แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตายก่อนตาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตายก่อนตาย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2564

อยากตายแบบไหน (เลือกได้ มีสามแบบ) การตายมีสาม มีนามดังนี้ หนึ่ง ตายหลังตาย ขาดสติ มีแต่ไปอบาย สอง ตายขณะตาย มีสติ มีบุญอุ้มชูไว้ และสาม ตายก่อนตาย มีมหาสติ ไปดุสิตบุรีเทวโลก

อยากตายแบบไหน
(เลือกได้ มีสามแบบ) 

การตายมีสาม มีนามดังนี้
หนึ่ง ตายหลังตาย ขาดสติ มีแต่ไปอบาย
สอง ตายขณะตาย มีสติ มีบุญอุ้มชูไว้
และสาม ตายก่อนตาย มีมหาสติ ไปดุสิตบุรีเทวโลก 


ตายหลังตาย ไม่รู้ว่าตนตาย
เดินปะปนไป ก็ไม่มีใครสน
จะส่งสัญญาณอะไร ก็ไม่ได้ยินยล
สุดท้าย มองเห็นร่างตน คนมุงดู จึงรู้ว่าตนตายแล้ว

ตายหลังตาย ถ้ากรรมหนัก จักไปสู่อบายทันที
ยังงงงวยเหลือที่ ว่าตัวนี้ มาที่นี่ได้อย่างไร
หรือ เหมือนกับนอนหลับ สติดับ แล้วฝันไป
คนส่วนใหญ่ จะตายหลังตายทั้งนั้น

ตายหลังตาย นิมิตรร้าย จะมาฉายให้เห็น
 เป็นกรรมเวร ที่หนัก ปักแน่นในใจ
หรือเป็นอจิณณกรรม ที่ทำบ่อยๆไว้
 สติสลาย กรรมวิบาก ลากลงนรกอเวจี

ตายหลังตาย เจ็บปวดหลาย ตอนสายชีวิตจะขาด
พระจึงว่า ผู้ประมาท ความตายเป็นทุกข์
และคนเกือบทั้งหมด ที่มัวเพลินสนุก
ล้วนเป็นทุกข์..ตอนตาย แต่เมื่อเกิดใหม่ลืมสิ้น

ตายหลังตาย คือผู้ที่หลงอยู่ใน กระแสกรรมวิบาก
ไม่รู้จักมุ่งมั่น แสวงบุญสร้างบารมี
หากินไปวันๆ กินนอนถ่ายสืบพันธุ์ เท่านี้
ไม่ตั้งใจฝึกสติ ไม่มุ่งมั่น ทานศีลภาวนา

ตายขณะตาย ตั้งสติได้ นึกถึงพระพุทธคุณ
บุญค้ำจุน โอบอุ้ม คุ้มครอง
มีศุภนิมิตร วิจิตร อร่องฉ่อง
เทวดาทั้งผอง ยิ้มย่อง ต้อนรับ

ฝึกตายก่อนตาย ใช่ คือการสวดมนต์ไหว้พระ
นั่งสมาธิเจริญภาวนา นั่นหละ เป็นยอด
เป็นกิจกรณีย์ ของชีวี ตลอด
เมื่อจะม้วยมอด มีสติตลอด กล้าหาญ ไม่หวั่นมรณะภัย

ตายก่อนตาย รู้วันตาย จึงถอดกาย ไปก่อน 
ไม่เดือดร้อน ถอดกายได้ คล้ายนักรบมีชัย ในสงคราม
ออกจากเมือง ที่เพิ่งตีได้ ไปอย่างสง่างาม
นั่นคือบรรลุธรรม อำไพ เข้าถึง
พระรัตนตรัยในตัว

 ;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

มีสติสมบูรณ์ (อบอุ่นปลอดภัย ในโลกนี้และโลกหน้า) :: ชีวิตน่ากลัว ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ เมื่อเจ็บป่วยไข้ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครช่วย

มีสติสมบูรณ์
(อบอุ่นปลอดภัย ในโลกนี้และโลกหน้า)
ชีวิตน่ากลัว ถ้าไม่เตรียมตัวไว้
เมื่อเจ็บป่วยไข้ ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีใครช่วย
หรือเมื่อตาย อยู่ภพใหม่ ยิ่งแล้วใหญ่ มีแต่ซวย
ชีวิตจะสวย ด้วยไม่ประมาท ไม่ขาดฝึกสติ
 คนมีสติที่สมบูรณ์ แม้รู้วันตาย
 ใจอบอุ่นหลาย ด้วยอาศัยบุญญา
นึกถึงความตาย ได้ทุกขณะ
แม้จะมรณะ ก็สุขอุรา เหมือนผู้ชนะสงคราม
ส่วนนักโทษประหาร ก็รู้วันตาย
สติแตกกลัวหลาย กลัวตาย ด้วยบาป
นึกถึงความตายตลอดเวลา ไม่อาจระงับ
กินไม่ได้นอนไม่หลับ เหมือนกับผู้แพ้สงคราม
คนทั่วๆไป กิเลสหนา ปัญญาหยาบ
มัวเมาประมาท เหมือนกับ แมงเม่า
ขาดสติ มิเคยคิดถึงวันตาย ได้แต่กินบุญเก่า
เมื่อตาย ก็ไปเปล่า ล้มละลาย
ผู้มีอำนาจ บังอาจ ทุจริตผิดศีลธรรม
เบียดเบียน ล้างผลาญประจำ กรรมมาก
เมื่อหมดเวลาชีวิต น่ากลัวสุดขีด จะประจัก
เหมือนคนแพ้สงคราม ทุเรสยิ่งนัก รู้จักชีวิตเมื่อสาย
เมื่อมีสติอยู่กับตัว ไม่กลัวอะไร
กล้าหาญชาญชัย เสียสละได้ แม้ชีวิต
บุญอุเบกขา เกิดความกล้า ไม่กลัวสักนิด
ตายก่อนตาย ถอดจิต คนคิดไม่ถึง
ใจไม่อยู่กับตัว มัวเมาอยู่ภายนอก
ใจจึงถูกหลอก หลงอุปทาน ยึดมั่น จึงกลัว
เมื่อใจมีสติแจ่มใส อยู่กับตัว
ความกลัวคลาย เป็นผู้ใหญ่เสียสละ
ดังนั้น การฝึกสมาธิ เดินใน
กลางของกลาง ยิ่งเข้าไป ใจยิ่งกล้า
กระทั่ง เข้าถึงพระรัตนตรัย ธรรมกายา
นี้หละถอดจิต ที่เรียกว่า ตายก่อนตาย
คนขาดสติ นี้จะตายหลังตาย
โง่หลาย แม้ตัวตายก็ไม่รู้
ซมซานอยู่นาน ๗วันจึงค่อยรู้
ยมทูตต้องมา พาไปสู่ ยมโลก
ตายขณะตาย คือตายขณะมีสติ
รู้ดีว่าตัวกำลังจะตาย
สั่งเสีย ร่ำลา ครั้งสุดท้าย
นึกถึงบุญที่เคยทำมาได้ ไปสวรรค์
พระพุทธองค์ ทรงตรัส อย่าประมาท มัวเล่นสนุก
เตรียมตัวตาย หนีทุกข์ สนุกไม่ได้
เราเป็นนักโทษประหาร ผลาญเวลาได้ไง
สร้างที่พึ่งเข้าไว้ สุขสมใจ ภายใต้บุญบารมี

;;;;;;;;;;