แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิระ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ยอดคน (คนมีศีล) ศีล มาจากสิระ แปลว่ายอด หรือศีรษะ ยอดคน มีศีล เป็นธรรมดา ไม่ต้องรบก็ชนะ ศัตรูแพ้ใจ

 ยอดคน
(คนมีศีล)

ศีล มาจากสิระ
แปลว่ายอด หรือศีรษะ
ยอดคน มีศีล เป็นธรรมดา
ไม่ต้องรบก็ชนะ ศัตรูแพ้ใจ

ศีล เป็นเกราะ เป็นอาวุธวิเศษ
ป้องกันภัยเพท ทุกชนิด
ศีลเป็นสะพาน ให้ท่านสัมฤทธิ์
สำเร็จกิจทุกอย่าง กระทั่งพระนิพพาน

ผู้ทำร้าย ผู้มีศีลได้
ไม่ใช่ผู้ ไม่ใช่คน
เหมือนกับ ทำร้ายมารดาตน
ที่ทุกคน กราบไหว้
เก่งขนาดไหน ก็แพ้ภัยตน
จิตใจสับสน ไม่เป็นสุข
ร้อนรน ทุรนทุราย เป็นทุกข์
เหมือนถูก ไฟนรกสุม
ศีล เป็นที่มา สมบัติสาม
ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
เป็นธรรมดา ธรรมชาติ
ผู้ศีลขาด สมบัติเป็นภัย
สมบัติเป็นภัย กินไม่อิ่ม
ความสุขเป็นสนิม ทุรนทุราย
เป็นคนพาล คนจัญไร
เป็นภัย สังคม
ผู้มีศีล สังเกตได้
ผู้คนเข้าใกล้ สงบเย็น
สำรวมมารยาท จะเห็น
นำสังคมอยู่เย็น เป็นสุข

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ศีลยอดเยี่ยม (ยิ่งใหญ่ ไม่มีใดเทียม) ศีล ยอดเยี่ยม ไม่มีใดเทียม ในโลก นี้ไม่ตลก พระพุทธองค์ ผู้ทรงตรัส ศีลห้า ให้ความเป็นมนุษย์ ประเสริฐสัตว์ ที่สามารถ แสวงบุญสร้างบารมีได้

 ศีลยอดเยี่ยม
(ยิ่งใหญ่ ไม่มีใดเทียม)

ศีล ยอดเยี่ยม ไม่มีใดเทียม ในโลก
นี้ไม่ตลก พระพุทธองค์ ผู้ทรงตรัส
ศีลห้า ให้ความเป็นมนุษย์มนา ประเสริฐสัตว์
ที่สามารถ แสวงบุญสร้างบารมีได้

ศีล มาจากคำว่า สิระ แปลว่ายอด
ผู้ใจบอด คนพาล ไม่มีศีล
ปราชญ์ ผู้ฉลาด เป็นอาจิน
รักษาศีล เท่าชีวี เหมือนจามรี รักขนหาง

ศีล มาจากคำว่าสิวะ แปลว่า ปลอดโปร่ง
หายใจโล่ง ไม่อึดอัดขัดข้อง
ไม่ร้อนใจ เย็นสะบาย อร่องฉ่อง
ผิวพรรณดังทอง ไร้ซึ่ง โรคภัยไข้เจ็บ

ศีล มาจากคำว่า ศีตละ  แปลว่าเย็น
ชีวิตไม่ลำเค็ญ อยู่เย็นเป็นสุข
มีกินมีใช้ แสนสะบาย หมดทุกข์
มีความสุข สมปราถนา ทุกประการ

คนติเตียน หนีไม่พ้น คนไม่มีศีล
ชื่อเสียงสิ้น เหม็นเน่า เจ้าคนพาล
ส่วนคนดีมีศีล สุขสำราญ
อิ่มเอิบเบิกบาน สราญรมย์

