แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทวดาเดินดิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทวดาเดินดิน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ศีลรักษา (เทวดาเดินดิน) พึงขวนขวาย ความไม่มีโรค อันเป็นโชคลาภ อย่างยิ่ง ทร้พย์ภายนอก ลาภไม่จริง ลาภอย่างยิ่ง ความไม่มีโรค

 ศีลรักษา
(เทวดาเดินดิน)

 พึงขวนขวาย ความไม่มีโรค
อันเป็นโชคลาภ อย่างยิ่ง
 ทร้พย์ภายนอก ลาภไม่จริง
ลาภอย่างยิ่ง ความไม่มีโรค

ความบริสุทธิ์ กายวาจา
มีเครื่องรักษา เรียกว่าศีล
มีอานุภาพ ป้องกันโรคภัย ทั้งสิ้น
จากฟ้าจรดดิน เกินศีล ไม่มี

ลาภภายนอก ทรัพย์สินเงินตรา
เหมือนกองขยะ ใช้ไม่ได้
ถ้าหากร่างกาย เจ็บป่วยไข้
ความไม่มีโรคภัย ใช่ ลาภประเสริฐ

การทุจริต ทำลายตน
แต่คนทั้งหลายไม่สน ไม่รู้สึก
เมื่อบาป ยังไม่ส่งผล คนพาลคึก
เดี๋ยวจะรู้สึก คึกไปไม่นาน

การทุจริต ทำลายตนแท้ๆ
ที่แน่ๆ ใจร้ายใจทมิฬ
ใจดำมืด อึดอัด สุขสิ้น
กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

ศีล หรือศีตะละ แปลว่าเย็น
รักษาศีลเป็น ใจเย็น ใจใส
ศีลยกตน ให้สูง น่ากราบไหว้
มหาชนเทิดไท้ บูชา

ศีล หรือสิวะ แปลว่าปลอดโปร่ง
ใจโล่ง สะบายเนื้อสะบายตน
ผิวพรรณวรรณะ ต่างจากปุถุชน
เป็นคนไม่ใช่คน ปนเทวดา

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ปีติเป็นภักษา (ของเทวดาเดินดิน) เทวดาอายุยืนนาน ด้วยอาหาร คือปีติ อยู่ด้วยบุญที่มี ให้ปีติ จึงอยู่ได้ ขาดบุญ ขาดปีติ ก็จะจุติ ลงทันใด เทวดาต้องการหลาย บุญอุทิศ

 ปีติเป็นภักษา
(ของเทวดาเดินดิน)

เทวดาอายุยืนนาน ด้วยอาหาร คือปีติ
อยู่ด้วยบุญที่มี ให้ปีติ จึงอยู่ได้
ขาดบุญ ขาดปีติ ก็จะจุติ ลงทันใด
เทวดาต้องการหลาย บุญอุทิศ

 มนุษย์เท่านั้นหละ จึงจะแสวงบุญได้
หลังตาย แม้เทวดายศใหญ่ เพียงอยู่เสวยผล
และติดตามรักษา เพื่ออนุโมทนากุศล
ร่างของคน กายมนุษย์ จึงสุดวิเศษแสวงบุญ

เทวตาพลี มีกล่าวไว้ที่ ในพลีห้าประการ
ย่อมสุดสำคัญ พระพุทธองค์ท่าน จึงตรัสไว้
เทวดาจะลงรักษา ปานมารดารักบุตร สุดใจ
เทวตาพลี จึงมีคุณหลาย ต่อชีวิต

มนุษย์ ก็มีปีติ เวลาที่ ทำบุญ
ใจอบอุ่น มีสติ คิดดีพูดดีทำดี
สุขสมปราถนา อันตราย ยากจะมี
ปีตินี้ จึงเป็นที่ปราถนา ทั้งเทวดา และมนุษย์

ปีติ เป็นเงื่อนไข ในชีวิตที่ดี
ปีติจะมี ก็ด้วยการทำความดีเท่านั้น
ทานศีลภาวนา จึงต้องมา พร้อมกัน
เดินทางสายกลางเท่านั้น ทางแห่งความดี

ใจปีติได้ง่ายๆ ถ้าเรานั้นไซร้ มีศรัทธา
ซึ่งเป็นผลของปัญญา ฝึกฝนตนมา เจริญสติ
หนีไม่พ้น เป็นคน นั่งสมาธิ
เจริญสติฝึกตน ทนฝึก ทุกค่ำเช้า

สำคัญหลาย ศูนย์กลางกาย ต้องรู้
มีสติระลึกอยู่ ภายใน กายตน
นี้เป็นเคล็ดลับ
ยอดสุด กายมนุษย์ จึงดีล้น
เป็นถนน สายกลาง ทางปีติ มีชัยชนะ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ประจักษ์คุณมารดา (สามารถสละชีวาให้บุตรได้) :: มารดา สละชีวิตให้บุตรได้ รักบุตรสุดใจ แม้อยู่ในท้อง เพียงรู้ว่าบุตรได้เกิด ประคับประคอง ผิวพรรณผุดผ่อง ยินดีปรีดา

