แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม่ประมาท แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม่ประมาท แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ไม่ประมาท (ด้วยเห็นชัดถึงภัยจะตามมา) ภิกษุยินดี ในความไม่ประมาท หรือเห็นชัด ถึงภัยจะตามมา ย่อมเผาสังโยชน์ กิเลสะ เหมือนไฟไหม้เชื้อ ฉะนั้น

 ไม่ประมาท
(ด้วยเห็นชัดถึงภัยจะตามมา)


ภิกษุยินดี ในความไม่ประมาท
ด้วยเห็นชัด ถึงภัยจะตามมา
ย่อมเผาสังโยชน์ กิเลสะ
เหมือนไฟไหม้เชื้อ ฉะนั้น

ภิกษุยินดี ในความไม่ประมาท
 ไม่ให้โอกาศ ภัยนานา
เป็นผู้จะไม่เสื่อม และได้ชื่อว่า
 อยู่ใกล้พระนิพพาน ทีเดียว
ภิกษุผู้มีธรรม เป็นเครื่องอยู่
 มีสติรู้ ไม่ประมาท
ละความถือมั่น ได้เด็ดขาด
พึงละชาติ ชราและทุกข์ ในโลกนี้ได้
คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะ
 ที่น้ำหลากมาก็ ท่วมไม่ได้
ด้วยถือความหมั่น ความไม่ประมาทไว้
 และความข่มใจ ความสำรวม
กรรม ย่อมจำแนกสัตว์
คัดแยก ทรามหรือประณีต
สูงหรือต่ำ อยู่ที่จิต
บุญประณีต ส่วนบาปนั้นทราม
การงานอะไรๆ ที่ย่อหย่อน
 ย่อมแน่นอน ไม่มีผลมาก
ชีวิต จึงต้องรู้จัก
สู้อุปสรรค ด้วยขันติธรรม
กรรมชั่ว ของตนเอง
 ย่อมนำคนเสงเครง ไปสู่ทุคติ
กฎแห่งกรรม อยู่เหนือชีวี
ไม่อาจหลบหนี ไม่มีที่ให้หลบ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

เพียรมานะบากบั่น (เป็นผู้ขยัน ไม่ประมาท) ผู้ขยัน ในหน้าที่การงาน เข้าใจจัดการ ไม่ประมาท เลี้ยงชีวิตพอสมควร จึงอาจ สามารถ รักษาทรัพย์ที่หามาได้

  เพียรมานะบากบั่น
(เป็นผู้ขยัน ไม่ประมาท)


ผู้ขยัน ในหน้าที่การงาน
 เข้าใจจัดการ ไม่ประมาท
เลี้ยงชีวิตพอสมควร จึงอาจ
สามารถ รักษาทรัพย์ที่หามาได้
เมื่อความบากบั่น มีอยู่
 บัณฑิตรู้ ซึ้ง จึงพึงเว้นบาปในโลกนี้
เหมือนคนมีจักษุดี
เว้นทางอันที่ ไม่เรียบร้อย
ผู้เกียจคร้าน มีความเพียรเลว
 เหลวไหล เป็นอยู่ได้ ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้ปรารภความเพียร มั่นคงเต็มที่
 มีชีวี อยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่า
ผู้ทนความหนาว และความร้อนได้
และทนได้หลาย ยิ่งกว่าหญ้า
ทำกิจของบุรุษ สู้ตัณหา
 ย่อมละทุกขา ไม่เสื่อมจากสุข

