แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อยาก แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2565

ความทุกข์ยาก (ด้วยไม่รู้จักศรัทธา) อยากไม่หยุด เป็นสมุฏฐาน ความทุกข์ รักสนุก ทุกข์ถนัด ประมาทหลาย สรรพสัตว์ ล้วนมุ่งหน้า ไปสู่อบาย ไม่ตายก็เหมือนตาย น่าเสียดายนัก

 ความทุกข์ยาก
(ด้วยไม่รู้จักศรัทธา)


ความรักขาดไม่ได้ ด้วยใจนั้น แสวงหา
เหมือนงูนั่นหละ ชอบเลื้อยไปหา ในที่เย็น
ชอบอย่างไหน ใจก็ไปที่นั่น ไม่เว้น
นิสัย จึงเป็นเช่น เครื่องชี้ จีพีเอส

ความรักของคน นั้นมีสอง ลองคิดดู
หนึ่ง เป็นผู้ มีรักสมอยาก ที่หมักด้วยกิเลสตัณหา
สอง เป็นผู้ มีรักบริสุทธิ์ อยากหยุด สุขอุรา
เห็นทุกชีวา เสมอญาติกา สายโลหิต

รักสมอยาก ไม่นานนัก ก็เบื่อหน่าย
เป็นปัญหามากหลาย ของสังคม
มือใครยาว สาวได้สาวเอา มีเท่าใดก็ไม่พอถม
ชีวิตล้ม..ละลาย ตายไป ไม่พ้นนรก

รักหมดอยาก สุขนัก เมื่อใจหยุด
ใจหลุด..พ้นจากตัณหา ที่พาฉิบหาย
มีสติแจ่มใส มีใจหยุด อยู่ภายใน
ตั้งปณิธาณไว้ แสวงบุญสร้างบารมี

เป็นบัณฑิต ที่มีจิต สังคหะ
สงเคราะห์ญาติกา และชาวประชาให้อยู่เย็น
เป็นผู้มีปัญญา ทำพลีห้า อันจำเป็น
บำเพ็ญ..ทักษิณา แด่พระผู้ปฏิบัติ

อยากไม่หยุด เป็นสมุฏฐาน ความทุกข์
รักสนุก ทุกข์ถนัด ประมาทหลาย
สรรพสัตว์ ล้วนมุ่งหน้า ไปสู่อบาย
ไม่ตายก็เหมือนตาย น่าเสียดายนัก

เกิดเป็นมนุษย์นี้ กิจกรณีย์ คือแสวงบุญ
โง่เง่าเต่าตุ่น ถ้าบุญไม่รู้จัก
เป็นไก่เห็นพลอย เขี่ยพลอยทิ้งซะ น่าสงสารนัก
ดังนั้น จงตระหนัก คุณธรรมศรัทธา ว่าประเสริฐสุด

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

หยุดใจได้ปัญญา (ส่วนอยากนั้นหละ โง่) หยุดตรงข้ามกับอยาก รู้จักไหม เป็นคำยิ่งใหญ่ ไม่รู้ไม่ได้ ถ้าใคร่อยากอยู่ดีกินดี ก็เพราะอยาก ทำให้ยากอยู่ทุกวันนี้ หยุดกระหายอยาก เร่งทำดี ทานศีลภาวนา

 หยุดใจได้ปัญญา 
(ส่วนอยากนั้นหละ โง่)

หยุดตรงข้ามกับอยาก รู้จักไหม
เป็นคำยิ่งใหญ่ ไม่รู้ไม่ได้ ถ้าใคร่อยากอยู่ดีกินดี
ก็เพราะอยาก ทำให้ยากอยู่ทุกวันนี้
หยุดกระหายอยาก เร่งทำดี ทานศีลภาวนา

เมื่อกระหายอยาก ใจเราจักไม่นิ่ง
ใจมันวิ่ง อยู่นอกตัว เมามัวกระแสโลก
ไม่อยู่ในตัว กระแสธรรม นำสุข หมดทุกข์โศก
กระแสโลก รุนแรงนัก ยากจักขัดขืน

มีศรัทธา ทานศีลภาวนา เป็นประจำ
เข้าสู่กระแสธรรม สุขล้ำ สำเร็จ
สุขสำเร็จง่ายๆ อยู่ที่ใจ หยุดอยู่ภายใน นี้เป็นกลเม็ด
ขาดศรัทธา เป็นเสร็จ เป็นเป็ดไก่ได้พลอย

คำว่าฉันทะ แปลว่าอยากหรือรักทางธรรม ไม่มีกามกิเลส 
อยากทำความดี วิเศษ จึงเกิดวิริยะ
และจิตตะ วิมังสา ติดตามมา
ก็คืออิทธิบาทสี่นั่นหละ ท่านคงรู้

อยากอย่างนี้ น่าจะดี ไม่มีพิษภัย
แต่ถ้าอยากมากไป ก็ไปทำลายจิตตะ
คือใจไม่หยุด ไม่นิ่ง จึงไม่เกิดปัญญา
ไม่เกิดวิมังสา งานออกมาไม่ดี

หลวงพ่อครูไม่ใหญ่ ท่านกล่าวไว้ว่า
การเจริญภาวนา..นั้น สุดแสนดี
เป็นการทำพระนิพพานให้แจ้ง แดนอมตะชีวี
แต่ความอยากอย่าให้มี ตอนปฏิบัติ

เวลาปฏิบัติ ฝึกหัด ใจหยุดใจนิ่ง
ใจจะดิ่ง นิ่งได้ ต้องไม่มีอยาก
ต้องหยุดอยาก ไม่เร่ง ไม่ลุ้น ไม่เพ่งไม่จ้อง ต้องรู้จัก
เมื่อหยุดอยาก..ได้ ใจจะสะบาย กายปลอดโปร่งโล่งเบา

ส่วนความอยาก ที่เป็นตัณหา ทยานอยาก
นั้น แน่นัก มีไม่ได้ อันตราย
ถึงขั้นผิดศีล เสียสุขภาพ ร่างกาย
หลงเหยื่อของมารร้าย เสียผู้เสียคน

หยุดอยาก ใจหยุด อยู่ภายใน
ใจสว่างไสว สุขหลาย สุขจากใจหยุด ใจนิ่ง
ใจหยุด เป็นที่สุดของบุญจริงๆ
เหนือทุกสิ่ง ประโยชน์อย่างยิ่ง คือทำพระนิพพานให้แจ้ง 

;;;;;;;;;;