แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจริญสติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เจริญสติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2566

เจริญสติ (หนีคนพาล) ไม่ควรวางใจ คนไม่คุ้นเคย ไม่รู้เลย ว่าเป็นบัณฑิตหรือไม่ คนดีเท่านั้น วางใจ คนดีหายากหลาย ในยุคนี้

เจริญสติ
(หนีคนพาล) 

ไม่ควรวางใจ คนไม่คุ้นเคย
ไม่รู้เลย ว่าเป็นบัณฑิตหรือไม่
คนดีเท่านั้น วางใจ
คนดีหายากหลาย ในยุคนี้
แม้ในคนคุ้นเคย ก็ไม่ควรวางใจ
จะแปรไปเมื่อใด ก็ไม่รู้
ผู้มีตัณหา ปุถุชน ยังประมาทอยู่
จงอยู่อย่างผู้..มีสติ มิประมาท

คบคนพาล มีแต่ฉิบหาย
เหมือนแผ่นดินไหว ตลอดเวลา
บ้านอยู่ไม่ได้ พังราบพนา
มีแต่คนบ้า กล้าคบคนพาล
ไม่ควรไว้ใจ คนบาป
คนสับปลับ ใจขุ่น อารมณ์ร้าย
ติดโลกโลกีย์ มักได้
สุรุ่ยสุร่าย เมามายสุรา
ไม่ควรไว้ใจ คนพูดพล่อยๆ
พูดลอยๆ ง่ายๆ ไร้สติ
มีปากก็พูด โน่นนี่
ขาดสติ ยับยั้ง ความคิด
ไม่ควรไว้ใจ ผู้เห็นแต่ประโยชน์ตน
หนีไม่พ้น กินบ้านกินเมือง
เมื่อได้เป็นใหญ่ สะบาย ได้เรื่อง
ทำตัวเขื่อง ข่มขู่ หมู่ชน
ไม่ควรไว้ใจ ผู้ที่แสร้งสงบเสงี่ยม
ดูเอี้ยมเฟี้ยม เมื่ออยู่ต่อหน้า
แต่เบื้องหลัง ร้าย สุดพรรณา
จงเจริญสติ หนีพาลา คนพาล

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผู้มีปัญญา (ภาวนาเป็นชีวิต) จงเป็นผู้ยินดี ใน ไม่ประมาท ดังเช่นราช..สีห์ รักษาหาง หลับและตื่น ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง คนดี มีสติตั้ง..มั่น อยู่ในตน

 ผู้มีปัญญา
(ภาวนาเป็นชีวิต)



 จงเป็นผู้ยินดี ใน ไม่ประมาท
ดังเช่นราช..สีห์ รักษาหาง
หลับและตื่น ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง
คนดี มีสติตั้ง..มั่น อยู่ในตน

ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
ไม่ขาด เผาสังโยชน์น้อยใหญ่
เหมือนไฟไหม้เชื้อ ไม่เหลือไว้
ทั้งน้อยทั้งใหญ่ ไหม้หมดสิ้น

ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
แน่ชัด อยู่ใกล้พระนิพพาน
มีกำลังใจ ตั้งมั่น ปณิธาน
เป็นไงเป็นกัน เข้าให้ถึง 

ภิกษุผู้มีธรรม มิประมาท อยู่ 
เป็นผู้รู้ ละความถือมั่น แล้วเที่ยวไป
 ละชาติชรา และทุกข์ทั้งหลายได้
บารมีของไท้ ทำให้โลกอยู่เย็น

ผู้มีปัญญา สร้างเกาะ หนีน้ำ
 ขยันล้ำ 
ข่มใจ ไม่ประมาท
กิเลสตัณหา ท่วมโลกา น่าอนาถ
เหล่าผู้ประมาท ไม่รู้สา ปลาหลงเหยื่อ

ผู้ประมาท หลงรสชาติ กาม
เหมือนหนอนล้ำ สนุกสนาน
มีอาหารมากมาย รับประทาน
เฮฮาสนุกสนาน รื่นเริง

