แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้มีปัญญา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ผู้มีปัญญา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

ผู้มีปัญญา (ชาวประชาอยู่เย็น) ผู้ไม่ประมาท ไม่ขาดสติ ตั้งใจฟังอย่างดี พินิจพิจารณา ย่อมได้ปัญญา เกิดศรัทธา นำมา ให้ปฏืบัติ

 ผู้มีปัญญา
(ชาวประชาอยู่เย็น)

 
ผู้ไม่ประมาท ไม่ขาดสติ
ตั้งใจฟังอย่างดี พินิจพิจารณา
 ย่อม ได้ปัญญา
เกิดศรัทธา นำมา ปฏิบัติ
คนย่อมเห็นเนื้อความ ด้วยปัญญา 
มีสติสัมปชัญญะ ใจหยุดนิ่ง
อัศจรรย์นัก จักรู้ได้ทุกสิ่ง
ด้วยความรู้ยิ่ง ของปัญญา
คนย่อมบริสุทธิ์ ด้วยปัญญา
เกิดหิริโอตัปปะ อายและกลัวบาป
ยังมีเมตตา กำกับ
มหาชนซับซาบ แซ่ซร้องสรรเสริญ
คนฉลาด กล่าวว่า
ปัญญา ประเสริฐสุด
เป็นเครื่อง ส่องทางวิมุติ
หลุดพ้นตัณหา พญามาร
ปราชญ์ กล่าวว่า
ชีวิตอยู่ด้วยปัญญา ประเสริฐสุด
เป็นชีวิต ของมนุษย์
หลุดพ้น กระแสบาป
ผู้มีปัญญา รู้เนื้อความแห่งภาษิต
สะกิด ความเลื่อมใสศรัทธา
คนเดียวเท่านั้น ประเสริฐกว่า
คนทั้งพารา ที่ประมาท
ผู้มีปัญญา อยู่ครองเรือน
ไม่แชเชือน ประพฤติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมี ประจำ
ย่อมทำ ประโยชน์ ให้ปรากฎมาก

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

ผู้มีปัญญา (ประเสริฐสุด) ผู้มีปัญญา รู้ได้ด้วยการสนทนา สงบสง่า กล่าววาจายกใจ มีตะบะ ทำผู้คนสงบได้ ผิวพรรณผ่องใส สว่าง

 ผู้มีปัญญา
(ประเสริฐสุด)

ผู้มีปัญญา รู้ได้ด้วยการสนทนา
สงบสง่า กล่าววาจายกใจ
มีตะบะ ทำผู้คนสงบได้
ผิวพรรณผ่องใส สว่าง

ปัญญา เจริญด้วยประการใด
ควรตั้งตนไว้ อยู่ในประการนั้น
ปัญญา คือชีวัน
ขาดปัญญา หมดกัน ชีวิต


ไม่ควร ประมาทปัญญา
ผู้ดื่มสุรา ชื่อว่าประมาท
อันตรายสุด ทิฏฐิมิจฉาชาติ
มีชีวาทในอบาย ไม่ได้เกิด

คนผู้สดับ ตรับฟังน้อยนี้
 ย่อมแก่ฟรี เหมือนวัวแก่

อ้วนแต่เนื้อ เอาไปแล่
แต่ ปัญญาแท้ ไม่เจริญ

ถึงสิ้น สินทรัพย์
ผู้มีปัญญา ก็ไม่อับจน
แต่ผู้อับปัญญา แม้มีทรัพย์เหลือล้น
 ก็อับจน ทนอยู่ ไม่ได้
ผู้มีปัญญา ถึงพร้อมด้วยความรู้
 เป็นผู้ ฉลาดรู้ จัดการงาน
รู้สมัย และรู้กาล
เขาย่อมทำงาน ในราชการได้
ผู้มีปัญญา ประเสริฐกว่าคนทั้งปวง
 พระจันทร์ เด่นล่วง ดาวทั้งหลาย
ด้วยมีศีลและธรรม ประจำใจ
ผู้มีปัญญาใส สว่างไสว ด้วยศีลธรรม

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ผู้มีปัญญา (ตามรักษาจิตตน) โลก ถูกจิตนำไป ปรากฎการณ์ทั้งหลาย ไปจากจิต ใจมีบุญบาป กำกับ ลิขิต อำนาจแห่งจิต กำกับชีวิต และโลก

