แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บัณฑิต แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2567

คนฉลาดมีปัญญา (ยังหมู่คณะให้งดงาม) คนฉลาด มีปัญญา ฟังมามาก ทรงธรรม ประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม ยังหมู่คณะให้งดงาม จึงสมกับคำสรรเสริญ

คนฉลาดมีปัญญา
(ยังหมู่คณะให้งดงาม)

 คนฉลาด มีปัญญา
 ฟังมามาก ทรงธรรม
ประพฤติธรรม สมควรแก่ธรรม
 ยังหมู่คณะให้งดงาม สมคำล่ำลือ
บัณฑิตละ ราคะ โทสะ โมหะ
 และชำระ สังโยชน์ ได้
ย่อมอาจหาญ ต่อความตาย
สุขหลาย เมื่อได้ เที่ยวไปแต่ผู้เดียว
 ผู้มีอินทรีย์  ที่สมบูรณ์
ใจสงบ อบอุ่น ไม่วุ่นวาย
ยินดีในทางธรรม ภายใน
ชื่อว่าได้ ชนะมาร และเสนา
ถ้าท่าน กลัวทุกข์
รักสุข ทุกข์ไม่อยากเป็น
บาปกรรม และความสนุก ให้เว้น
เดินทางถูก ให้เป็น ทั้งลับและแจ้ง
ในทุกทิศ ทุกที่ ทุกทาง
รักทุกอย่าง ยังห่างจากรักตน 
เป็นธรรมดา อย่างนี้ทุกคน
ดังนั้น อย่าปล่อยตน ให้เป็นคนเกเร
ควรพอใจ เพียงในลาภของตน
 ไม่ควรเป็นคน โลภมาก
สันโดษสมถะ ควรรู้จัก
สุดประหยัด ประโยชน์สูง มุ่งธรรม
ผู้ไม่ระเริงไป ในอารมณ์ที่ใจชอบ
 ไม่ประกอบ ความดูหมิ่นดูแคลน
เป็นผู้ละเอียด เฉียบแหลม
 ย่อมไม่หน่ายแหนง ไม่แล้งน้ำใจ 

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2567

บุรุษอาชาไนยหาได้ยาก (ผู้รู้จักฝึกตน) ผู้ได้ชื่อ ว่าบัณฑิต ย่อมทำกิจ ให้เป็นประโยชน์ได้ ด้วยมีฉันทะวิริยะ..คุณธรรมใหญ่ ใจนุ่มใส ด้วยใส่ใจบำเพ็ญทาน

 บุรุษอาชาไนยหาได้ยาก
(ผู้รู้จักฝึกตน)

ผู้ได้ชื่อ ว่าบัณฑิต
ย่อมทำกิจ ให้เป็นประโยชน์ได้
ด้วยมีฉันทะวิริยะ..คุณธรรมใหญ่
ใจนุ่มใส ใส่ใจบำเพ็ญทาน

บัณฑิต มีศีลาจารวัตร
ย่อมรุ่งเรืองแน่ชัด เหมือนไฟสว่าง
เป็นที่เลื่อมใส ศรัทธาประดัง
มหาชนไหลหลั่ง บำรุง
บัณฑิต เว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
มีความอดทน อดกลั้น
ไม่ตามใจตน ทนตัณหามาร
มีสติมั่น ขันติธรรม
บัณฑิต ย่อมรักษาอินทรีย์
เหมือนบุตรที่ดี มีความกตัญญู
ปุถุชน คนพาล ไม่รู้
บัณฑิตผู้รู้ ผู้ฝึกตน
บัณฑิต มีอาการ ไม่ขึ้นลง
มีสติมั่นคง ปลดปลง ตัณหา
ไม่ตามใจตน เพียรรักษา
ด้วยมีปัญญา เห็นโทษภัย
บัณฑิต ไม่เพ่งโทษเป็นกำลัง
คือไม่มีทาง จะเพ่งโทษใครๆ
ด้วยมีสติมั่นคง ไม่หวั่นไหว
ฝึกตนฝึกใจ อยู่เสมอ
บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก
คือผู้รู้จัก ฝึกฝนตนเอง
ฝึกใจฝึกสติ ต่างจากคนพาลนักเลง
ปุถุชนอวดเก่ง ดื่มสุรา ทำลายสติ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567

ประคองใจทุกขณะ (เรียกว่าบัณฑิต) ชีวิต มีกายจิตธรรม กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน จิต เป็นเด็กทารก ซน วิ่งพล่าน ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

 ประคองใจทุกขณะ
(เรียกว่าบัณฑิต)