ผู้ไม่มีศีลไม่อาจหลบ พบแต่ความเสียใจ
ทั้งใน..โลกนี้ และโลกหน้า
ไปสู่อบาย หนีไม่พ้น คนพาลา
ทุกข์นักหนา หาที่เปรียบไม่ได้

ศีลเป็นความดี ด้วยเป็นผู้ที่ สำรวมในที่ทั้งปวง
ไม่ล่วง..ระเมิด ระมัดระวังกายวาจา
ย่อมเป็นที่รัก ของมนุษย์และเทวา
กลิ่นศีลหอมนักหนา เทวดาชอบนัก

ปราชญ์แท้ นั้นแน่ รักษาศีล
สำรวมกายวาจา เป็นอาจิน เป็นธรรมชาติ
น่าเลื่อมใสศรัทธา นุ่มนวลมารยาท
สมเป็นปราชญ์ ชาติอาชาไนย

ต้องการชื่อเสียงดี มีทรัพย์
และเมื่อแตกดับ ได้ไปสวรรค์
ให้รักษาศีลา ตั้งเป็นปณิธาน
รักษาให้มั่น ปานจามรีย์ รักขนหาง

ผู้รักษาศีล ย่อมมีมิตรมาก เฝ้ารักษา
แม้เทวดา ก็ลงมาปกป้อง
กลิ่นศีลนั้นหอมนัก ไปได้ไกล กลิ่นอื่นเป็นรอง
คนแซ่ซร้อง ปกป้องดูแล

บุคคลใด สำรวมกายวาจาใจ ไม่พูดพล่อย
ไม่พูดต่อยหอย ในเรื่องของตน
เป็นคนมีศีล ใจใส ไม่หม่น
มีสติไม่ลืมตน ไม่ลืมตัว

ผู้ไม่มีศีล แม้มีอายุเป็นร้อย ก็ไม่ค่อยสำคัญ
ส่วนผู้มีศีล เพียงหนึ่งวัน สำคัญกว่า
อานิสงส์ของศีล ของผู้กลับใจได้ ไม่ธรรมดา
เพียงวันเดียวเท่านั้นหละ จะไปสุคติได้

ศีลที่ปฏิบัติไว้ดี ในชาตินี้แล้ว
ย่อมเป็นแก้ว สารพัดนึก
สมบัติทั้งหลาย ย่อมได้มา เพียงว่าตรองตรึก
สุดที่ใครๆจะนึก..ได้ จะเข้าใจได้

ผู้มีศีลสมบูรณ์แล้ว ย่อมแคล้วจากมือมาร
หมดภัยพาล เกษมศานต์ ในกาลทุกเมื่อ
มีสมบัติอัศจรรย์ ทันใช้ อย่างเหลือเฟือ
ช่างเหลือเชื่อ ในอานุภาพของศีล

มีศีลและปัญญา ชนะทั้งเทวาและมนุษย์
ไม่มีหยุด กระทั่งชรา
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ เลยหนา
ศีลา..ยังเป็นอาวุธ สุดวิเศษ

ศีล เป็นเครื่องประดับ มหัศจรรย์
ศีลเป็นเกราะคุ้มกัน ที่เลิศ
ศีล เป็นเสบียงเดินทาง ที่ประเสริฐ
ศีล เป็นเลิศ ในการนำทาง

ศีล เป็นดั่งมารดา ของธรรมะทั้งหลาย
เป็นประมุขใหญ่ ของธรรมทั้งปวง
ศีล เป็นดังสพาน มีคุณอนันต์ใหญ่หลวง
ศีลนำสุขทั้งปวงมาให้ได้ ในสัมปรายภพ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อาภรณ์อันประเสริฐ (เกิดด้วยศีล) ศีลได้ชื่อว่า อาภรณ์ อันประเสริฐ ด้วยมีคุณสมบัติ ดีเลิศ ดังนี้ ศีลมาจากคำว่าสิระ หรือศีรษะ หรือยอดดี ด้วยเป็นลักษณะของคนดี ที่เป็นยอดคน

 อาภรณ์อันประเสริฐ
(เกิดด้วยศีล)