ผู้มีปัญญา ไม่หลงกามา กิเลส
ไม่หลงอาเพท ตื่นอยู่ ผู้อื่นหลับ
เป็นม้าดี หนีไปไกล ลิบลับ
การเจริญสติ นี้คู่กับ ผู้มีปัญญา

;;;;;;;;;; 

วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565

อย่าประมาท (ไม่ขาดเจริญสติ) คนประมาทนี้ เหมือนคนที่ตายแล้ว ตายจากแก้ว คือบุญ ค้ำจุนชีวี บุญเก่าละลาย บุญใหม่ ก็หนี เหลือชีวี ที่มีแต่ซาก

 อย่าประมาท
(ไม่ขาดเจริญสติ)


คนประมาทนี้ เหมือนคนที่ตายแล้ว
ตายจากแก้ว คือบุญ ค้ำจุนชีวี
บุญเก่าละลาย บุญใหม่ ก็หนี
เหลือชีวี ที่มีแต่ซาก

คนประมาท มีธรรมชาติ ทำลายสติ
เริงโลกีย์ เต็มที่ อบายมุข
ทำลายล้างศาสนาได้ สะใจ สนุก
เป็นลูก..ทรพี หนีนรกมาเกิด

ผู้ประมาท ย่อมเศร้าโศก สิ้นกาลนาน
เข้าสู่คุกประหาร สังสารวัฏฏ์
เวียนว่ายตายเกิด ในอบาย แน่นขนัด
สรรพสัตว์ ทุกข์หนัก น้ำตานอง

เมื่อก่อนประมาท แล้วเลิกขาดได้
สามารถทำใจใส ทำโลกนี้ให้สว่าง
เหมือนพระจันทร์ พ้นหมู่เมฆบัง
สดใสสว่าง กระจ่างฟ้า

กิจที่ควรทำ ต้องย้ำ ไม่ประมาท
ละเด็ดขาด ความประมาท อาสวะเจริญ
โลกียสุข เหยื่อล่อ ให้เมิน
อย่าหลงเดิน เด็ดขาด พลาดไม่ได้

แม้กล่าวพุทธพจน์ได้มาก แต่ประมาท
ก็ไม่อาจ มีส่วนแห่งสามัญญผล
เหมือนคนเลี้ยงโค คอยนับโค ก็ยังจน
พระผู้ประมาท ก็เพียงเป็นคน ห่มจีวร

เราทั้งหลาย จงใส่ใจ ในความไม่ประมาท
ละเด็ดขาด ความประมาท อย่าให้เหลือ
โดยฝึกสติ เป็นกิจกรณีย์ ไม่เบื่อ
มีศรัทธา เชื่อ ในพุทธพจน์

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565

พาลที่น่ากลัว (คือตัวเราเอง) อยู่ร่วมกับคนพาล ปานอยู่ร่วมกับศัตรู นำแต่ทุกข์มาสู่ อยู่เสมอ ตรงข้าม อยู่กับบัณฑิต ทุกข์ไม่เจอ สุขเสมอ พาพ้นทุกข์

 พาลที่น่ากลัว
(คือตัวเราเอง)


อยู่ร่วมกับคนพาล ปานอยู่ร่วมกับศัตรู
นำแต่ทุกข์มาสู่ อยู่เสมอ
ตรงข้าม อยู่กับบัณฑิต ทุกข์ไม่เจอ
สุขเสมอ พาพ้นทุกข์

คนพาลฉลาด แต่ขาดเฉลียว
เป็นคนเขี้ยว ตระหนี่ มิมีเมตตา
เอาตัวรอด แต่หัวไม่รอด ด้วยเป็นมิจฉาฯ
มีกิเลสตัณหา บ้าโลกีย์

คนพาลมีกิเลสตัณหา ปัญญาสิ้น
มีชีวิน ฝักใฝ่ ในลาพยศสรรเสริญสุข
ขาดปัญญา ใจมืดหนา จึงรักสนุก
ใจไม่สุข ไม่นิ่ง วิ่งอยู่ข้างนอก

