แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สติสัมปชัญญะ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สติสัมปชัญญะ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566

ทำคนเกียจคร้าน (งานของตัณหา) คนใดมักหลับ มักคุย ไม่ลุยงาน เกียจคร้าน มีความมุทะลุ ดุดัน นั่น เป็นเหตุ ของผู้ฉิบหาย

 ทำคนเกียจคร้าน
(งานของตัณหา)

คนใดมักหลับ มักคุย
ไม่ลุยงาน เกียจคร้าน
มีความมุทะลุ ดุดัน
เป็นเหตุสำคัญ ของผู้ฉิบหาย

อุปสรรคปัญหา จะมีมา
เมื่อเลิกละ ความเพียร
คนใจตก คิดพูดทำ เพี้ยน
นิสัยเปลี่ยน เป็นคนละคน
ใจหงุดหงิด ขี้โกรธ
ขันติ หมด ความฉิบหายจะมา
ตามใจตน คนผีห่า
กิเลสกล้า ท้านรก
เหมือนเถรเทวทัต
ที่สามารถ ทำร้าย พระพุทธองค์
มุทะลุดุดัน เสริมส่ง
ยากปลดปลง จึงฉิบหาย
ขาดสติ จึงขี้คุย ไม่ลุยงาน
ใจงุ่นง่าน ไม่มีสุข
มองซ้ายขวา หาแต่เรื่องสนุก
ใจเป็นทุกข์ ด้วยขาดสติ
เป็นลักษณะ ของปุถุชน
คนธรรมดา ทั่วไป
กิเลสตัณหาครอบงำ ดื้อหลาย
สังคมพาไป ไหลลงต่ำ
สติสัมปชัญญะ เหมือนพระโปรด
ชีวิตรุ่งโรจน์ พลิกผัน
มีศรัทธา มีความขยัน
ฝึกสติให้มั่น จึงสำคัญนัก

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566

ขันติอานุภาพ (ปราบนักเลง) นักเลงหญิง นักเลงสุรา และก็นั่นหละ นักเลงการพนัน เป็นเหตุ แห่งความฉิบหาย ทั้งนั้น ย่อมล้างผลาญ ทรัพย์ของตน

 ขันติอานุภาพ
(ปราบนักเลง)

 นักเลงหญิง นักเลงสุรา
และก็นั่นหละ นักเลงการพนัน
เป็นเหตุ แห่งความฉิบหาย ทั้งนั้น
ย่อมล้างผลาญ ทรัพย์ของตน

นักเลง คนชั่วร้าย
บ้าบิ่น ทำลายตน
สัตว์นรก ไม่ใช่ผู้ ไม่ใช่คน
ครอบครัวทุกข์ทน หม่นไหม้
นักเลง คนเก่ง ไร้สติสตัง
เหมือนผู้ร้ายในหนัง ในละคร
ส่วนพระเอกนางเอกคนดี หนีร้อน
จำจร จากบ้านนอก สู่เมือง
ทำตนต่ำต้อย คอยรับใช้
ทำดีเรื่อยไป ไม่สู้ไม่หนี
นี้คือคุณธรรม ขันติ
เกิดบารมี ชีวีพลิกผัน
ส่วนผู้ร้าย ยิ่งใหญ่ ตอนเริ่มต้น
สุดท้าย ไม่พ้นทุกข์
มัวเมาประมาท เอาแต่สนุก
ปุถุชน จึงไม่อาจหนีทุกข์ ตอนสุดท้าย
สติสัมปชัญญะ มีอุปการะมาก
ทำให้ตระหนัก ในขันติ
มีบุญนัก ใครรู้จักคุณธรรมนี้
คนดี จึงทุ่มชีวี ฝึกฝน
อุปสรรค แปลว่าใกล้สวรรค์
รักษาสติมั่น เมื่อมีอุปสรรค
 ยอมคน ทนทำดี ได้บารมีมาก
นักเลงมีใจรัก ยอมภักดี

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สติดี (ระลึกได้ อยู่ในตน) สตินี้ มิเพียงระลึกได้เท่านั้น สุดสำคัญ ระลึกได้ ในตน ระลึกอยู่ภายนอก ปุถุชน เปี่ยมล้น กิเลสตัณหา

 สติดี
(ระลึกได้ อยู่ในตน)

สตินี้ มิเพียงระลึกนึกได้เท่านั้น
สุดสำคัญ ระลึกได้ อยู่ในตน
ระลึกอยู่ภายนอก ปุถุชน
เปี่ยมล้น กิเลสตัณหา