ศีลได้ชื่อว่า อาภรณ์ อันประเสริฐ
ด้วยมีคุณสมบัติ ดีเลิศ ดังนี้
ศีลมาจากคำว่าสิระ หรือศีรษะ หรือยอดดี
ด้วยเป็นลักษณะของคนดี ที่เป็นยอดคน

ศีลมาจากคำว่า สีละ แปลว่าปกติ
ด้วยคนเรานี้ ปกติรักชีวีของตน
และมองเห็นคุณค่า ของคน
คนปกติ จึงกระตือลือล้น รักษาศีล

ศีลมาจากคำว่า สีตะละ แปลว่าเย็น
อันเป็นความเย็น เป็นเหมือนได้อาบน้ำ
แล้วนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบหนา สะบายล้ำ
คนอยู่ใกล้ ให้รู้สึกชื่นฉ่ำ ตามไปด้วย

ศีล มาจากคำว่า ศิวะ แปลว่าปลอดโปร่ง 
หายใจโล่ง ด้วยใจ ใสบริสุทธิ์
 ไม่ระแวงอันใด เหมือนมีเกราะป้องภัย และอาวุธ
ที่ดีสุด เป็นเช่น
อาวุธ เกราะแก้ว วิเศษ

ดังนั้น ศีล เป็นคุณธรรม ทำให้เป็นยอดคน
อันเป็นลักษณะของคน..ปกติ ที่สมบูรณ์พูนสุข
เย็นกายเย็นใจ ชีวิตปลอดโปร่งปลอดภัย ไร้ทุกข์
ไร้เวรกรรม นำสุขแท้จริง

พระสารีบุตร เคยพูดไว้ว่า
ศีลนั่นหนา คือการตั้งเจตนางดเว้น กายทุจริต๓
ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่ประพฤติผิดในกาม 
และวจีทุจริต๔ ก็ตาม ได้แก่ พูดเท็จ คำหยาบ ส่อเสียด เพ้อเจ้อ

ศีลยังเป็นเจตสิก หลีกจากมโนทุจริต๓
มีนาม..ว่า คิดโลภ คิดพยายาท และคิดเห็นผิด
โดยสรุป ศีล เป็นการสำรวมระวัง การปิดกั้นความชั่ว ทุกชนิด
ตั้งจิต งดเว้นชั่ว ทุจริต สิ่งไม่ดีทุกประการ

 ศีลนี้ เป็นบุญกิริยาวัตถุ หรือการทำบุญญา
ทุกครั้งที่ตั้งเจตนา งดเว้น จะมีกระแสบุญไหลรุด
ชำระใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์
อันเป็นปัจจัย เยี่ยมยุทธ ของชีวิต

ศีล นี้หละ จะทำให้ชีวา ปกติ
คือมีสุขี สมปราถนา ทั้งดินฟ้าอากาศ
ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ และโรคระบาด
อีกทั้งคนภัยคนพาล ไม่อาจ เข้าใกล้

ศีล  นี้หละ ได้ชื่อว่า มหาทาน
ข้อที่หนึ่งนั้น ไม่ฆ่า ได้ชื่อว่าให้ชีวา
ข้อที่สองไม่ลักทรัพย์ นับว่า ให้ฐานะ
ข้อที่สาม ไม่เจ้าชู้นั้นหนา ให้ครอบครัวอบอุ่น

ข้อที่สี่ ไม่พูดคำเท็จ อันเป็นเหตุให้ระแวง
เกิดความคลางแคลง ไม่สะบายใจ
การพูดคำจริง จึงยิ่งหญ่
ให้ความสุขใจ แก่ผู้คน

ข้อที่ห้า ไม่ดื่มสุรา อันทำให้ประมาท ขาดสติ
 เป็นเช่นพระอาทิตย์เปร่งรัศมี สว่างไสว
สรรพสัตว์ เหมือนนัด ต่างดีใจ
ธรรมชาติ สดใส สุดสวยด้วยตะวัน

;;;;;;;;;;