คนพาล ชอบระราน คนดี
เป็นคนที่ แสลงดี ไม่ชอบคนไปวัด
เป็นมิจฉา เห็นพระ แล้วอึดอัด
เหมือนอีหอยหน้าวัด แลบลิ้นปลิ้นตา

คนพาลยุคนี้ มีลาภยศ ปรากฎนาม
ยุคอธรรม คนดีต้อง อดทนอดกลั้น
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป ปราบมาร
ได้บารมีบาน ยุคทอง ของคนเข้าวัด

ไม่อยู่ร่วมกับคนพาล ด้วยการเจริญสติ
ทำใจเรานี้ อยู่ภายในตน
ทำใจหยุดใจนิ่ง นั่นแหละพ้น
ชนะมารชนะตน พ้นกิเลสตัณหา

คนพาลที่น่ากลัว คือตัวเราเอง
คนทั้งหลาย ชอบเล็ง คนอื่น
ขจัดพาลในตน.. นั้น ขยันนั่งสมาธิทุกวันคืน
จงมีสติตื่น ลุกขึ้นนั่งสมาธิ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2565

คนมีปัญญา (เป็นที่พึ่งพามหาชน) คนมีปัญญา ควรจะ สร้างเกาะที่อยู่ ที่น้ำหลากมาสู่ ท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ไม่ประมาท อย่าวางใจ สำรวมระวัง ข่มใจ รักษาสติ

 คนมีปัญญา
(เป็นที่พึ่งพามหาชน)


คนมีปัญญา ควรจะ สร้างเกาะที่อยู่
ที่น้ำหลากมาสู่ ท่วมไม่ได้
ด้วยความหมั่น ไม่ประมาท ไม่วางใจ 
 สำรวมระวังระไว ข่มใจ รักษาสติ

เกาะที่อยู่ ไม่ได้อยู่ที่ไหน แต่อยู่ในตน
ทุกคน มีเกาะ จำเพาะของท่าน
แต่ว่าไม่สน ดิ้นรน ร่าน
ชอบไปอยู่นอกตนนอกบ้าน อันตราย

หมั่นรักษาสติ มิประมาท อย่าวางใจ
ท่านย้ำหลาย รักษาสติ
ให้อยู่ในบ้าน ในตน คนดี
พ้นภัยพาลี สังสารวัฏฏ์

ทำพระนิพพานให้แจ้ง กรณียกิจ
มุ่งสุดขีด ด้วยชีวิต มีภัย
หนีคุกประหาร วัฏฏสงสาร ให้ได้
รีบปลดอาลัย โลกีย์ ชีวีเป็นของน้อย

แสวงบุญสร้างบารมี เสบียงเลี้ยงชีวิต
วัฏฏสงสาร อำมหิต ชีวิตเดินทางไกล
วัฏฏสงสาร ไม่มีต้น ไม่มีปลาย
เสบียงจึงสำคัญหลาย อย่าได้ประมาท

นักสร้างบารมีเท่านั้น ไปสวรรค์ได้
แสวงบุญ จึงใช่ เป็นหน้าที่
ต้องเข้าวัด ธรรมปฏิบัติ เป็นชีวี
ทำอย่างนี้ เป็นชีวี ไม่ประมาท

ผู้มีปัญญา มีศรัทธา ในพระศาสน์
มีชีวิตเคร่งครัด ทานศีลภาวนา
บำเพ็ญทานประพฤติธรรม สงเคราะห์ญาติกา
เป็นที่พึ่งของประชา มหาชน

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

มีสติดี (ประดุจมีมารดาบิดา):: คุณธรรมสติ สำคัญที่สุด เป็นประดุจ บิดามารดา ที่มีอุปการะ ต่อบุตรธิดา อย่างยิ่ง

มีสติดี
(ประดุจมีมารดาบิดา)

