แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมบัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมบัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

สมบัติวิบัติ (ถ้าใช้ขาดสติ) สมบัติเป็นดังน้ำ ที่ฉ่ำ เย็น ถ้าใช้ไม่เป็น จะวิบัติ เป็นภัย ใหญ่มหันต์ เกิดโลภะ เหมือนน้ำมา ท่วมฉับพลัน หนีไม่ทัน ทุกข์ร้อน ยากผ่อนคลาย

สมบัติวิบัติ
(ถ้าใช้ขาดสติ)

สมบัติเป็นดังน้ำ ที่ฉ่ำ เย็น
ถ้าใช้ไม่เป็น จะวิบัติ เป็นภัย ใหญ่มหันต์
เกิดโลภะ เหมือนน้ำ ท่วมฉับพลัน
หนีไม่ทัน ทุกข์ร้อน ยากผ่อนคลาย
เกิดโทสะ เหมือนน้ำป่า ไหลแรง
นำดินโคลนและหินแข็ง ท่วมทับ ดับชีวี
เกิดโมหะ น้ำท่วมขัง น่าชังเหลือที่
สมบัติป่นปี้ เน่าเหม็น เป็นพิษภัย
สมบัติมีประโยชน์มาก ถ้าหาก ใช้เป็น
ไม่อาจใช้เล่น แต่ใช้พอประทัง ยั้งชีวิต
 ทำประโยชน์ตนและท่าน อย่างบัณฑิต
 พิชิต ความตระหนี่ นี้คือหลักสำคัญ
สมบัติเหมือนน้ำ ไม่มียามเผลอ
ไหลไปเสมอ หาทางไป ไม่รอรี
น้ำไหลลงต่ำ แต่สมบัติเลิศล้ำ ไหลไปที่
หาคนดี ซึ่งอยู่ ณ ที่สูง
การเป็นคนดี จะมี สมบัติเย็น
ไม่ต้องเข็น แต่ไหลมา หาเอง
มาค้ำชู มาหนุนอยู่ ให้ทั้งดีและเก่ง
เป็นไปเอง เพียงทำแต่ดี ชีวีสะบาย
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
เป็นกฎ
เหล็ก กฎหลัก ไม่มีมั่ว
คนชั่วทำชั่ว ได้ชั่ว แน่นอน
สิ่งที่ได้ที่มีที่เป็น ในวันนี้
ย่อมมี..มาจากอดีต
แม้แต่การพูด การทำ การคิด
พระผู้รู้ จึงสะกิด โลกชีวิตคือโรงละคร

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2565

สมบัตินี้ (มีไว้ทาน) ชาวนาผู้ฉลาด จะคัดพันธุ์ข้าวเก็บไว้ ปีหน้าฟ้าใหม่ จะได้ปลูก ส่วนชาวนาผู้โง่เขลา เจ่าจุก ไม่เก็บพันธุ์ไว้ปลูก เอาข้าวไปขาย

สมบัตินี้
(มีไว้ทาน)


ชาวนาผู้ฉลาด จะคัดพันธุ์ข้าวเก็บไว้
ปีหน้าฟ้าใหม่ จะได้ปลูก
ส่วนชาวนาผู้โง่เขลา เจ่าจุก
ไม่เก็บพันธุ์ไว้ปลูก เอาข้าวไปขาย

ผู้มีทรัพย์ เหมือนกับชาวนา
ผู้มีปัญญา นำทรัพย์มา ทำบุญ
คนส่วนใหญ่ กินใช้ ลงทุน
ไม่รู้จักแสวงบุญ สร้างบารมี

เมื่อไม่ให้ ไม่ทาน คือท่านไม่ปลูก
สมบัติจะออกลูก เป็นวิบัติ
หน้าตาเหมือนกัน ชัด
แต่เป็นวิบัติ กัดเจ้าของ

เมื่อให้หรือทาน ผู้รับนั้น เหมือนกันกับนา
ผู้รับมีวาสนา เป็นนาที่ดี
ดังนั้น การให้การทานนั้น คิดให้ถ้วนถี่
เลือกนาที่ดี อุดมสมบูรณ์

ทำทานกับพระ นั่นหละ เนื้อนาบุญ
คนไม่คุ้น กับสงฆ์ สังฆทาน
เป็นเนื้อนายอดเยี่ยม ไม่มีใดเทียมทัน
การเข้าวัดทำสังฆทาน อุดมการณ์ชีวิต

การบำเพ็ญทาน อุดมการณ์ชีวิต
แสวงบุญสร้างบารมี สุดขีด ชีวิตมีน้อย
ได้ชื่อว่ามีปัญญา มีวาสนาคอย
มีสมบัติใช้สอย ไม่ขาด