 จงเห็นความเกียจคร้าน เป็นภัย
และเห็นดีใน ปรารภความเพียร
จงอดทนอดกลั้น อย่าหันเหียน
 ปรารภความเพียร เป็นพุทธานุศาสนี
การทำความเพียร ต้องทำเอง
 แม้แสนเก่ง ก็ทำให้ไม่ได้
เจริญสติ สม่ำเสมอ ตลอดไป
เกิดปัญญาใส พ้นภัยมาร
อริยมรรค ย่อมบริสุทธิ์
 เมื่อหลุดจาก หลับ และเกียจคร้าน
ความบิดขี้เกียจ เบื่องาน
 และความเมาอาหาร ด้วยความเพียร
ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล มีปัญญา
 มีใจรักษา มั่นคงดี
ปรารภความเพียร ในทุกที่
ย่อมข้ามโอฆะที่ ข้ามได้ยาก

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2567

อายุมนุษย์น้อยนัก (คนดีตระหนัก จึงไม่ประมาท) อายุของมนุษย์นี้ น้อยนัก คนดีตระหนัก จึงไม่ปมาทะ ทำตน ประดุจคน ไฟไหม้ศีรษะ มฤตยูจะไม่มา ย่อมไม่มี

 อายุมนุษย์น้อยนัก
(คนดีตระหนัก จึงไม่ประมาท)

อายุของมนุษย์นี้ น้อยนัก
คนดีตระหนัก จึงไม่ปมาทะ
ทำตน ประดุจคน ไฟไหม้ศีรษะ 
มฤตยูจะไม่มา ย่อมไม่มี

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งเขลาและฉลาด
ล้วนตกอยู่ในอำนาจ แห่งความตาย
ไม่อาจ หลบหลีกได้
 ล้วนมีความตาย เป็นเบื้องหน้า
จะอยู่ในอากาศ อยู่กลางสมุทร
แม้อยู่ในสุด ในหลืบเขา
ก็ไม่พ้นจาก มฤตยูเจ้า
ทุกที่ภูมิลำเนา ความตายไม่เว้น
 
ความตาย ทำลายผู้ติดในกาม
ที่มีอารมณ์วาบหวาม กับสิ่งภายนอก
กามไม่มีอิ่ม ขอบอก
เอาคนเป็นวอก ไว้ในอำนาจ
ผู้เลี้ยงโค ย่อมต้อนฝูงโค
 ด้วยไม้พลองอันโต ฉันใด
ความแก่และความตาย
ย่อมต้อนอายุ ของสัตว์ ไปฉันนั้น
ภาชนะดิน ที่ช่างหม้อปั้น
 ที่สุดแล้วนั้น ล้วนมีความแตกสลาย
ชีวิตสรรพสัตว์ ก็ฉันนั้น ทนไม่ได้
สูญสลาย ไปตามกาลเวลา
ห้วงน้ำ ที่เต็มฝั่ง
 ยังพัดต้นไม้ ริมตลิ่งไป ฉันใด
สัตว์มีชีวิตทั้งหลาย
 ถูกความแก่ความตาย พัดไปฉันนั้น

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ผู้ไม่ประมาท (ทุกภพชาติสุขสมปราถนา) ความไม่ประมาท ธรรมชาติไม่ตาย บุญไหลมาเป็นสาย ให้ความคุ้มครอง รู้จักอดทนอดกลั้น ภัยทั้งผอง บารมีคุ้มครอง ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

 ผู้ไม่ประมาท
(ทุกภพชาติ
สุขสมปราถนา)


ความไม่ประมาท ธรรมชาติไม่ตาย
บุญไหลมาเป็นสาย ให้ความคุ้มครอง
รู้จักอดทนอดกลั้น ภัยทั้งผอง
บารมีคุ้มครอง ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

ปราชญ์ จะรักษาความไม่ประมาทไว้
คล้าย ทรัพย์ประเสริฐสุด
คือรักษาสติ ไม่ให้หลุด
ทำใจนิ่งใจหยุด อยู่ในตน

บัณฑิต ย่อมมีจิต สรรเสริญ
ดีเหลือเกิน ความไม่ประมาท
 มีปัญญา มีศรัทธา พระศาสน์
สมารถ..รักษาตน พ้นอบาย

