าย
ทานศีลภาวนาไม่ได้ ถ้าขาดขันติ

ขันติ เป็นตะบะหรือไฟ เผาไหม้กิเลส
สิ้นเชื้อ ไม่เหลือเศษ ได้บารมี
มีอานุภาพ ปราบภัยพาล กระเจิงหนี
หมู่พาลี แพ้ใจ กลับกลายเป็นมิตร

ขันติคุณธรรม นำความสำเร็จและชัยชนะ
นี่หละธรรมะ ของพระพุทธองค์
โลกเป็นหนึ่งเดียว 
เกลียวกลม
สนิทสนม ประหนึ่งญาติ

ดื้อด้าน กับขันติ นั้นต่างกัน
ดื้อด้าน มีอาการ หุนหันพลันแล่น
ขันติ นั้นเยือกเย็น สุขุมแน่น
ต่างกันเหลือแสน คนละขั้ว

ดื้อดึงดื้อด้าน ปานควายถึก
ขาดความคิดนึก ขาดสติสัมปชัญญะ
ส่วนขันติ เป็นทางแห่งปัญญา
มีสติสัมปชัญญะ อยู่ในตน

ทางโลกโลกีย์ มีแต่ฉลาด ขาดเฉลียว
เป็นคนเขี้ยว ตระหนี่ถี่เหนียว เห็นแก่ตัว
เดินทางมาร สู่คุกประหาร ยังเมามัว
ไม่รู้ตัว ได้สติตอนใกล้ตาย ก็สายแล้ว

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

บุญ (คือธาตุศักดิ์สิทธิ์) บุญ เป็นธาตุอจินไตย ใช่ มีคุณวิเศษ ยิ่งกว่าพระเวท สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย ตนเป็นที่พึ่งของตน นี่แหละใช่ พระพุทธองค์ไท้ ตรัสไว้ รับรอง

 บุญ
(คือธาตุศักดิ์สิทธิ์)


บุญ เป็นธาตุอจินไตย ใช่ มีคุณวิเศษ
 ยิ่งกว่าพระเวท สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลาย
 ตนเป็นที่พึ่งของตน นี่แหละใช่
พระพุทธองค์ไท้ ตรัสไว้ รับรอง

พระพุทธองค์ ยังทรง เคารพธรรม
เลิศล้ำ จึงคือธรรม หรือบุญ
ธัมมัญญุตา รู้จัก ผู้ค้ำจุน
ส่วนบาป ตัววุ่น ตัวทำลาย

เราเกิดมาแสวงบุญสร้างบารมี เท่านี้ใช่
อย่าเมามายหลับ หลงไหล ในโลกีย์
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข มีก็สักแต่มี
อย่าหลงโลกีย์ ปานแมงเม่า บินเข้าไฟ

สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์
เลิศฤทธิ์..ด้วยจาคะ สละตัณหา
ตระหนี่หมด ใจหยุด ที่สุดของบุญญา
มีเดชาศักดิ์สิทธิ์ ด้วยฤทธิ์ของบุญ

ขันติ คืออดทนอดกลั้น ต่อตัณหาอุปาทาน
ไม่ตามใจฉัน ที่มัน ยึดติด
มีหิริโอตัปปะ อายและกลัวสุดขีด
กลัวชีวิต เป็นทุกข์ ในอบาย

ทมะ คือการฝึกฝน ทนกิเลสตัณหา
ทานศีลภาวนา นี่หละ ฝึกฝน
เป็นเส้นทางชีวิต สำหรับฝึกตน
หนีพ้น ตัณหา พาไปอบายภูมิ

สัจจะ ด้วยมีปัญญา จึงเป็นคนจริง
รู้และเข้าใจ แจ่มแจ้งยิ่ง จึงมีสัจจะ
จริงจัง จริงใจ จริงแท้ อย่างว่า
ทุ่มสุดชีวา หนีตัณหา สุดชีวิต

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ (ด้วยฤทธิ์ของจาคะ) มีทรัพย์ ให้ประหยัดสุด ประโยชน์สูง มีจิตมุ่งทำทาน การกุศล เพื่อขจัดความตระหนี่ ออกจากตน อันเป็นอกุศล ที่ขัดขวาง ทางเจริญ

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์
(ด้วยฤทธิ์ของจาคะ)

มีทรัพย์ ให้ประหยัดสุด ประโยชน์สูง
มีจิตมุ่งทำทาน การกุศล
เพื่อขจัดความตระหนี่ ออกจากตน
อันเป็นอกุศล ที่ขัดขวาง ทางเจริญ

บารมีทั้งหลาย ที่เราใฝ่หานัก
สุดยาก ที่จักสร้างขึ้นมาได้
ด้วยความตระหนี่ เหมือนมีขวดปากแคบ ยากหลาย
ที่จะกรอกน้ำลงไป ใส่ในขวด

