(ถ้าใช้ขาดสติ)
เป็นกฎเหล็ก กฎหลัก ไม่มีมั่ว
คนชั่วทำชั่ว ได้ชั่ว แน่นอน
แม้แต่การพูด การทำ การคิด
พระผู้รู้ จึงสะกิด โลกชีวิตคือโรงละคร
สมบัตินี้
(มีไว้ทาน)
ผู้มีทรัพย์ เหมือนกับชาวนา
ผู้มีปัญญา นำทรัพย์มา ทำบุญ
คนส่วนใหญ่ กินใช้ ลงทุน
ไม่รู้จักแสวงบุญ สร้างบารมี
เมื่อไม่ให้ ไม่ทาน คือท่านไม่ปลูก
สมบัติจะออกลูก เป็นวิบัติ
หน้าตาเหมือนกัน ชัด
แต่เป็นวิบัติ กัดเจ้าของ
เมื่อให้หรือทาน ผู้รับนั้น เหมือนกันกับนา
ผู้รับมีวาสนา เป็นนาที่ดี
ดังนั้น การให้การทานนั้น คิดให้ถ้วนถี่
เลือกนาที่ดี อุดมสมบูรณ์
ทำทานกับพระ นั่นหละ เนื้อนาบุญ
คนไม่คุ้น กับสงฆ์ สังฆทาน
เป็นเนื้อนายอดเยี่ยม ไม่มีใดเทียมทัน
การเข้าวัดทำสังฆทาน อุดมการณ์ชีวิต
การบำเพ็ญทาน อุดมการณ์ชีวิต
แสวงบุญสร้างบารมี สุดขีด ชีวิตมีน้อย
ได้ชื่อว่ามีปัญญา มีวาสนาคอย
มีสมบัติใช้สอย ไม่ขาด
มีสมบัติแล้วไม่ให้ ไม่ทาน
ความตระหนี่บาน อยู่ในใจ
เหมือนเหล็กมีสนิม กัดเหล็ก สลาย
ทุรนทุราย ไม่มีความสุข
;;;;;;;;;;
โลกโลกีย์
(นี้คือโรงละคร)
ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
แน่นขนัด อยู่บนเส้นทาง สายกลาง
แต่ถูกความตระหนี่ ปิดบัง
สมบัติเป็นวิบัติ ปิดทางเข้า
เมื่อใจตระหนี่ จะไม่มีความสุข
เกิดความทุกข์ เบื่อหน่าย ซึมเซ็ง
สติหลุด ความประมาทผุด เสงเครง
คิดว่าตัวเก่ง ยกหางตนเอง แมงป่อง
เข้าสู่โลกโลกีย์ สนุกเต็มที่ อบายมุข
สนองอารมณ์สนุก ถูกล่อลงต่ำ
เช่นแมลงวัน หัวเขียวหัวดำ
ลงต่ำ ดำดิ่ง สู่อบาย
โลกโลกีย์ โรงละครดีดี นี่เอง
แสดงเต็มที่ คนเก่ง ละเบงละคร
กรรมวิบาก กำกับ ไม่ต้องสอน
แสดงละคร ได้สมบทบาท โดยอัตตโนมัติ
กิเลสกรรมวิบาก ย้อนกลับ มาแสดง
ไม่มีเสริมเติมแต่ง แสดงซ้ำๆ
นับชาติไม่ถ้วน ช่างน่าขำ
แสดงซ้ำๆ ของเก่า ช่างเขลานัก
คนดูก็ไม่มี เหมือนผีบ้า
แสดงออกท่า ออกทาง อย่างเป็นจริง
ท่านผู้รู้ ดูแล้วขำกลิ้ง
เหมือนมีผีสิง ลิงหลอกเจ้า
โลกแห่งความจริง อยู่ในทางสายกลาง
นอกนั้น เป็นอย่างโรงละคร
ดังนั้นการฝึกสติ ให้เกิดหิริโอตัปปะ มาก่อน
หยุดใจได้ แน่นอน ความทุกข์ร้อนห่างหาย
;;;;;;;;;;
สมบัติมีกายสิทธิ์
(น่าคิดน่ารู้)


แล้วใส่กิเลสตัณหา พาใจให้เตลิด
เล่นเอาเถิด กับสรรพสัตว์ ยัดใส่คุกประหาร
เวียนว่าย ตายเกิด อนันตกาล
ในวัฏฏสงสาร ทุกข์ทั้งนั้น อย่าฝันจะได้ไปสุคติ
วิ่งหาทรัพย์ตาตั้ง หวังจะได้ทรัพย์มา
เหมือนกับวิ่งหา เข็มในทะเล
สมบัตินั้นมีที่อยู่ ผู้รู้บอกไว้ ไม่มีเก็
อยู่ในเปล..สมบัติ แน่ชัด ทางสายกลาง
ใจไม่หยุดตัณหา ไม่อาจจะหาขุมสมบัติ
เจริญสติแน่ชัด จึงสามารถ ตัดตัณหา
หาทรัพย์ได้ง่ายๆ สบายๆ ทรัพย์ไหลมา
เหมือนมีชีวา มาอยู่ กับผู้มีบุญ
พวกเรารู้หรือไม่ว่า สมบัตินั้นหนา มีกายสิทธิ์
เป็นธรรมชาติ สมบัติเป็นสิทธิ์ ของผู้มีบุญ
หรือกายสิทธิ์ ชอบไปอยู่ ในที่อบอุ่น
กับคนแสวงบุญสร้างบารมี เท่านั้น
ยากที่จะเชื่อ แต่ไม่เชื่อก็ไม่ได้
ป้องกันไว้ ก็ไม่เสียหายอะไร ไม่ใช่หรือ
เกิดเป็นจริง ยิ่งกว่าตาย รู้ไหมสัตว์ในนรกมีเป็นเบือ
ก็ด้วยไม่เชื่อ ดันทุรัง ไม่ฟังคำพระ
แต่ว่าไปเชื่อมาร คนทั้งหลายนั้น ไม่รู้ตัว
กรรมกิเลสชั่ว ก่อตัวอยู่ในใจ
เหมือนสนิมเหล็ก กัดเหล็ก ย่อยเหล็กได้
เหล็กทั้งหลาย ก็ไม่เชื่อใคร ดันทุรัง
สติสัมปชัญญะ คือใจหยุด ณ ในตน
ไม่ใช่คน..กินเหล้าเมา ขับรถได้
แม้ไม่กินเหล้า ก็เมามาย
ถ้าไม่รู้จักฝึกสติ รักษาใจ อยู่ในตน
;;;;;;;;;;
ไม่ให้ก็ไม่ได้
(ที่ได้นั้นจงรู้ไว้ กินบุญเก่า)
สมบัตินั้น ท่านรู้ไหม ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ได้
ถ้าให้จึงจะได้ ด้วยอาศัย อานุภาพบุญ
สมบัติ ไม่อาจขาด เป็นเครื่องค้ำจุน
ชีวิตมีสมบัติหนุน ครอบครัวอบอุ่น บุญบันเทิง

;;;;;;;;;;