บัณฑิต ย่อมบันเทิง ร่าเริงใจ
ได้ปีติหลาย ในความไม่ประมาท
รักษาสติไว้ในตน คนไม่คาด
ได้สุขสมมาด มาง่ายๆ

ผู้ไม่ประมาท ธรรมชาติ ไม่ตาย
คือไม่หน่าย ในบุญ คุณความดี
ผู้ประมาท เหมือนตาย จากโลกนี้
เป็นโลกที่ แสวงบุญสร้างบารมีได้

ผู้ไม่ประมาทพินิจ กิจวัตรของตน
ย่อมปีติล้น เข้าถึงสุขอันไพบูลย์
เป็นสุขที่ยิ่งใหญ่ แสนอบอุ่น
บุญเกื้อหนุน ชีวิตปลอดภัย

บัณฑิตผู้ไม่ประมาท เป็นธรรมดา
มีบุญตามรักษา ทุกชาติภพ
 เหมือนอยู่บนเรือใหญ่ ภัยใดๆไม่ประสพ
สุขสมปราถนา ทุกภพ ทุกชาติ

;;;;;;;;;;  

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อย่าประมาท (ไม่ขาดเจริญสติ) คนประมาทนี้ เหมือนคนที่ตายแล้ว ตายจากแก้ว คือบุญ ค้ำจุนชีวี บุญเก่าละลาย บุญใหม่ ก็หนี เหลือชีวี ที่มีแต่ซาก

 อย่าประมาท
(ไม่ขาดเจริญสติ)


คนประมาทนี้ เหมือนคนที่ตายแล้ว
ตายจากแก้ว คือบุญ ค้ำจุนชีวี
บุญเก่าละลาย บุญใหม่ ก็หนี
เหลือชีวี ที่มีแต่ซาก

คนประมาท มีธรรมชาติ ทำลายสติ
เริงโลกีย์ เต็มที่ อบายมุข
ทำลายล้างศาสนาได้ สะใจ สนุก
เป็นลูก..ทรพี หนีนรกมาเกิด

ผู้ประมาท ย่อมเศร้าโศก สิ้นกาลนาน
เข้าสู่คุกประหาร สังสารวัฏฏ์
เวียนว่ายตายเกิด ในอบาย แน่นขนัด
สรรพสัตว์ ทุกข์หนัก น้ำตานอง

เมื่อก่อนประมาท แล้วเลิกขาดได้
สามารถทำใจใส ทำโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์ พ้นหมู่เมฆบัง
สดใสสว่าง กระจ่างฟ้า

กิจที่ควรทำ ต้องย้ำ ไม่ประมาท
ละเด็ดขาด ความประมาท อาสวะเจริญ
โลกียสุข เหยื่อล่อ ให้เมิน
อย่าหลงเดิน เด็ดขาด พลาดไม่ได้

แม้กล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่ประมาท
ก็ไม่อาจ มีส่วนแห่งสามัญญผล
เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโค ก็ยังจน
พระผู้ประมาท ก็เพียงเป็นคน ห่มจีวร

เราทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท
ละเด็ดขาด ความประมาท อย่าให้เหลือ
โดยฝึกสติ เป็นกิจกรณีย์ ไม่เบื่อ
มีศรัทธา เชื่อ ในพุทธพจน์

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ไม่ประมาท (ศาสตร์ครองชีวิต) ท่านทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท ตามรักษาอาตม์ คือจิต ให้ตระหนัก จงถอนตนขึ้นจากหล่ม คือกิเลส แม้ยาก เหมือนช้างจมปลัก แม้ยากนัก ฉะนั้น

 ไม่ประมาท
(ศาสตร์ครองชีวิต)


ท่านทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท
ตามรักษาอาตม์ คือจิต ให้ตระหนัก
จงถอนตนขึ้นจากหล่ม คือกิเลส แม้ยาก
 เหมือนช้างจมปลัก สุดยาก แต่ยังรักชีวิต