มีสมบัติแล้วไม่ให้ ไม่ทาน
ความตระหนี่บาน อยู่ในใจ
เหมือนเหล็กมีสนิม กัดเหล็ก สลาย
ทุรนทุราย ไม่มีความสุข

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2565

โลกโลกีย์ (นี้คือโรงละคร) ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ แน่นขนัด อยู่บนเส้นทาง สายกลาง แต่ถูกความตระหนี่ ปิดบัง สมบัติเป็นวิบัติ ปิดทางเข้า

โลกโลกีย์
(นี้คือโรงละคร) 

ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
แน่นขนัด อยู่บนเส้นทาง สายกลาง
แต่ถูกความตระหนี่ ปิดบัง
สมบัติเป็นวิบัติ ปิดทางเข้า

เมื่อใจตระหนี่ จะไม่มีความสุข
เกิดความทุกข์ เบื่อหน่าย ซึมเซ็ง
สติหลุด ความประมาทผุด เสงเครง
คิดว่าตัวเก่ง ยกหางตนเอง แมงป่อง

เข้าสู่โลกโลกีย์ สนุกเต็มที่ อบายมุข
สนองอารมณ์สนุก ถูกล่อลงต่ำ
เช่นแมลงวัน หัวเขียวหัวดำ
ลงต่ำ ดำดิ่ง สู่อบาย

โลกโลกีย์ โรงละครดีดี นี่เอง
แสดงเต็มที่ คนเก่ง ละเบงละคร
กรรมวิบาก กำกับ ไม่ต้องสอน
แสดงละคร ได้สมบทบาท โดยอัตตโนมัติ

กิเลสกรรมวิบาก ย้อนกลับ มาแสดง
ไม่มีเสริมเติมแต่ง แสดงซ้ำๆ
นับชาติไม่ถ้วน ช่างน่าขำ
แสดงซ้ำๆ ของเก่า ช่างเขลานัก

คนดูก็ไม่มี เหมือนผีบ้า
แสดงออกท่า ออกทาง อย่างเป็นจริง
ท่านผู้รู้ ดูแล้วขำกลิ้ง
เหมือนมีผีสิง ลิงหลอกเจ้า

โลกแห่งความจริง อยู่ในทางสายกลาง
นอกนั้น เป็นอย่างโรงละคร
ดังนั้นการฝึกสติ ให้เกิดหิริโอตัปปะ มาก่อน
หยุดใจได้ แน่นอน ความทุกข์ร้อนห่างหาย

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565

เศรษฐีใจบุญ (เมตตาการุณ และมัธยัสถ์) :: ความตระหนี่ นี้ไม่ดี แล้งน้ำใจ มีไม่ใช้ แม้เจ็บป่วยไข้ ก็ยัง ส่วนมัธยัสถ์ รู้จักประหยัด ใช้พอประทัง เพื่อหวัง ประโยชน์สูง มุ่งบำเพ็ญทาน

เศรษฐีใจบุญ
(เมตตาการุณ และมัธยัสถ์)

ความตระหนี่ นี้ไม่ดี แล้งน้ำใจ
มีไม่ใช้ แม้เจ็บป่วยไข้ ก็ยัง
ส่วนมัธยัสถ์ รู้จักประหยัด ใช้พอประทัง
เพื่อหวัง ประโยชน์สูง มุ่งบำเพ็ญทาน
 คนตระหนี่ นี้ไม่ไหว ใจคับแคบ 
เป็นอีแอบ น่าอาย ไม่มีใครคบหา
เกิดมา เสียเวลาเปล่า ช่างไร้ราคา
น่าเวทนา ทุกข์นักหนา ในปรภพ
คนใจกว้าง มีศรัทธา รู้จักหาบุญ
เมตตาการุณ มีน้ำใจ
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ใจฝักใฝ่
 ทำประโยชน์ให้ ทั้งตน และคนอื่น
ตระหนี่ ไม่กิน ไม่ใช้ ได้แต่เอา
 เฝ้าทรัพย์ไว้ ตายไป ไม่ไปไหน
เป็นสัตว์ เฝ้าสมบัติ เลื้อยคลานไป
กินไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ปู่โสมฯ
คนตระหนี่ นี้ มีน้ำใจเค็ม  
  มีเกลือเต็ม เป็น เช่นน้ำสมุทร
มีสมบัติ เป็นวิบัติ เช่นคูต
น้ำสมุทร ดื่มไม่ได้ น้ำใจเค็ม
มัธยัสถ์ กินเพื่ออยู่ ไม่อยู่ เพื่อกิน
 รักษาชีวิน ให้อยู่ได้ ไปนานๆ
ทำดีถึงพร้อม ต่อตน ต่อท่าน
มุ่งชีวัน ตามพระ อริยะเจ้า
 มัธยัสถ์ได้ นิสัย ใฝ่กุศล
เป็นคนมีปัญญา ละโลกียสุขสนุกสนาน
 เสียดายเวลา ในโลกา ที่แสนสั้น
รู้ว่าโลกนี้เท่านั้น แสวงบุญ สร้างบารมี
 สมบัติ ก็คือบุญ บุญก็คือ สมบัติ
ให้สุขสมมาด สมปราถนา
ติดตามเรา ดุจเงาตามตัว ตลอดเวลา
 ทุกภพชาติที่เกิดมา สมปราถนา ทุกประการ
เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุน ศาสนา
รวยล้นฟ้า ทว่า มัธยัสถ์
เป็นกำลังพัฒนา พาคน เข้าวัด
ที่พึ่งหมู่ญาติ สรรพสัตว์ ทั่วหล้า