ขี้เมาขับรถได้ ประมาท
สติขาด ประมาทเหลือร้าย
เมาโลกีย์ ไม่เข้าวัด คือคนตาย
แสวงบุญไม่ได้ หลังตายแล้ว
สติสัมปชัญญะ ค้ำจุนโลก
น่าตระหนก คนเกือบทั้งโลก ลืมสติ
แข่งกันรวย แข่งกันฉวย เต็มที่
หลงลืมความดี ความถูกต้อง
คนทั้งหลาย เหมือนน้ำไหลลงต่ำ
ทำตามๆ..กัน ไม่ลืมหูลืมตา
ยังดื้อดึง ไม่เชื่อ คำพระ
ขาดศรัทธา ขาดสติ
ผู้เชื่อคำพระ ชีวาพลิกผัน
สุดอัศจรรย์ อจินไตย
จากหลังมือ เป็นหน้ามือ ไปได้
กัลญาณมิตร จึงยิ่งใหญ่ ให้ชีวิต
แสวงบุญ สร้างบารมี
 เต็มที่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
ด้วยมี สติสัมปชัญญะ แกร่ง
สติอยู่ในแหล่ง เส้นทางบุญ
เส้นทางบุญ อยู่ในตน
จึงจะพ้น ไม่หลงกล หมู่มาร
มีแต่ทางนี้เท่านั้น
จึงพบพาน พระรัตนตรัยในตัว

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

สติสะบายสม่ำเสมอ (เลิศเลอชีวิต) สติ สะบาย สม่ำเสมอ สติสัมปชัญญะ ไม่เผลอ ก็ใช่ สันโดษสมถะได้ ก็สะบาย รักษาเรื่อยไป สม่ำเสมอ

 สติสะบายสม่ำเสมอ
(เลิศเลอชีวิต)

สติ สะบาย สม่ำเสมอ
สติสัมปชัญญะ ไม่เผลอ ก็ใช่
สันโดษสมถะได้ ก็สะบาย
รักษาเรื่อยไป สม่ำเสมอ

มีสติ เอาใจไว้ในตน
หนีพ้น ตัณหา อุปาทาน
รู้สึกสะบาย หายร้อนร่าน
พ้นทุกข์ทรมาน ได้ง่ายๆ
ประคับประคองให้ สม่ำเสมอ
ไม่เผลอ คิดไปถึงภายนอก
รักษาสะบาย อย่าจ้อง ขอบอก
เหมือนดู ออกไปนอก หน้าต่างรถไฟ
สันโดษนั้น คือความพอใจ
ในสิ่งที่ได้ สิ่งที่เห็นหรือเป็น
หลับตาลง ความมืด จะเห็น
ทำพอใจให้เป็น ในความมืด
เห็นความมืด เพียงคิดว่าใช่
แต่ไม่..จ้อง มองเฉยๆ
รักษาสติ ระลึกได้ ให้เคย
มีสัมปชัญญะ มองความมืดเฉยๆนั่นเอง
ฝึกแล้วฝึก ฝนแล้วฝน
การฝึกตน ต้องอดทนขันติ
ใจเย็นๆ ค่อยๆเป็นไป มีเท่านี้
คนอื่นช่วยชี้ เท่านั้นเอง
ความสม่ำเสมอ สำคัญนัก
ศรัทธามาก จึงรู้จักสม่ำเสมอ
ได้อยู่ใกล้กัลยาณมิตร ดีแน่เธอ
การเข้าวัดเสมอ จึงจำเป็น

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

ลมหายใจ (ลมหาย เมื่อใจหยุด) แปลกน๊ะ ทำไมเรียกกันว่า ลมหายใจ ก็เมื่อลมหายไป เมื่อใจหยุดนิ่ง เมื่อเรามีสติ ระลึกรู้ ได้จริงๆ ลืมทุกสิ่งภายนอก ที่หลอกเรา

 ลมหายใจ
(ลมหาย เมื่อใจหยุด)


แปลกน๊ะ ทำไมเรียกกันว่า ลมหายใจ
ก็ด้วยลมหายไป เมื่อใจหยุดนิ่ง
เมื่อเรามีสติ ระลึกรู้ ได้จริงๆ
ลืมทุกสิ่งภายนอก ที่หลอกเรา

มีสติสัมปชัญญะ ใจจะหยุดนิ่ง
เอิบอิ่มยิ่ง อิ่มอกอิ่มใจ
ลมหายใจหยุด สุดแสนสบาย
ใจไม่กระวนกระวาย หมดทุกข์ร้อน