คุณธรรมสติ สำคัญที่สุด 
เป็นประดุจ บิดามารดา
ที่มีอุปการะ
ต่อบุตรธิดา อย่างยิ่ง
เจริญสติ เกิดปัญญา
ชีวา มีไฟส่องทาง
ความทุกข์ทั้งหลาย หนีหายห่าง
สุขประดัง สมปราถนาทุกประการ
คนทั้งหลายขาดสติ ด้วยมิรู้
ว่าสตินั้นอยู่ ภายในตน
ปล่อยใจ วิ่งพล่านไป เวียนวน
บนถนน ทางโลก ชุ่มโชกกามคุณ
คิดว่าตนมีสติปัญญา
เก่งกล้าสามารถ เลิศล้น
ร่ำรวยทรัพย์มากมาย เกินคน
รวยล้นเพียงใด ไม่ใช่สติ
ผู้มีสติ จะมีความสุข
ไม่ใช่สนุกสนาน เมามันอยู่ภายนอก
ความสนุกเพียงดับกระหาย เท่านั้นดอก
สุขหลอกๆ คล้ายติดยา
สขจากการใช้ทรัพย์
เหมือนกับสุนัก แทะกระดูก
มันมัน เกาตุ่มคัน มันสนุก
สุกๆดิบๆ อิ่มไม่เป็น
สติดี มีการระลึกนึกได้
ปัญญาไว คิดอะไรแตกฉาน
การเจริญสติ จึงสุดที่สำคัญ
ความสุขทางโลกนั้น มันทำลายสติ
การวางใจ ไม่ถูกที่
เหมือนเรานี้ ไม่เกิดในปฏิรูปเทส
อันเป็นมงคลวิเศษ
เหตุของความสุข ความเจริญ
ศูนย์กลางกาย
ประตูไขจักรวาล
สำคัญนัก จักต้องผ่าน
ทางได้พระโพธิญาณ พบพานพระรัตนตรัย

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

หยุดใจได้ (บารมีแผ่ไพศาล) :: การมีสติ คือการมีดำริ ตริตรอง ประคองใจ สะกดข่ม อารมณ์ เอาไว้ ใจใส ใจเย็นๆ

หยุดใจได้
(บารมีแผ่ไพศาล)
การมีสติ คือการมีดำริ
ตริตรอง ประคองใจ
สะกดข่ม อารมณ์ เอาไว้ 
ใจใส ใจเย็นๆ
ทำให้ใจสงบ
พบสันติ มีเมตตาการุณา
 สุขสมอุรา
สมปราถนา บุญบันเทิง
หยุดใจได้
สุดยิ่งใหญ่ ใดไม่ปาน
บารมี แผ่ไพศาล
เหนือสวรรค์ เหนือวัฏฏะ
 เกิดสุขภายใน
บอกใครไม่ได้ สุขใจเหลือล้น
สะอาดสดใส ไร้ทุกข์ทน
สุขท่วมท้น ห่างไกล สุขในโลก
 
 มีเมตตากรุณา
มีจิตอาสา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
เป็นเหมือนมารดา แม่
ไม่มีแต่ ไม่มีข้อแม้ ช่วยคน
 สติสัมปชัญญะ
มีอุปการะ อย่างยิ่ง
 ใช่ เหมือนพ่อแม่เราจริงๆ
คอยดูแลทุกสิ่ง ให้ลูกน้อย
มีใจคนึงห่วงหา
อยู่ในสายตา ไม่ปล่อย
ใจไม่ห่างลูกน้อย
ติดตามต้อย ตลอดเวลา
การไม่เจริญสติ
เหมือนกับที่ ลูกอกตัญญู
เอาแต่ตัวกู
ช่างไม่รู้ ผู้ให้กำเนิดห่วงหา
ไม่เจริญสติ
สติเสื่อม อันตราย
ขาดการบำรุงบิดามารดาก็ร้าย
ทำให้ มีปัญหา
พุทธศาสนา
ยกย่องสติสัมปชัญญะ อย่างยิ่ง
 เหมือนมารดาจริงๆ
มีอุปการะอย่างยิ่ง ขาดไม่ได้
การดื่มสุรา
ทำลายสติสัมปชัญญะ จึงจัญไร
ในศีลห้าจึงบรรจุเอาไว้
สำคัญหลาย คล้ายนิ้วโป้ง

;;;;;;;;;;