เหมือนเปรตตัวใหญ่ แต่ปากไม่ใหญ่ เท่ารูเข็ม
มีแต่เล็มๆ ดูดๆ สุดจะทรมาน
จึงมีรูปร่างใหญ่ต ซี่โครงบาน
ทุกทรมาน..เกิดเป็นเปรต เหตุที่ตระหนี่

เมื่อ มีโอกาศเกิดเป็นมนุษย์ สุดยากจน
เป็นคน..ขอทาน ยากหลาย ใครๆก็เดินหนี
ต้องอดมื้อกินมื้อ ถือกะลา ยืนรอรี
เข้าใกล้บ้านไหน เขาก็ไล่หนี ไม่มีสงสาร

พระโพธิสัตว์ จึงยืนหยัด ทานบารมี
 ตัวอย่างอันดี คือพระเวสสันดร
ทานทุกสิ่งอย่าง กระทั่งลูกเมีย น่าสะออน
ไม่ทุกร้อน เรื่องร้าย กลายเป็นดี

ผู้ที่ให้ คือผู้ที่ได้ จาคะ
เสียสละ กิเลส เหตุของเพทภัย
หลุดจาก วัฏฏจักร กรรมวิบากร้าย
เข้าสู่ทางบุญภายใน ทางสายกลาง

มีทรัพย์นั้นดี ถ้ามีใจเสียสละ
แต่ร้ายนักหนา เป็นที่เกิดกิเลสะ ตัวร้าย
เหมือนอาหารเป็นพิษ กินไม่ได้
สมบัติวิบัติ สุดร้าย ทำลายชีวิต

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ ด้วยฤทธิ์ของจาคะ
ขจัดกิเลสะ ความตระหนี่
อันเป็นเพทภัย เหลือที่
ขัดขวาง การสร้างบารมี อันเป็นที่ปราถนา

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2563

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์ (พิชิตมาร) :: ผู้ไร้สัจจะ แม้มีความสามารถ ก็ไม่อาจ ทำประโยชน์ได้ เป็นคนหลักลอย คอยกิน บ่ดาย ประมาทหลาย ไม่ใส่ใจ คำบัณฑิต

ฆราวาสศักดิ์สิทธิ์
(พิชิตมาร)
ผู้ไร้สัจจะ แม้มีความสามารถ
ก็ไม่อาจ ทำประโยชน์ได้
เป็นคนหลักลอย คอยกิน บ่ดาย
ประมาทหลาย ไม่ใส่ใจ คำบัณฑิต
ขาดสัจจะ อนาคตไม่มี
เหมือนต้นไม้ที่ ไม่มีรากแก้ว
เหมือนบุตรอกตัญญู ตายแน่แล้ว
หรือผู้ใหญ่ไร้เมตตา ไม่แคล้ว ตกต่ำ
ความซื่อสัตย์ เป็นสมบัติของสัจจะ
หมายถึงว่า จริงหรือตรง มั่นคงต่อความดี
อันนี้แหละ คือเกียรติ และศักดิ์ศรี
ของคนดี ทีพาลี เกรงกลัว
สัจจบารมี ใช้สั่งสมความดี
มิใช่มีไว้ สั่งสมความชั่ว
กลับตัวกลับใจ ไม่เสียสัจจะ อย่ากลัว
ละชั่วทำดี เรียกว่ามีสัจจะ
เส้นทางเศรษฐี เริ่มต้นที่ สัจจะ
ไม่มีละปณิธาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว
ต่อกันเป็นสาย ไม่มีหมด กำลังใจ
ความพยายามอยู่ที่ใด สำเร็จอยู่ที่นั่น
สัจจะแน่ ของคนแท้ ได้แก่ทมะ
ชอบศึกษา ฝึกฝน ทนกิเลส
ไม่ปล่อยตัวปล่อยใจ น่าสังเวช
เป็นที่สังเกต คนดี มีสัจจะ
ฝึกฝน กระทั่งมีความอดทน เป็นนิสัย
ปัญหาน้อยใหญ่ ฝ่าฟัน
เกิดเป็นบารมี ชีวีพลิกผัน
บันดาลไห้ ได้สำเร็จ สมปราถนา
อดทนไม่ใช่ดื้อด้าน ต่อต้านนิ่งเฉย
แต่อดทนแล้วสะเบย สะบาย
เกิดจาคะ สละอารมณ์ร้าย
ใจผ่องใส สว่างไสว ธรรมสุข
 เป็นคนศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธา
หมู่มารา สยบ หลบหน้า
สังคมอยู่เย็น เป็นปานสวรรค์ชั้นฟ้า
สุขสมอุรา ทั่วหน้ากัน

;;;;;;;;;;