ประจักษ์คุณมารดา
(สามารถสละชีวาให้บุตรได้)
มารดา สละชีวิตให้บุตรได้
รักบุตรสุดใจ แม้อยู่ในท้อง
เพียงรู้ว่าบุตรได้เกิด ประคับประคอง
ผิวพรรณผุดผ่อง ยินดีปรีดา
 นี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เพียงพูด
จริงที่สุด ผู้พูด อยู่ในเหตุการณ์
ท่านเป็นพระ ได้โอกาศมาในงาน
บุญถวายสังฆทาน ในโรงงาน แห่งหนึ่ง
เนื่องจากคนงาน ทำการไม่สงบ
ประสพกับ สิ่งประหลาด
มีสิ่งของตกตึงตัง ดังไม่ขาด
และรู้สึกขยาด เหมือนมีคนบังอาจจ้องมอง
ขณะที่ทำพิธีอยู่ จู่ๆ ก็มีหญิงคนหนึ่ง
คนตลึง หญิงคนนั้น ถูกผีเข้า
ร้องไห้เสียงดัง ไม่เบา
เล่นเอา พระอาจารย์ งงงัน ไปไม่เป็น
มีผู้เสี่ยง เข้าไปซักไซ้ไล่เลียงดู
จึงได้รู้ ผีหญิงนั้น เป็นหญิงคนงานนั่นเอง
คลอดบุตรไม่ได้ หมอเคยบอกเอาไว้ แต่อวดเก่ง
ไม่ใช่เบ่งไม่ได้ เบ่งได้ แต่เลือดไหลไม่หยุด
คุณหมอ เคยบอกไว้ ช่วยได้คนเดียว
หมอท่านเชี่ยว ให้ตัดสินใจ เลือกใครเอาไว้
มารดาจึงตัดใจ ด้วยรักลูกหลาย
ขอยอมตาย มอบชีวิตให้กับลูก
ที่ของตกตึงตัง และยังเข้าไปจ้องมอง
ด้วยอยากขอร้อง ให้ได้ ไปพบลูก
ตัวเองไปไม่ได้ บุญน้อยไป จึงทำอะไรไม่ถูก
อยากพบลูก ใจจะขาด จึงบังอาจทำเสียง
พระอาจารย์ ผู้เป็นประธานสงฆ์
ถูกเจาะจง ให้จัดการ
ท่านคิด ข้าก็ศิษย์มีครู จึงกล่าวขาน
 ให้เอาบุญใหญ่สังฆทาน เปลี่ยนขันธ์ก่อน
เมื่อได้บุญใหญ่ ก็จะกลายเป็นเทพธิดา
ติดตามปกปักรักษา บุตรได้
คราวนี้ ก็จะได้ อยู่ใกล้บุตรสมใจ
นางผีคลายใจ เรื่องทั้งหลาย จึงจบลง
น่าตอกย้ำ ก็คือ ความรักของแม่ต่อบุตร
รักสุดๆ รักบุตร ยิ่งกว่าชีวิตตน
เป็นสัญชาติญาณ ของมารดาทุกคน
เคยผูกพันกัน เป็นล้นพ้น ในอดีต
ท่านจึงว่า กตัญญูกับบุพการี สองคนดีที่หายาก
เมื่อพบพักตร์ จงประจักษ์ ได้สติ
ก็คือเทวดาเดินดิน ดีดี
มีชีวี เพื่อตน และคนทั้งปวง

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2563

ปีติอาหารทิพย์ (ของมนุษเทโว) :: เมื่อปีติใจ คิดอันใด จะได้สมปราถนา เป็นธรรมดา ธรรมชาติ แต่คนทั้งหลาย ประมาท มองข้ามกฎธรรมชาติ พระศาสนา

ปีติอาหารทิพย์
(ของมนุษเทโว)
เมื่อปีติใจ คิดอันใด จะได้สมปราถนา
เป็นธรรมดา ธรรมชาติ
แต่คนทั้งหลาย ประมาท
 มองข้ามกฎธรรมชาติ พระศาสนา
เทวดา สุขสมอุรา ไม่ต้องทำมาหากิน
เพียงตั้งใจถวิล ก็สมดังจินต์ ทุกประการ
ด้วยเทวดา กินอาหารทิพย์ มีฤทธิ์บันดาล
อาหารทิพย์นั้น ใช่ ใจปีติ
ใครปีติ เป็นคนมีบุญบารมีอุ้มสม
เทวดาและคนดีนิยม ลงรักษา
ไม่เจ็บป่วยไข้ ผิวพรรณสุกใส สุขสมอุรา
เป็นคนมีบุญวาสนา มีโชคชัย
หยุดคิด เอาจิตไว้ในตัว ตัดกระแสโลก
 สุขหรือโศก ในโลก หยุดไว้
ใจเกิดปีติ นี้ช่างน่าอัศจรรย์ใจ
ใจหลุดได้ เข้าสู่มิติใหม่ ที่ไฉไลกว่าเดิม
ใจจะมีพลัง ดึงรั้ง สิ่งปราถนา
อุปสรรคปัญหา จะคลี่คลาย
ช่างประหลาด เป็นธรรมชาติ ที่ซ่อนไว้
ของง่ายๆ ใครๆมองข้ามไป บอกเท่าใดไม่มีเชื่อ
มิน่าล่ะ ศรัทธา เป็นอริยทรัพย์
 ปีติจะมาประทับ พร้อมกัน
คุณธรรมกตัญญู ก็เช่นกัน
มีบุญอนันต์ จึงตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้
เป็นมนุษย์ เหมือนผุดเกิด
ล้ำเลิศ เกินมนุษย์มนา
สุขสมปราถนา
เทวดาเดินดิน กินปีติ

;;;;;;;;;;