 ผู้มีปัญญา
(ตามรักษาจิตตน)

โลก ถูกจิตนำไป
ปรากฎการณ์ทั้งหลาย ไปจากจิต
ใจมีบุญบาป กำกับ ลิขิต
 อำนาจแห่งจิต กำกับชีวิต และโลก

ผู้มีตัณหา มิจฉาทิฏฐิ
บำเพ็ญตบะร้อยปี ก็ไม่หลุด
ขจัดเวรกรรม ต้องศีลพุทธ
ไม่ใช่ศีลพรต ของเดียรถี
 การฝึกจิต ที่เบา ข่มยาก 
ด้วยตกในปลัก อารมณ์ ที่น่าใคร่
เป็นความดี ยิ่งกว่าสิ่งใด
ด้วยนำสุขมาให้ เมื่อ
ฝึกได้แล้ว 
 ผู้ใด ทำกรรมชั่ว
เมามัว ไม่คำนึงถึงพ่อแม่
ล้างผลาญสมบัติได้ ช่างชั่วแท้
เทวดาไม่เหลียวแล ทุกข์แท้จะมา
 
ภิกษุเพ่งพินิจ จิตหลุดพ้น
เห็นทุกข์ทน ในโลก
เห็นกิเลสตัณหา พาลงนรก
เกิดปีติ ใจตกศูนย์ เห็นบุญเพื่อนแท้
 
คนใดมีจิตไม่ท้อถอย ไม่หดหู่
เป็นผู้ บำเพ็ญกุศลธรรม
ฝึกตนทนกิเลส ทุกช้าวค่ำ

ย่อมพ้น วิบากกรรมกิเลส 
 ผู้มีปัญญา ตามรักษาจิตตน
ที่แสนซน เหมือนทารก
ชอบนัก อารมณ์ใคร่ ซกมก
บัณฑิตปลงตก จึงสุขสมปราถ
นา
 
;;;;;;;;;; 

วันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผู้มีปัญญา (ภาวนาเป็นชีวิต) จงเป็นผู้ยินดี ใน ไม่ประมาท ดังเช่นราช..สีห์ รักษาหาง หลับและตื่น ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง คนดี มีสติตั้ง..มั่น อยู่ในตน

 ผู้มีปัญญา
(ภาวนาเป็นชีวิต)



 จงเป็นผู้ยินดี ใน ไม่ประมาท
ดังเช่นราช..สีห์ รักษาหาง
หลับและตื่น ให้อยู่เป็นที่เป็นทาง
คนดี มีสติตั้ง..มั่น อยู่ในตน

ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
ไม่ขาด เผาสังโยชน์น้อยใหญ่
เหมือนไฟไหม้เชื้อ ไม่เหลือไว้
ทั้งน้อยทั้งใหญ่ ไหม้หมดสิ้น

ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
แน่ชัด อยู่ใกล้พระนิพพาน
มีกำลังใจ ตั้งมั่น ปณิธาน
เป็นไงเป็นกัน เข้าให้ถึง 

ภิกษุผู้มีธรรม มิประมาท อยู่ 
เป็นผู้รู้ ละความถือมั่น แล้วเที่ยวไป
 ละชาติชรา และทุกข์ทั้งหลายได้
บารมีของไท้ ทำให้โลกอยู่เย็น

ผู้มีปัญญา สร้างเกาะ หนีน้ำ
 ขยันล้ำ 
ข่มใจ ไม่ประมาท
กิเลสตัณหา ท่วมโลกา น่าอนาถ
เหล่าผู้ประมาท ไม่รู้สา ปลาหลงเหยื่อ

ผู้ประมาท หลงรสชาติ กาม
เหมือนหนอนล้ำ สนุกสนาน
มีอาหารมากมาย รับประทาน
เฮฮาสนุกสนาน รื่นเริง

ผู้มีปัญญา ไม่หลงกามา กิเลส
ไม่หลงอาเพท ตื่นอยู่ ผู้อื่นหลับ
เป็นม้าดี หนีไปไกล ลิบลับ
การเจริญสติ นี้คู่กับ ผู้มีปัญญา

;;;;;;;;;; 