คนทั้งหลาย วิ่งกันขวักไขว่ หาความสุข
คิดว่าตนเองหาถูก สะสมทรัพย์
หลงกลมาร เมื่อรู้ทัน ก็จะแตกดับ
เสียเวลาไปกับ การหาเงิน

สุขแท้ๆ อยู่สุดใกล้ อยู่ในตน
ทุกคน ไม่คิดเฉลียว เที่ยวหาภายนอก
พระรัตนตรัยเป็นอัตตา ขอบอก
ส่วนภายนอก อนัตตาทั้งนั้น

แต่ด้วยตัณหาอุปาทาน มารมันแกล้ง
ปลอมแปลง ได้สนิท จึงหลงมัน
ยิ่งกว่าหนังสามมิติ ยากจะรู้ทัน
สรรพสัตว์ ทุกข์มหันต์ สังสารวัฏฏ์

ยังมีศูนย์กลางกาย ใช่ ต้องผ่าน 
มิฉนั้น อย่าหวังเข้าถึง
ใช้ชีวิตสันโดษสมถะเท่านั้น จึง
จะถึง..สุขสมแท้ และสมปราถนา

คนดี คือคนมีสติ มิหลงโลก
ไม่ตลก ต้องฝึกตน บำเพ็ญตะบะ
เป็นพระดีที่สุด สันโดษสมถะ
ฝึกสติสัมปชัญญะ อย่างอิสระเสรี

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สุขทางโลกน่าคิด (เหมือนติดยา) ความสุขทางโลก น่าคิด เหมือนติดยา ใจมืดหนา อึดอัด ขัดข้อง ใจร้อนรน กระวนกระวาย เศร้าหมอง ใจเรียกร้อง..หาแต่ทรัพย์ กับความเพลิน

 สุขทางโลกน่าคิด
(เหมือนติดยา)


ความสุขทางโลก น่าคิด เหมือนติดยา
ใจมืดหนา อึดอัด ขัดข้อง
ร้อนรน กระวนกระวาย เศร้าหมอง
เรียกร้อง..หาแต่ทรัพย์ กับความเพลิน

สุขทางโลก เหมือนไฟ ไม่อิ่มเชื้อ
เหมือนเสือ กินเนื้อ ตะกรุมตะกราม
ไม่คำนึงถึงคน ขอเพียงตนอิ่มหนำ
มีความอดทนต่ำ จึงแน่ล้ำ เบียดเบียน

สุขทางโลก ชุ่มโชก ด้วยกามคุณ
สวนทางกับบุญ ที่บริสุทธิ์สะอาด
ทางบาป กิเลสตัณหา เป็นสัตว์
ไม่ใช่มนุษย์ ที่สามารถ มีคุณธรรม

สุขทางโลก เป็นดั่งปลา ว่ายไปมาในน้ำ
คนก็หากิน วันยังค่ำ พอๆกัน
มีชีวิต กิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์
เมื่อตาย ก็ไปที่เดียวกัน คืออบาย 

คนทั้งหลาย ไม่รู้สึกตน ว่าไหล
ไปตามกระแส กิเลสกรรมวิบาก
เหมือนเล่นละคร ที่ใส่ความรู้สึกยิ่งนัก
หรือเหมือนหลับลึกฝัน ดูประจัก เช่นจริง

ความสุขทางโลก จึงตลก มันหลอกลวง
มันกลวง ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร
เหมือนติดอบายมุข สุขที่ปลายประสาท เท่านั้น
แต่คนก็หลงมัน เหมือนกัน กับเกาตุ่ม

สติสัมปชัญญะ ท่านจึงว่า อุปการะโลก
ให้หมดทุกข์โศก จากกิเลสตัณหา
ได้สติสัมปชัญญะ เกิดปัญญา
มีศรัทธา แสวงบุญญา สร้างบารมี

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565

บัณฑิตฝึกตน (คนพาลชอบติ) ได้ยินมาว่า ตัวเรานั่นหละ ฝึกได้ยาก การฝึกตน เป็นหลัก ของบัณฑิตตา คนชอบสอน ชอบฝึกคนอื่น ดาดดื่น พาลา ชอบติชอบว่า ชี้หน้าคนอื่น

 บัณฑิตฝึกตน
(คนพาลชอบติ)


ได้ยินมาว่า ตัวเรานั่นหละ ฝึกได้ยาก
การฝึกตน เป็นหลัก ของบัณฑิตตา
คนชอบสอนคนอื่น ดาดดื่น พาลา
ชอบติชอบว่า ชี้หน้าคนอื่น

