แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานศีลภาวนา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทานศีลภาวนา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ประพฤติธรรม (นำชีวิต) ประพฤติธรรม นำชีวิต อย่าคิด หาทางลัด ปฏิบัติธรรม สติ สะบาย สม่ำเสมอ จงจำ สามคำ เลิศล้ำ ธรรมประพฤติ

 ประพฤติธรรม
(นำชีวิต)

ประพฤติธรรม นำชีวิต
อย่าคิด หาทางลัด ปฏิบัติธรรม
สติ สะบาย สม่ำเสมอ จงจำ
สามคำ เลิศล้ำ ธรรมประพฤติ
 ประพฤติธรรม ไม่มีทางลัด
เด็ดขาด อย่าคิด ขอเตือน
ฝึกและฝึกเท่านั้น ไม่แชเชือน
ไม่เลื่อนเปื้อน ตรงไปตรงมา
ทานศีลภาวนา เป็นหลัก
แล้วจัก สติสะบายสม่ำเสมอ
คนสติดี มีทาน นะเธอ
คนดี ไม่เบลอ ทำทาน
รักษาศีล ใจสะบาย
ไม่ง่าย รักษาใจ ไม่ร้อนรนรีบร้อน
ดับด้วยศีล เป็นอาจิน รักษาก่อน
มารยาทงาม สะท้อน รักษาศีล
สม่ำเสมอ ฝึกจิต ให้มีสติ
ฝึกสมาธิ งานที่แท้จริง
ศีล เป็นสะพาน ไม่อาจทิ้ง
จำเป็นยิ่ง ทานเป็นสะเบียง 
ทุกเช้า ก่อนกินข้าว ตักบาตร
ฝึกหัด..ลูกหลานไม่ขาด เป็นคนดี
ถ้าทำได้ สุดยอดชีวี
ได้สงเคราะห์ประชาชี ให้อยู่เย็น
เมื่อทำทาน ใจนุ่ม ไม่รุ่มร้อน
ใจตกตะกอน รักษาศีลได้ง่าย
ฝึกสติ นั่งสมาธิ สะบาย
ทั้งใจกาย สุขสมปราถนา

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ขันติเลิศล้น (ฝึกอดทน ด้วยทานศีลภาวนา) ขันติ ความอดทน คุณธรรมดีล้น เป็นตบะอย่างยิ่ง เผากิเลส เศษไม่เหลือจริงๆ ได้บารมียิ่ง ปราบมาร

 ขันติเลิศล้น
(ฝึกอดทน ด้วยทานศีลภาวนา)

ขันติ ความอดทน
คุณธรรมดีล้น เป็นตบะอย่างยิ่ง
เผากิเลส เศษไม่เหลือจริงๆ
ได้บารมียิ่ง ปราบมาร
ศัตรู กลายเป็นมิตร
มีจิต ร่วมคิดร่วมสร้าง
มหาชนสามัคคี มีพลัง
สังคมสมหวัง ธรรมชาติสวยงาม
สมณพราหมณ์
มีความอดทน เป็นกำลัง
ได้ชัยชนะ สุขสมหวัง
สุขจัง ทั้งภายนอกภายใน
ความบริสุทธิ์ ความประเสริฐ
 ขันติเกิด และมีโสรัจจะ
และ ผู้เย็นสนิท เป็นพระ
 ย่อมไม่อาจจะ ชำระล้างด้วยน้ำ
เสนา แม้หมู่ใหญ่
พร้อมด้วยพระราชา ชนะศึก
ไม่สู้สัตบุรุษ ผู้มีขันติ ที่ฝึก
ชนะศึกด้วยขันติ มิมีเวรภัย
ชีวิต มีกฎแห่งกรรม
ขันติธรรม จึงจำเป็น
ใช้บารมีปราบมาร สงบเย็น
หมดเวรกรรม ศัตรูกลายเป็นมิตร
ขันติไม่มี บารมีไม่เกิด
บัณฑิต จึงเทิด ขันติ
พ้นกฎแห่งกรรม ด้วยบารมี
ทานศีลภาวนานี้ เป็นบทฝึก