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565

ผู้มีปัญญา (เมื่อสนทนาก็รู้ได้) ความมีปัญญา เมื่อสนทนา ก็จะรู้ได้ คนปัญญาใส เคารพในปฏิสันถาร ไม่ใส่อารมณ์ คนนิยมเข้าใกล้ฟังท่าน เกิดความคิดสร้างสรร มีกำลังใจ

 ผู้มีปัญญา
(เมื่อสนทนาก็รู้ได้)


ความมีปัญญา เมื่อสนทนา ก็จะรู้ได้ 
คนปัญญาใส เคารพในปฏิสันถาร
ไม่ใส่อารมณ์ คนนิยมเข้าใกล้ฟังท่าน
เกิดความคิดสร้างสรร มีกำลังใจ

ผู้มีปัญญา พูดวาจาสุภาษิต
พูดแล้วได้มิตร ได้ศรัทธา
จึงเป็นที่รักใคร่ บูชา
นำพา แสวงบุญญาสร้างบารมี

ผู้มีปัญญา จะน้ำนิ่ง ไหลลึก
พูดออกจาก ความรู้สึก ที่เมตตา
ผู้ฟัง จังงัง มิกล้า
มีความรู้สึกว่า ต้องรักษามารยาท

ผู้มีปัญญา พูดวาจา สมานสามัคคี
มีวจี ไพเราะ เสนาะหู
มีกำลังใจ มีความรักใคร่ ทุกผู้
เป็นนักสู้ พาหมู่คณะ พ้นภัยมาร

ผู้มีปัญญา มีวาจา นอบน้อม
อดออม ถนอมมารยาท
ไม่ว่าใครๆ ไม่ก้าวล่วงเด็ดขาด
มีความองอาจ ทั้งอ่อนน้อม พร้อมเพียง

ผู้มีปัญญา จะมีความอดทนอดกลั้น
ไม่มุทะลุดุดัน เกลี้ยวกลาด
มีสติสัมปชัญญะ รักษามารยาท
ศัตรูขยาด ไม่อาจล่วงเกิน

ผู้มีปัญญา ศรัทธาในพระรัตนตรัย
อย่างอื่นไม่ใช่ เป็นมิจฉา
จะพ้นจากทุกข์ ทางสายกลางเท่านั้นหละ
ผ่านศูนย์กลางกายา เป็นสำคัญ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2563

ผู้มีปัญญา
(มีศรัทธาเป็นเครื่องหมาย)


สิ่งที่หาไม่ได้ใช้  สิ่งที่ใช้ ไม่ได้หา

เป็นธรรมดา ของคนกิเลสหนา ปุถุชน

ตั้งหน้าสะสมทรัพย์ ราวกับ บ้าหอบฟาง ช่างโง่ล้น

ทั้งๆที่ มิอาจขนเอาไปได้ ในปรภพ

สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตน คือบุญกุศล ไม่ได้หา
ที่จะติดตามชีวา ทุกชาติภพ
เหมือนเงาตามตัว คอยอุปถัมภ์ค้ำจุน ให้ประสพ
ให้พบ แต่ความสุขความเจริญ

รวยเท่าใดก็ไม่พอ เหมือนบ้าบอ คนหนอคน
ยิ่งรวยก็เหมือนยิ่งจน กระเสือกกระสนหา
ความตระหนี่กิเลสร้าย ทำลายสติ บ้ากามา
สนุกสนานเฮฮา เหมือนว่า ตายไม่เป็น

ส่วนคนจน ก็กระเสือกกระสน หาเลี้ยงชีพ
ปากกัดตีนถีบ หนีความจน
รับกรรมวิบากตระหนี่ หนีไม่พ้น
ยังไม่รู้สึกตน ยังเป็นคนเสเพล

ปุถุชน ทั้งรวยและจน คนกิเลสหนา ปัญญาหยาบ
เห็นความตาย คล้ายกับ ธรรมดา
ประมาทหลาย ไม่สั่งสมบุญญา
ด้วยศรัทธาไม่มี น่าเวทนาเหลือที่ สรรพสัตว์

คุณธรรมศรัทธา ทางพระจึงเรียกอริยทรัพย์
เป็นทรัพย์ประเสริฐ เลิศไม่ธรรมดา
ชีวิตจะสุขหรือทุกข์ อยู่ที่ศรัทธา

ผู้มีปัญญา มีศรัทธา เป็นเครื่องหมาย

;;;;;;;;;;