แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกโลกีย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกโลกีย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ทุกข์ทั้งนั้น (ที่มันเกิดดับ) ทุกข์เท่านั้น ที่มันเกิดขึ้น คล้ายคนตื่น นอนไม่หลับ หรือคนมีทุกข์ ไม่อาจระงับ บาปจับ กรรมวิบาก พาเวียนว่าย

 ทุกข์ทั้งนั้น
(ที่มันเกิดดับ)

ทุกข์เท่านั้น ที่มันเกิดขึ้น
คล้ายคนตื่น นอนไม่หลับ
หรือคนมีทุกข์ ไม่อาจระงับ
บาปจับ กรรมวิบาก พาเวียนว่าย
ชีวิตปนบาป ไม่ดับ กลับเกิดใหม่
เชื้อบาป ไม่ตาย เหมือนไฟคุกลุ่น
รอ..ลมพัด กระตุ้น
ตายไม่สูญ บุญหมดเท่านั้น
ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่ และเสื่อมไป
เหมือนพายุร้าย มาทำลาย แล้วจาก
มาแล้วไป ทิ้งไว้แต่ซาก
สมใจนัก หมู่มารอำมหิต
คนทั้งหลาย ตายไป รับวิบาก
ยิ่งมีทุกข์หนัก ในอบาย
ทุกข์ในโลก เทียบไม่ได้
ตายแล้ว มันไม่ตาย มันไม่ดับ
นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรเกิด
ถ้าสุขแล้วจะเตลิด ดิ่งเข้ากลาง
ไม่มาเกิด คนประเสริฐ สุขสมหวัง
สุขจริงสุขจัง สุขสันโดษ
นอกจากทุกข์ ไม่มีอะไรดับ
สุขนั้นแวววับ สว่างไสว
ทุกข์กับสุข ต่างกันไกล
สุขหลาย ใจยิ่งสว่างไสว ใจยิ่งนิ่ง
เกิดมากทุกข์มาก หาสุขไม่ได้
มีแต่สนุก เพลินไป ไก่หลงเหยื่อ
ไม่ต้องเกิด คนประเสริฐ เบื่อ
อยู่เหนือ..โลกีย์ หนีพ้นบ่วงมาร

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565

โลกโลกีย์ (เป็นเวทีละคร) ความอุบัติแห่งผล ตนย่อมกระทำ กฎแห่งกรรม เที่ยงแท้ ไม่มีเว้น ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี้ช่างเป็น แต่ปัจจุบันยังไม่เห็น คนเวรจึงประมาท

 โลกโลกีย์
(เป็นเวทีละคร)


ความอุบัติแห่งผล ตนย่อมกระทำ
กฎแห่งกรรม เที่ยงแท้ ไม่มีเว้น
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว นี้ช่างเป็น
แต่ปัจจุบันยังไม่เห็น คนเวรจึงประมาท

ชีวิตสรรพสัตว์ เวียนว่าย ในวัฏสงสาร
หรือคุกประหาร ยาวนาน นับการไม่ได้
  ตายเกิดๆ นับไม่ไหว
เสียน้ำตามากมาย กว่าน้ำมหาสมุทร

วิบากกรรม ตามติดส่งผลในปัจจุบัน
ที่สำคัญ ไม่หมดในชาติเดียว
ทำกรรมนิดๆ แต่วิบากสุดเขี้ยว
ไม่ใช่เพียงชาติเดียว อจินไตย

ในชีวิตปัจจุบัน วิบากรุมส่งผล
อันไหนก่อนหลัง สุดที่คน..จะรู้
เป็นเหมือนส่งบทละคร ยอกย้อนน่าดู
คิดพูดทำ ตามครู กรรมวิบาก

โลกโลกีย์ เป็นเวทีละคร
องค์พระพุทธฯ ท่านสอน ให้อดทน
รักษาจิต สันโดษสมถะ คือสาธุชน
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง เป็นคน บำเพ็ญทาน

หลังตาย จึงจะรู้สึกได้ ว่าเล่นละคร
ใครรู้สึกได้ก่อน มีบุญหลาย
คนเข้าวัด ไม่ขาด นั่นแหละใช่
ดูคล้ายๆ คนประหลาด ในสังคม

เรื่องชีวิต สุดที่คนจะคิดได้เอง
ต้องเก่งแสนเก่ง คือพระพุทธองค์
คนดีมีศรัทธา สูงส่ง
เดินตามพระองค์ ทางสายกลาง

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565

โลกโลกีย์ (นี้คือโรงละคร) ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ แน่นขนัด อยู่บนเส้นทาง สายกลาง แต่ถูกความตระหนี่ ปิดบัง สมบัติเป็นวิบัติ ปิดทางเข้า

โลกโลกีย์
(นี้คือโรงละคร) 

ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
แน่นขนัด อยู่บนเส้นทาง สายกลาง
แต่ถูกความตระหนี่ ปิดบัง
สมบัติเป็นวิบัติ ปิดทางเข้า

เมื่อใจตระหนี่ จะไม่มีความสุข
เกิดความทุกข์ เบื่อหน่าย ซึมเซ็ง
สติหลุด ความประมาทผุด เสงเครง
คิดว่าตัวเก่ง ยกหางตนเอง แมงป่อง

เข้าสู่โลกโลกีย์ สนุกเต็มที่ อบายมุข
สนองอารมณ์สนุก ถูกล่อลงต่ำ
เช่นแมลงวัน หัวเขียวหัวดำ
ลงต่ำ ดำดิ่ง สู่อบาย

โลกโลกีย์ โรงละครดีดี นี่เอง
แสดงเต็มที่ คนเก่ง ละเบงละคร
กรรมวิบาก กำกับ ไม่ต้องสอน
แสดงละคร ได้สมบทบาท โดยอัตตโนมัติ

กิเลสกรรมวิบาก ย้อนกลับ มาแสดง
ไม่มีเสริมเติมแต่ง แสดงซ้ำๆ
นับชาติไม่ถ้วน ช่างน่าขำ
แสดงซ้ำๆ ของเก่า ช่างเขลานัก

คนดูก็ไม่มี เหมือนผีบ้า
แสดงออกท่า ออกทาง อย่างเป็นจริง
ท่านผู้รู้ ดูแล้วขำกลิ้ง
เหมือนมีผีสิง ลิงหลอกเจ้า

โลกแห่งความจริง อยู่ในทางสายกลาง
นอกนั้น เป็นอย่างโรงละคร
ดังนั้นการฝึกสติ ให้เกิดหิริโอตัปปะ มาก่อน
หยุดใจได้ แน่นอน ความทุกข์ร้อนห่างหาย

;;;;;;;;;;