ผู้มีปัญญา
(ชาวประชาอยู่เย็น)
;;;;;;;;;;
ผู้มีปัญญา
(ชาวประชาอยู่เย็น)
;;;;;;;;;;
ผู้มีปัญญา
(ประเสริฐสุด)
ปัญญา เจริญด้วยประการใด
ควรตั้งตนไว้ อยู่ในประการนั้น
ปัญญา คือชีวัน
ขาดปัญญา หมดกัน ชีวิต
คนผู้สดับ ตรับฟังน้อยนี้
ย่อมแก่ฟรี เหมือนวัวแก่
อ้วนแต่เนื้อ เอาไปแล่
แต่ ปัญญาแท้ ไม่เจริญ
;;;;;;;;;;
ผู้มีปัญญา
(ตามรักษาจิตตน)
ผู้มีปัญญา
(ภาวนาเป็นชีวิต)
ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
ไม่ขาด เผาสังโยชน์น้อยใหญ่
เหมือนไฟไหม้เชื้อ ไม่เหลือไว้
ทั้งน้อยทั้งใหญ่ ไหม้หมดสิ้น
ภิกษุเห็นภัย ใน ประมาท
แน่ชัด อยู่ใกล้พระนิพพาน
มีกำลังใจ ตั้งมั่น ปณิธาน
เป็นไงเป็นกัน เข้าให้ถึง 
ภิกษุผู้มีธรรม มิประมาท อยู่
เป็นผู้รู้ ละความถือมั่น แล้วเที่ยวไป
ละชาติชรา และทุกข์ทั้งหลายได้
บารมีของไท้ ทำให้โลกอยู่เย็น
ผู้มีปัญญา สร้างเกาะ หนีน้ำ
ขยันล้ำ ข่มใจ ไม่ประมาท
กิเลสตัณหา ท่วมโลกา น่าอนาถ
เหล่าผู้ประมาท ไม่รู้สา ปลาหลงเหยื่อ
ผู้ประมาท หลงรสชาติ กาม
เหมือนหนอนล้ำ สนุกสนาน
มีอาหารมากมาย รับประทาน
เฮฮาสนุกสนาน รื่นเริง
ผู้มีปัญญา ไม่หลงกามา กิเลส
ไม่หลงอาเพท ตื่นอยู่ ผู้อื่นหลับ
เป็นม้าดี หนีไปไกล ลิบลับ
การเจริญสติ นี้คู่กับ ผู้มีปัญญา
;;;;;;;;;;
ผู้มีปัญญา
(เมื่อสนทนาก็รู้ได้)
ผู้มีปัญญา พูดวาจาสุภาษิต
พูดแล้วได้มิตร ได้ศรัทธา
จึงเป็นที่รักใคร่ บูชา
นำพา แสวงบุญญาสร้างบารมี
ผู้มีปัญญา จะน้ำนิ่ง ไหลลึก
พูดออกจาก ความรู้สึก ที่เมตตา
ผู้ฟัง จังงัง มิกล้า
มีความรู้สึกว่า ต้องรักษามารยาท
ผู้มีปัญญา พูดวาจา สมานสามัคคี
มีวจี ไพเราะ เสนาะหู
มีกำลังใจ มีความรักใคร่ ทุกผู้
เป็นนักสู้ พาหมู่คณะ พ้นภัยมาร
ผู้มีปัญญา มีวาจา นอบน้อม
อดออม ถนอมมารยาท
ไม่ว่าใครๆ ไม่ก้าวล่วงเด็ดขาด
มีความองอาจ ทั้งอ่อนน้อม พร้อมเพียง
ผู้มีปัญญา จะมีความอดทนอดกลั้น
ไม่มุทะลุดุดัน เกลี้ยวกลาด
มีสติสัมปชัญญะ รักษามารยาท
ศัตรูขยาด ไม่อาจล่วงเกิน
ผู้มีปัญญา ศรัทธาในพระรัตนตรัย
อย่างอื่นไม่ใช่ เป็นมิจฉา
จะพ้นจากทุกข์ ทางสายกลางเท่านั้นหละ
ผ่านศูนย์กลางกายา เป็นสำคัญ
;;;;;;;;;;
ผู้มีปัญญา
(มีศรัทธาเป็นเครื่องหมาย)



รวยเท่าใดก็ไม่พอ เหมือนบ้าบอ คนหนอคน
ยิ่งรวยก็เหมือนยิ่งจน กระเสือกกระสนหา
ความตระหนี่กิเลสร้าย ทำลายสติ บ้ากามา
สนุกสนานเฮฮา เหมือนว่า ตายไม่เป็น