กิเลสตัณหาอุปาทาน สติเท่านั้น สู้มันได้
การฝึกสติ จึงยิ่งใหญ่ คนไม่รู้
เป็นกรณียกิจ ของชีวิต ทุกผู้
เกิดมาต้องรู้ มาฝึกสติ

ใจของคน ซนมาก ยังกะลิง
ยากจริงๆจะหยุดนิ่ง แต่ลิงก็ยังฝึกได้
ใจของคนแม้ซุกซน ก็ยังไหว
เกิดเป็นคน จึงโชคใหญ่ คนไม่รู้

การได้สติฝึกตน เป็นคนประเสริฐ
ไม่ต้องไปเกิด..ในอบาย คุกประหาร
เป็นอิสระ เดินทางบุญ พ้นมือมาร
เหมือนอยู่บนเรือใหญ่อย่างนั้น พ้นอันตราย

คนประมาทหลาย ไม่ใส่ใจฝึกตน
แถมยังดื้อล้น ทำลายสติ
ดื่มสุรายาเมา ช่างอวดดี
แม้อยู่ใกล้วัด ยังขาดสติ กลียุค

สตินี้ ปรกติ ทำลายยาก
เหนียวมากๆ ไม่อาจจักทำลาย
แม้เจ็บป่วยไข้ จะเป็นจะตาย
สติยังใสได้ ไม่ขุ่นมัว

สตินี้แพ้ง่ายๆ ให้แก่สุรายาเมา
อบายมุข ท่านจึงเอาไว้ ข้อแรก
ปากทางฉิบหาย จึงไม่แปลก
ดื่มสุรา เป็นข้อแรก ของอบายมุขหก

;;;;;;;;;;


วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เคารพปฎิสันถาร (ไม่ขาดการฝึกสติ) ไม่ควรพูด จนเกินการ ไม่ควรพูดนาน..เกินไป เมื่อถึงเวลา ก็พูดได้ พอประมาณ ไม่..ฟั่นเฝือ

 เคารพปฎิสันถาร
(ไม่ขาดการฝึกสติ)


ไม่ควรพูด จนเกินการ
ไม่ควรพูดนาน..เกินไป
เมื่อถึงเวลา ก็พูดได้
พอประมาณ ไม่..ฟั่นเฝือ

เป็นพุทธพจน์ น่าจดน่าจำ
ควรกระทำตาม ด้วยเป็นความดี
การพูด จึงต้องมีสติ
เมตตามี ค่อยพูดดีออกไป

พูดดี เป็นศรีแก่ปาก
มีคนรัก คนชมชื่น
มีปีติ ทั้งหลับ ทั้งตื่น
ชีวิตราบรื่น ชีวาปลอดภัย

พูดดี ที่เป็นอรรถเป็นธรรม
ปีติล้ำ ทั้งผู้พูด และผู้ฟัง
ชีวิตสดใส ธรรมชาติ สวยงาม
บรรยกาศ เย็นฉ่ำ ล้ำสุขสม

พูดดี พูดพอประมาณ พอเหมาะพอดี
ต้องมีสติ มีความเคารพคารวะ
เห็นความดีของเขา แล้วชื่นอุรา
 พูดจา ระรื่น หวานหู

เมื่อถึงเวลา ควรที่จะพูด
เป็นโอกาศดีสุด พูดแล้วมีคนฟัง
พูดสิ่งที่ดีงาม บุญไหลหลั่ง
สุขสมหวัง เกิดขึ้นแก่ทุกคน

เคารพปฏิสันถาร พระพุทธองค์ท่าน ทรงเน้น
การพูดเป็น เช่นวาจาสุภาษิต
เป็นสุดยอดความสามารถ สุดคาดคิด
ผู้ไม่ประมาท ฝึกจิต มีสิทธิ์ได้เป็น

;;;;;;;;;;