ปฏิสันถาร
(คืองานที่แท้จริง)
;;;;;;;;;;
ปฏิสันถาร
(คืองานที่แท้จริง)
;;;;;;;;;;
ชนะด้วยบารมี
(พาลีพ่าย กลายเป็นมิตร)






;;;;;;;;;;
เคารพปฎิสันถาร
(ไม่ขาดการฝึกสติ)
เป็นพุทธพจน์ น่าจดน่าจำ
ควรกระทำตาม ด้วยเป็นความดี
การพูด จึงต้องมีสติ
เมตตามี ค่อยพูดดีออกไป
พูดดี เป็นศรีแก่ปาก
มีคนรัก คนชมชื่น
มีปีติ ทั้งหลับ ทั้งตื่น
ชีวิตราบรื่น ชีวาปลอดภัย
พูดดี ที่เป็นอรรถเป็นธรรม
ปีติล้ำ ทั้งผู้พูด และผู้ฟัง
ชีวิตสดใส ธรรมชาติ สวยงาม
บรรยกาศ เย็นฉ่ำ ล้ำสุขสม
พูดดี พูดพอประมาณ พอเหมาะพอดี
ต้องมีสติ มีความเคารพคารวะ
เห็นความดีของเขา แล้วชื่นอุรา
พูดจา ระรื่น หวานหู
เมื่อถึงเวลา ควรที่จะพูด
เป็นโอกาศดีสุด พูดแล้วมีคนฟัง
พูดสิ่งที่ดีงาม บุญไหลหลั่ง
สุขสมหวัง เกิดขึ้นแก่ทุกคน
เคารพปฏิสันถาร พระพุทธองค์ท่าน ทรงเน้น
การพูดเป็น เช่นวาจาสุภาษิต
เป็นสุดยอดความสามารถ สุดคาดคิด
ผู้ไม่ประมาท ฝึกจิต มีสิทธิ์ได้เป็น
;;;;;;;;;;
ปฏิสันถาร
(งานสร้างบารมี)
เคารพปฏิสันถารได้ นั้นไม่ธรรมดา
แน่ละ จะต้อง ไม่ประมาท
ไม่ดูเบา เอาแต่ใจตนไม่ได้เด็ดขาด
มารยาท สุดสำคัญ พูดหวานเป็น
ผู้ไม่ประมาท คือไม่ขาดสติ
ใจจะมีปีติ อยู่เสมอ
ด้วยมีความรักเคารพ เมื่อเจอ
จึงไม่เผลอ พูดร้าย ใส่ไฟคน
เคารพปฎิสันถาร สำคัญมาก
เป็นหลักเป็นประธาน การสร้างบารมี
เป็นกัลยาณมิตร ให้คนทั่วทิศ สุขี
เจริญสติ เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
เคารพ คือตระหนักในความดี ของคน
ใจไม่หนีจากตน คือคนดี
จึงต้องมีกรณียกิจ ฝึกสติ
ฝึกสมาธิ ฝึกตน ฝึกใจ
เคารพ งามจบ ด้วยวาจาสุภาษิต
พูดด้วยจิต..เมตตา รักใคร่
มีบุคคลิกลักษณะ เป็นผู้ใหญ่
ทำให้คนมีกำลังใจ ฝักใฝ่ทำความดี
ฝึกตนเกิดปัญญา มีศรัทธาเกิด
ใจประเสริฐ จับแต่ดี มีเมตตา
เห็นทุกคนเป็นญาติ เสมอหน้า
นี่หละคารวะ เหมาะจะปฏิสันถาร
;;;;;;;;;;