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ทานศีลภาวนา (ทางสายสมบัติ) ชีวิต คือ การเดินทางไกล อจินไตย ไกลไม่สิ้นสุด เวียนว่ายกลับไปกลับมา ไม่มีหยุด จนกว่าจะหลุด พ้นกฎแห่งกรรม

 ทานศีลภาวนา
(ทางสายสมบัติ)

ชีวิต คือ การเดินทางไกล
อจินไตย ไกลไม่สิ้นสุด
เวียนว่ายกลับไปกลับมา ไม่มีหยุด
จนกว่าจะหลุด พ้นกฎแห่งกรรม

เกิดมา ทำพระนิพพานให้แจ้ง 
เป็นแหล่ง พ้นกฎแห่งกรรม
เส้นทางบุญ หรือเส้นทางธรรม
จึงต้องย้ำ เป็นทางชีวิต
จะเดินทางไกล ต้องเตรียมตัว
ไม่เมามัว ทำอย่างอื่น
ทุกเวลานาที จะต้องตื่น
ลุกขึ้นยืน เตรียมตัวให้พร้อม
ในการ เดินทางไกล
สิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องมี
เสบียง สะพาน ตะเกียง สามอย่างนี้
จำเป็นต้องมี ขาดไม่ได้
เสบียงเลี้ยงตน และญาติมิตร
บนเส้นทางอำมหิต ขาดไม่ได้
สะพานนั้น คือความปลอดภัย
ตะเกียง คือปัญญาใส นำทาง
ทาน เสบียงเดินทาง
ศีล เป็นดัง สะพาน
ภาวนา เป็นตะเกียง นั้น
ทางสายกลาง แม่นมั่น ทางชีวิต
ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
แน่นขนัด ในทางสายกลาง
ไร้ทุกข์ ให้สุขสมหวัง
เป็นการเดินทาง เพื่อสร้างบารมี

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

ทานศีลภาวนา (สติสะบายสม่ำเสมอ) ทาน การนำใจมาอยู่ มาสู่ทางธรรม ในกาย ศีล ความสะบาย ไม่กดไม่เกร็งร่างกาย ไม่ใจร้อน

 ทานศีลภาวนา
(สติสะบายสม่ำเสมอ)

ทาน การนำใจมาอยู่
มาสู่ทางธรรม ในกาย
ศีล ความสะบาย
ไม่กดไม่เกร็งร่างกาย ไม่ใจร้อน
ภาวนา ทำสติให้เจริญ สม่ำเสมอ
ไม่เผลอ คิดไป ภายนอก
ทุกอิริยาบถ ใจไม่ออก
ไม่กลับกลอก เป็นวอกหลอกคน
สติ สะบาย สม่ำเสมอ
นั่นแหละเธอ ทานศีลภาวนา
สติดี ตระหนี่ ไม่มา
พ้นกิเลสตัณหา กระแสโลก
เข้าสู่เส้นทางธรรม
นำด้วย บำเพ็ญทาน
มีศรัทธา ผุดผ่องผิวพรรณ
ประดุจชาวสวรรค์ มาสู่ดิน
สะบาย ได้ด้วยศีล
ให้อภัยเป็นอาจิน ใจเย็น
เสงี่ยมงาม ต่อผู้พบเห็น
โดดเด่น เป็นสง่า น่าเลื่อมใส
สม่ำเสมอ ฝึกใจให้นิ่งให้หยุด
ภาวนา เป็นที่สุด ของความดี
บัณฑิต ฝึกตนฝึกใจ ฝึกสติ
เป็นศักดิ์เป็นศรี ของสังคม
ทานศีลภาวนา ทางชีวิต
กรณียกิจ เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
สุขสมปราถนา ด้วยบุญค้ำ
ไม่ตกต่ำ พ้นภัยวัฏฏะ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566