สติสัมปชัญญะ รู้สึกตัวว่า อยู่ในตน
จะรู้สึก สุขล้น คนสันโดษ
บัณฑิตตา เห็นสำคัญกว่า สิ่งใดทั้งหมด
จึงสามารถอด ไม่เพ่งโทษผู้ใด

สติสัมปชัญญะ ตรึกตรอง ประคองใจ
คล้ายมารดา รักษาลูกน้อย
สายตานั้น รู้กัน ไม่ล่องลอย
กลัวลูกน้อย..มีภัย มากลายกล้ำ

มีสติอยู่ในตน ต้องอดทนอดกลั้น
ไม่กระสัน ต่อโลกโลกีย์
ลาภยศสรรเสริญสุข มีก็สักแต่มี
หมั่นทำทาน ลดความตระหนี่ หนีตัณหา

เมื่อมีสติอยู่ในตน ปีติล้นทะลัก
จะรู้จักศรัทธา เข้าวัดวา ทำบุญ
เกิดสัมมาทิฏฐิ เดินทางความดี เร่งลุ้น
แสวงบุญ สร้างบารมี กรณียกิจ

บัณฑิตฝึกตน คือคนฝึกใจ
ฝึกให้..นิ่งให้หยุด ที่สุดของบุญ
เดินตามทาง สายกลางภายใน ให้คุ้น
ทางบุญทางสมบัติ ทางถึง พระรัตนตรัย

ทำพระนิพพานให้แจ้ง เข้าถึงแหล่งบุญ
กิเลสเป็นสูญ พ้นมัน พ้นมาร
เป็นอมตะ นิรันดร์กาล
พ้นคุกประหาร อุดมการณ์ชีวิต

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

คนดี (มีนิสัยฝึกตน) ผู้ประพฤติดี ย่อมมีนิสัยฝึกตน ไม่ประมาท กระตือลือล้น ฝึกตนอยู่เสมอ ด้วยมีศรัทธา กตัญญุตา เลิศเลอ ไม่เบลอ ไม่เผลอ มีสติสัมปชัญญะ

 คนดี
(มีนิสัยฝึกตน)


ผู้ประพฤติดี ย่อมมีนิสัยฝึกตน
กระตือลือล้น ฝึกตนอยู่เสมอ
ด้วยมีศรัทธา กตัญญุตา เลิศเลอ
ไม่เบลอ ไม่เผลอ มีสติสัมปชัญญะ

เป็นผู้มีปัญญา รู้ว่าเกิดมาทำไม
จึงทุ่มใจฝึกตน ทนกิเลสตัณหา
เดินทางสายกลาง สันโดษสมถะ
ทานศีลภาวนา เป็นชีวิต

การฝึกตน คือฝึกใจ ให้มีสติ
ระลึกรู้อยู่ที่..ในตน
ทานศีลภาวนา จึงจะได้ผล
ปีติใจล้นพ้น บุญส่งผลทันตาเห็น

ผู้ฝึกตนได้ดี มีสติสัมปชัญญะ
ใจจะ สงบนิ่ง อยู่ในตน
เอิบอิ่มเป็นสุข ปราศจากทุกข์ทน
เป็นสุขสันโดษ เลิศล้น ธรรมสุข

ภาวนา คือการฝึกใจ ให้หยุดให้นิ่ง
ปลดทิ้ง ความหลง โลกภายนอก
เอาสติ ระลึกรู้อยู่ในตน ไม่ให้ออก
ใจเหมือนวอก หยุดยาก หากขาดศีล

ฝึกศีลได้ ใจจะเย็นลง
ค่อยสงบ หายรน..เร่าร้อน
ไม่สดุ้งภัย ใจจึงใส ตกตะกอน
ความใสสะท้อน..ถึง ผิวพรรณ

ฝึกศีลได้ยาก หากไม่ทำทาน
ด้วยคนขี้ตระหนี่นั้น ใครๆก็ไม่คบหา
ไม่เป็นที่รัก จักเป็นธรรมดา
 คนใจแคบ นั้นหนา จ้าวอารมณ์

คนใจกว้างใจดี จึงมีทาน
เป็นที่รักใคร่ของลูกหลาน ญาติพี่น้อง
กว้างขวางในสังคม เป็นที่ยกย่อง
ทำงานไม่มีโทษ จึงต้องบำเพ็ญทาน

;;;;;;;;;;