ศีล
(เป็นรั้วป้องกันภัย)
;;;;;;;;;;
ศีล
(เป็นรั้วป้องกันภัย)
;;;;;;;;;;
รถด่วนสามขบวน
(ไปสุดธรรม)


;;;;;;;;;;
ธรรมสัตบุรุษ
(รู้ได้ยาก)

;;;;;;;;;;
ต้องการความสุข
(กลับหาทุกข์ใส่ตน)
;;;;;;;;;;
ปัญญาสอดส่อง
(คอยระแวงระวัง)
ผู้ประมาท คือผู้ขาด การระแวง
ทำลายแหล่ง ของปัญญา คือสติ
ดื่มสุรา ใฝ่หาอบายมุข สนุกเต็มที่
แสลงดี หมั่นไส้ คนไปวัด
ผู้ประมาทสุดสุด ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า
จึงไม่ยอมเข้า..วัด ปฎิบัติธรรม
มัวเมาตัณหา หากินเช้าจดค่ำ
สุดระกำ หลังตาย ไปสู่อบายภูมิ
มิจฉาทิฏฐินี้ มีกรรมหนักสุดสุด
องค์พระพุทธฯ ถูกเทวทัตทำร้าย
ไปสู่นรกอเวจี นับกาลไม่ได้
เป็นกรรมใหญ่ หนักที่สุด
เป็นหน้าที่ของคนดี สร้างบารมีช่วยญาติ
ตอนนี้เรายังไม่อาจ ต้องเร่งรัดต่อไป
ศัตรูของเราแท้ ได้แก่มาร อันตราย
สู้กับมารภายใน คือหยุดใจให้สำเร็จ
สันโดดสมถะ ตัณหาหลุด หยุดใจได้
ใจเป็นไทย เป็นอิสระ จากมาร
ใจสว่างไสว ไม่มืดมนอนธการ
ใจปีติเบิกบาน เป็นสุข
ฝึกตนเป็นประจำ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
เข้าถึงแหล่ง พระรัตนตรัยในตัว
มีลักษณะมหาบุรุษ สว่างไสว ไม่มืดมัว
รู้แจ้ง รู้ทั่ว มารกลัวอานุภาพ
;;;;;;;;;;
นั่งสมาธิ
(คือคนดีแท้)
บิดามารดา บารมีมา โดยอัตตโนมัติ
เป็นธรรมชาติ ได้วิริยะบารมี
ใจนิ่งใจหยุด รักบุตร สุดชีวี
มีอานุภาพ ปราบพาลี ปกป้องบุตร
คนธรรมดาทั่วไป ใจไม่หยุดนิ่ง
ด้วยกิเลสตัณหาสิง ใจวิ่ง อยู่ภายนอก
มัวเมาโลกีย์ นึกดีดี ไม่ออก
กลายเป็นวอก หลอกคนเล่น ไปวันวัน
บำเพ็ญทาน เป็นด่านแรก ของคนดี
หรือแสวงบุญ สร้างบารมี นั่นเอง
ทำให้มีใจนุ่มนวล หมดกระด้าง อย่างนักเลง
การงานเก่ง ขยัน หมั่นเพียร
เมื่อบำเพ็ญทาน การงาน จะไม่มีโทษ
มีใจสลด ไม่อาจคด..โกงได้
ทานเป็นอาจิน กลายเป็นศีล ใจสดใส
หาทรัพย์ได้ง่ายๆ อจินไตย เหลือเชื่อ
สมาธิมีสอง ลองคิดดู
ของหลวงปู่ฯ เท่านั้น ผ่านศูนย์กลางกาย
เห็นพระธรรมกาย พระรัตนตรัยภายใน
ปีติสุขหลาย และมีใจเมตตา
สมาธินอกศูนย์กลางกาย ใช่ ของฤาษี
ปีติไม่มี เมตตาไม่มา
นี่หละ ที่เรียกว่ามิจฉา
มีฤทธา แต่ว่าตัณหา ยังเพียบ
;;;;;;;;;;
ขาดเคารพ
(ประสพทุกข์อนันต์)
เคารพคารวะ เหมือนว่า ทะเลมหาสมุทร
แม่น้ำทุกสาย ไหลรุด สู่ทะเลฯ
ด้วยอยู่ต่ำ ไม่ทำหัวสูง เหมือนไอ้เห้
ทะเลรับน้ำ เหมือนล้ำ ได้รับเคารพตอบ
เคารพคารวะ ลักษณะของผู้มีปัญญา
ส่วนหมู่พาลา ปัญญาน้อย
เป็นแมงป่อง ชูหางจงอย
พิษน้อย..หยิ่งยะโส อวดหาง
คนทั้งหลาย เมามาย หากิน
ใช้เวลาทั้งสิ้น หาทรัพย์
ลืมวันลืมคืน ลืมตื่น สติดับ
ถึงกับ ลืมคุณงามความดี
ลืมบุญลืมคุณ ลืมชาติศาสนา
ทำตัวไม่ต่างกะ หมูหมากาไก่
ด้วยคุณธรรมความเคารพ อ่อนหลาย
จึงกลาย..เป็นผู้ประมาท ขาดแสวงบุญ
บุญยิ่งกว่าแม่ แต่แลไม่เห็นคุณ
ด้วยตัณหาเข้ามาวุ่น เป็นมารร้าย
ทิฎฐิเป็นมิจฉา เป็นฉิบหาย
วัฏฏะเวียนว่าย ทุกข์อนันต์
ยุคนี้เป็นยุคทอง ของหมู่มาร
ตัณหาบาน หมู่มารเริงร่า
ไล่ต้อนสรรพสัตว์ อ่อนหัด หลงกามา
ขาดความเคารพ ไม่ธรรมดา ไปอบาย
;;;;;;;;;;
ไม่ถูกนินทา
(หามีไม่)
อย่าคบคนพาล มงคลที่หนึ่ง มงคลชีวิต
หนีสุดขีด ไปคนละทิศ คนละโลก
โดยเฉพาะใจตน อย่าปล่อยให้ตก
ยกขึ้นไว้ ได้ด้วยความดี
เมื่อใจตก ปากไว นินทาใครๆก็ได้
บาปตัวร้าย ไหลเข้าทันที
คอยควบคุม บังคับ ข่มขี่
กลายเป็นคน อัปปรี จัญไร
คนใจตก ใจสกปรก กระวนกระวาย
หันขวาซ้าย หาที่ระบาย ใส่คน
หนีไม่พ้นนินทา และยกตน
ขาดความอดทน เป็นคนอ่อนต่อโลก
คนทั้งหลาย ที่ได้แต่ทำมาหากิน
อ่อนต่อโลกทั้งสิ้น รู้ไว้
ไม่รู้จักเข้าวัด ดัดนิสัย
น่าเสียดาย ในความเป็นมนุษย์
คนทั้งหลาย เมามายโลก
ไม่น่าตลก เหมือนคนเมาสุรา
แม้ไม่กินสุรา แต่ก็เหมือนคนบ้า
คนดื่มสุรา คนบ้า ทำลายตน
คนเมามายโลก เมาตัณหา
เป็นคนบ้า ยิ่งกว่าบ้า ก็ว่าได้
เป็นมิจฉาทิฏฐิ สุดที่จะอันตราย
การนินทาว่าร้าย นั่นแหละใช่ เมามายโลก
;;;;;;;;;;