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565

สมบัติมีกายสิทธิ์ (น่าคิดน่ารู้) ใจหยุด สิ้นสุดแห่งทุกข์ ถ้ายังรักสนุก ก็ยังทุกข์ถนัด ใจหยุดเท่านั้นหละ จึงจะสุขสมมาด

สมบัติมีกายสิทธิ์
(น่าคิดน่ารู้)


ใจหยุด สิ้นสุดแห่งทุกข์
ถ้ายังรักสนุก ก็ยังทุกข์ถนัด
ใจหยุดเท่านั้นหละ จึงจะสุขสมมาด
นั่นคือธรรมชาติ ของชีวิต


หยุดภายในกาย ในสุดสุด
เป็นจุด กลางกาย ใช่ เป็นจุดโน้มถ่วง
จุดนี้สำคัญนัก พญามารหวง
ยากที่ใครจะก้าวล่วง จึงใช้อวิชชา ปิดบังตาไว้

แล้วใส่กิเลสตัณหา พาใจให้เตลิด
เล่นเอาเถิด กับสรรพสัตว์ ยัดใส่คุกประหาร
เวียนว่าย ตายเกิด อนันตกาล
ในวัฏฏสงสาร ทุกข์ทั้งนั้น อย่าฝันจะได้ไปสุคติ

วิ่งหาทรัพย์ตาตั้ง หวังจะได้ทรัพย์มา
เหมือนกับวิ่งหา เข็มในทะเล
สมบัตินั้นมีที่อยู่ ผู้รู้บอกไว้ ไม่มีเก็
อยู่ในเปล..สมบัติ แน่ชัด ทางสายกลาง

ใจไม่หยุดตัณหา ไม่อาจจะหาขุมสมบัติ
เจริญสติแน่ชัด จึงสามารถ ตัดตัณหา
หาทรัพย์ได้ง่ายๆ สบายๆ ทรัพย์ไหลมา
เหมือนมีชีวา มาอยู่ กับผู้มีบุญ

พวกเรารู้หรือไม่ว่า สมบัตินั้นหนา มีกายสิทธิ์
เป็นธรรมชาติ สมบัติเป็นสิทธิ์ ของผู้มีบุญ
หรือกายสิทธิ์ ชอบไปอยู่ ในที่อบอุ่น
กับคนแสวงบุญสร้างบารมี เท่านั้น

ยากที่จะเชื่อ แต่ไม่เชื่อก็ไม่ได้
ป้องกันไว้ ก็ไม่เสียหายอะไร ไม่ใช่หรือ
เกิดเป็นจริง ยิ่งกว่าตาย รู้ไหมสัตว์ในนรกมีเป็นเบือ
ก็ด้วยไม่เชื่อ ดันทุรัง ไม่ฟังคำพระ

แต่ว่าไปเชื่อมาร คนทั้งหลายนั้น ไม่รู้ตัว
กรรมกิเลสชั่ว ก่อตัวอยู่ในใจ
เหมือนสนิมเหล็ก กัดเหล็ก ย่อยเหล็กได้
เหล็กทั้งหลาย ก็ไม่เชื่อใคร ดันทุรัง

สติสัมปชัญญะ คือใจหยุด ณ ในตน
ไม่ใช่คน..กินเหล้าเมา ขับรถได้
แม้ไม่กินเหล้า ก็เมามาย
ถ้าไม่รู้จักฝึกสติ รักษาใจ อยู่ในตน

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เอาออกแล้วจึงได้ (หัวใจพุทธศาสนา) ออกกำลัง ได้กำลัง ช่างน่าคิด ออกความคิด ได้ความคิด สติปัญญา ออกแล้วจึงได้ คิดได้ ไม่ธรรมดา หมู่พาลา หมู่วอก ไม่ยอมออก มีแต่เอา

เอาออกแล้วจึงได้
(หัวใจพุทธศาสนา)