เกียร์ ชีวิต (ทานศีลภาวนา) ชีวิตมีเกียร์ เช่นรถ เดินหน้าทั้งหมด สามเกียร์ ต้องใช้ เกียร์สาม สำหรับเดินทางไกล คนทั้งหลาย ใช้แต่เกียร์ถอยหลัง

เกียร์ ชีวิต
(ทานศีลภาวนา)


ชีวิตมีเกียร์ เช่นรถ
เดินหน้าทั้งหมด สามเกียร์ ต้องใช้
เกียร์สาม สำหรับเดินทางไกล
คนทั้งหลาย ใช้แต่เกียร์ถอยหลัง

ทานศีลภาวนา เกียร์มนุษย์
ทาน เป็นจุดเริ่มต้น
ขจัดตระหนี่ในตน
มิฉนั้น ยากล้น รักษาศีล
ทาน เท่ากับการเริ่มเดินหน้า
 ก้าวเข้ามา สู่เส้นทางธรรม
หนีทางโลก ทางตัณหานำ
ที่ดึงลงต่ำ เหมือนเข้าเกียร์ถอย
ทาน ทำให้ใจนุ่ม ใจกว้าง
จะง่ายจัง รักษาศีล
ความใจร้อนใจเร็ว เป็นอาจิน
รักษาศีล ใจเย็น
ศีล ผ่อนคลาย ร่างกาย
ให้อภัยได้ ไม่ขี้โกรธ
ใจใสใจเย็น ขจัดโหด
กายวาจา หมดจด สะอาด
ความสะบาย ปัจจัยภาวนา
งามสง่า เป็นเกียร์สาม
มีบุคคลิก สูงส่ง สง่างาม
มีสัจจะล้ำ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
ทานศีลภาวนา เส้นทางธรรม
ทางไม่ต่ำ ทางสูง มุ่งนิพพาน
ทางสว่าง ทางสมบัติสาม
พ้นกฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ประหยัดสุด (ประโยชน์สูง) คุณธรรม ของผู้มีปัญญา รักเคารพบูชา เมตตา ศรัทธา กตัญญู ทานศีลภาวนา เป็นเครื่องอยู่ ปัญญานั้น คนไม่รู้ แก้วสารพัดนึก

 ประหยัดสุด
(ประโยชน์สูง)

คุณธรรม ของผู้มีปัญญา
รักเคารพบูชา เมตตา ศรัทธา กตัญญู
ทานศีลภาวนา เป็นเครื่องอยู่
ปัญญานั้น คนไม่รู้ แก้วสารพัดนึก

ปุถุชน ผู้ไม่สน บุญบาป
แสนอาภัพ ปัญญาน้อย
ดื้อดึงอวดดี หิงห้อย
กระจ้อยร่อย ดื้อแพ่ง แข่งตะวัน

ทานศีลภาวนา ทางสละ
ตรงข้าม กับ ตระหนี่
อันเป็นทางของ ตัณหากาลี
ของโลกโลกีย์ มีทุกข์
ทาน สละโลภ โภคทรัพย์สมบัติ
สุดประหยัด ประโยชน์สูง มุ่งบุญ
ศีล สละโกรธ ใจขุ่น
ได้บุญยิ่ง เท่ากับ สละอวัยวะ
ภาวนา สละหลง ใจมืดมล
ได้บุญเหลือล้น เท่ากับสละชีวิต
สละกิเลสหลง ยากสุดขีด
ใจมืดมิด มิจฉาทิฏฐิ

เมื่อไม่ให้ ก็ไม่ได้
เป็นคำพูดง่ายๆ แต่ใช่เลย
ต้องสละ ต้องให้ ให้เคย
สบายเลย ด้วยบารมี

เมตตา ศรัทธา กตัญญู
คุณธรรม ของผู้รู้ มีปัญญา
เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุนศาสนา
ประหยัดสุดชีวา เพื่อประโยชน์สูง บุญ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ทานศีลภาวนา (สายสมบัติ) ใจนุ่ม คนรุมรัก ใจใส ปราศจากโรคภัย ใจสงบสว่าง ความสามารถหลาย ทานศีลภาวนา ใช่ ชีวิต