ออกกำลัง ได้กำลัง ช่างน่าคิด
ออกความคิด ได้ความคิด สติปัญญา
ออกแล้วจึงได้ คิดได้ ไม่ธรรมดา
หมู่พาลา หมู่วอก ไม่ยอมออก มีแต่เอา
ทานนั้นหรือ คือเอาสมบัติออก 
ได้บุญไม่หยอก ถ้าเอาออก ด้วยศรัทธา
คนจน คนเคยรวย และต่ำช้า
ไม่ทานไม่ว่า ปากยังด่าคนอื่น
ทานถูกหลักวิชา ใจจะกว้าง
สุขใจจัง บุญประดัง คนรักใคร่
คนดีลงรักษา ดุจเทวดา ศักดิ์ใหญ่
บัณฑิตนักปราชญ์ ทั้งหลาย อุปถัมภ์
 บุญญา นั้นหนา อจินไตย
ยิ่งทานยิ่งได้ ใครคิดไม่ถึง
 หาทรัพย์ได้ง่าย สะบายๆ สุดทึ่ง
 เข้าให้ถึง แหล่งบุญใหญ่ พระรัตนตรัยในตัว 
คนเลว เหลวไหล ก็รวยได้ 
ไม่น่าแปลกใจ ด้วยใช้บุญเก่า
คนดีอาจจน ทุกข์ทน ไม่เบา
บุญเก่า มาไม่ถึง จึงอดทนไว้
 คุณสมบัติดีดี มีเอาไว้
 เกิดขึ้นได้ ด้วยการให้ หรือการเอาออก
อยากรวยสวยฉลาด จะบอก
ด้วยการเอาออก ด้วย ทานศีลภาวนา

 ;;;;;;;;;; 

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2564

ไม่ให้ก็ไม่ได้ (ที่ได้นั้นจงรู้ไว้ กินบุญเก่า) สมบัตินั้น ท่านรู้ไหม ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ได้ ถ้าให้จึงจะได้ ด้วยอาศัย อานุภาพบุญ สมบัติ ไม่อาจขาด เป็นเครื่องค้ำจุน

ไม่ให้ก็ไม่ได้
(ที่ได้นั้นจงรู้ไว้ กินบุญเก่า) 

สมบัตินั้น ท่านรู้ไหม ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ได้
ถ้าให้จึงจะได้ ด้วยอาศัย อานุภาพบุญ
สมบัติ ไม่อาจขาด เป็นเครื่องค้ำจุน
ชีวิตมีสมบัติหนุน ครอบครัวอบอุ่น บุญบันเทิง

บุญปัจจุบัน สำคัญคือ ไปเชื่อมต่อกับบุญวาสนา
ให้ไหลมา เป็นผลานิสงส์ ในปัจจุบัน
ส่วนบาป เชื่อมกับกิเลส ตัวกลั่น
ก่อการ กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร ปลักโคลนดูด

การมีอาชีพสุจริต ไม่ผิดศีลธรรม
ยากล้ำ ถ้าไม่มีการให้ หรือทาน
การมีศีล ใจสดใส ชอบแบ่งปัน
ถ้าไม่เช่นนั้น กิเลสตัณหา จะพาโลภ

ถ้าไม่ให้ แต่ยังหาทรัพย์ได้ หมายความว่า
บุญวาสนายังแรง ยังแข่งบาปได้
ไม่ใช่หนึ่งสมองสองมือ ของใครๆ
หมดบุญเมื่อใด รู้ตอนจะตาย ก็สายแล้ว

ยากนักหนา ที่คนธรรมดา จะเข้าใจ
ต้องมีผู้บารมีใหญ่ มาโปรด
ดังนั้น เราจะต้องสร้างบารมี ไม่ละลด
เพื่อโปรด คนทั้งหลาย ล้วนใช่ญาติเราทั้งนั้น

มีทรัพย์น้อยหรือมาก จักต้องให้
ถ้าไม่แล้ว..ใช่ คนตระหนี่
การได้บุญมากหรือน้อย อยู่ที่ศรัทธามี
อยู่ที่ใจปีติ มากหรือน้อย

ทานบดี คือผู้ที่ทำทานได้บุญมาก
ทำด้วยความเคารพรัก ปราศจากตระหนี่
  ทานด้วยมือตน ด้วยของที่ดีล้น สุดดี
เป็นของที่ ดียิ่งกว่าที่ ตนเองใช้

ยังให้เป็นประจำ สม่ำเสมอ มิได้ขาด
เป็นธรรมชาติ มีดวงบุญวาสน์ ติดตาม
ดลบันดาล ให้สุขบริบูรณ์ล้นหลาม
ติดตาม ทั้งโลกียทรัพย์ และอริยทรัพย์ 

;;;;;;;;;;