 ทานศีลภาวนา
(สายสมบัติ)

ใจนุ่ม คนรุมรัก
ใจใส ปราศจากโรคภัย
ใจสงบสว่าง ความสามารถหลาย
ทานศีลภาวนา ใช่ ชีวิต

ใจนุ่ม ใจกว้าง อย่างแม่น้ำ
ไหลลงต่ำ สู่ชุมชน
หล่อเลี้ยงไร่นา พืชผล
สรรพสัตว์สุขล้น ขาดไม่ได้

เป็นเศรษฐีใจบุญ ค้ำจุนสังคม
ชนพ้นระทม ด้วยผู้ใจบุญ
วัดวาอาราม ท่านเจือจุน
สังคมอบอุ่น คนแซ่ซร้อง

ใจใส คล้าย ต้นไม้ใหญ่
ในป่าใหญ่ ภูเขาใหญ่ ต้นน้ำ
พายุร้าย ไม่อาจกลายกล้ำ
เป็นที่ฝนตกประจำ ต้นน้ำ ลำธาร

ใจสงบสว่าง ดังตะวัน
ฉายแสงเฉิดฉัน อบอุ่น
ให้เมฆฝน ตกประจำ แสนการุณย์
ให้ผู้มีบุญ มีสมบัติ
 น้ำไหลกลับ สู่ทะเลมหาสมุทร
ไม่อาจฉุด ไม่อาจรั้งได้
ใครเก็บกัก จักเกิด ภัยไหญ่
ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย ก็เช่นกัน

ทะเลมหาสมุทร ดุจสมบัติจักรพรรดิ์
สำหรับผู้มีบุญ จึงอาจ ได้
ทานศีลภาวนา ทางสมบัติ อจินไตย
ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ยิ่งไหล ก็ยิ่งมี

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ต้องการความสุข (กลับหาทุกข์ใส่ตน) คนทุกคน ต้องการความสุข แต่หาไม่ถูก กลับหาทุกข์ใส่ตน ด้วยไม่รู้สา ด้อยปัญญา ปุถุชน มิจฉาทิฏฐิล้น ไม่ฟังคำพระ

  ต้องการความสุข
(กลับหาทุกข์ใส่ตน)

คนทุกคน ต้องการความสุข
แต่หาไม่ถูก กลับหาทุกข์ใส่ตน
ด้วยไม่รู้สา ด้อยปัญญา ปุถุชน
มิจฉาทิฏฐิล้น ไม่ฟังคำพระ
ความสุข เป็นลักษณะของใจ
นุ่ม ใส และสว่าง
นุ่มด้วยทาน ทานจึงสำคัญจัง
ขจัดตระหนี่ อย่าให้ค้าง ตัวปัญหา
ใจใสด้วยศีล ปิ่น ความประพฤติ
ใจไม่มืดสดใส ใส่ใจความสะอาด
กายวาจาสงบ มีมารยาท
มีอานุภาพ เด็ดขาด ปราบพาล
ใจสว่างด้วยภาวนา รักษาสติ
เมื่อใจนิ่งสนิทดี มีสันโดษ
สุขสุดสุด ปรีเปรม ปราโมทย์
สุขไม่ละลด สดชื่นตื่นธรรม
ทานศีลภาวนา ทางความสุขสำเร็จ
ห่างภัยเภท ห่างตัณหา ตัวร้าย
ทางธรรม ทางบุญ อบอุ่นหลาย
สุขไม่คลาย ทั้งตน คนอื่นๆ
สุขทางธรรม แผ่ไปได้ คล้ายตะวัน
ฉายแสงเฉิดฉัน ตวันฉาย
ธรรมชาติสวยงาม ไร้อันตราย
หมู่มารร้าย หนีหาย แพ้ภัยตน
ทานศีลภาวนา ทางสละกิเลส
เป็นคนเปรต ผู้มีกิเลสตัณหา
ยากนัก จักเปลี่ยนสภาวะ
ทิฏฐิ เป็นมิจฉา เห็นพระไร้ประโยชน์

;;;;;;;;;;