 
ชีวิต มีกายจิตธรรม
กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน
จิต เป็นเด็กทารก ซนนัก วิ่งพล่าน
ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

จิต เปรียบได้ คล้ายฟองสะบู่
ล่องลอยอยู่ ตามอารมณ์
ไม่เคยนิ่ง ชอบวิ่งลงต่ำ เล่นโคลนตม
ทุกข์ระทมไม่รู้ ผู้ปุถุชน

 
จิตมนุษย์ฝึกได้ ให้มีสติ
สติดี เป็นที่พึ่งของตน
เป็นคนดีมีปัญญา เป็นผล
การฝึกตนฝึกสติ สุดวิเศษ
การประคองใจ ไม่ให้ต่ำ สำคัญนัก
ผู้รู้จัก ยกใจ เรียกบัณฑิต
ออกจากตัณหา อำมหิต
ซึ่งยิ่งกว่ายาเสพติด ปลักโคลนดูด

การยกใจ รู้อารมณ์ ทุกขณะ
หรือสันโดษสมถะ ทำใจ
หยุดนิ่ง
ซึ่งต้องมี สติสัมปชัญญะ รู้ทั่วจริง
เหนือทุกสิ่ง ต้องนิ่ง อยู่ในตัว

ฝึกตนฝึกใจ ไม่ธรรมดา
ยากนักหนา ศรัทธา มาก่อน
ปุถุชน มีมานะ ยากสอน
โลกร้อน สะท้อน คนบาปหนา

การยกใจ กุศโลบาย พ้นตัณหา
พ้นโลกา โลกีย์
เข้าสู่ทางธรรม ทางอุดมคติ
กิจกรณีย์ เพื่อหนี กฎแห่งกรรม

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

สัตว์โลกเพลินโลกีย์ (ทุ่มชีวีหนีมัน คือบัณฑิต) ราชรถอันงดงาม ย่อมคร่ำคร่า แม้กายาของเรา ก็แก่เฒ่าชราได้ ส่วนธรรมสัตบุรุษ ไม่เป็นไร ย่อมรู้กันได้ ในสัตบุรุษด้วยกัน

 สัตว์โลกเพลินโลกีย์
(ทุ่มชีวีหนีมัน คือบัณฑิต)

ราชรถอันงดงาม ย่อมคร่ำคร่า
 แม้กายาของเรา ก็แก่เฒ่าชราได้
ส่วนธรรมสัตบุรุษ ไม่เป็นไร
ย่อมรู้กันได้ ในสัตบุรุษด้วยกัน

ผู้ฉลาดนั้น ขยันเพ่งพินิจ
เพียรทางจิต บากบั่นมั่นคง
ย่อมถูกต้องพระนิพพาน ไม่มีหลง
 โยคะปลง หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

ทุกข์เท่านั้น เกิดขึ้น
ทุกข์เท่านั้น ตั้งขึ้น ยืนอยู่ และเสื่อมไป
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรใหม่
ไม่มีอะไรดับ นอกจากทุกข์

 ธรรมเป็นทาง อันควรเดินตาม
 ส่วนอธรรม ความเพลิน นำออกนอกลู่
อธรรมนำนรก มาสู่
ทางธรรม พาไปอยู่ สวรรค์

สัตว์โลก มีความเพลิน ผูกพัน
มีวิตกวิจาร นั้นบัณฑิต
ท่านเรียกว่า นิพพาน น่าคิด
ด้วยตัณหา ไม่มีสิทธิ์ เข้ามา

 ความสวัสดี ของสัตว์ทั้งหลาย
อาศัยปัญญา ความเพียร ระวัง การสละ
เบญจขันธ์ รากขาด ไม่สร้างปัญหา
สิ้นทุกข์แล้วหละ ไม่มีภพอีกต่อไป


ผู้ใด อยู่ในธรรมวินัย
หมดอาลัย ในโลกีย์
พากเพียร หนีวัฏฏะ เต็มที่
ผู้นั้น ย่อมมีพระนิพพาน เป็นที่ไป

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2566

พุทธศาสนา (สร้างบัณฑิตขึ้นมาค้ำสังคม) ในบรรดา..ที่ปรึกษา ปราถนา คนไม่พูดพล่าม สุขุมพูดน้อย เอาแต่เนื้อความ สง่างาม ลักษณะบัณฑิต

 พุทธศาสนา
(สร้างบัณฑิตขึ้นมาค้ำสังคม)

ในบรรดา..ที่ปรึกษา
ปราถนา คนไม่พูดพล่าม
สุขุมพูดน้อย เอาแต่เนื้อความ
สง่างาม ลักษณะบัณฑิต

พูดน้อย คอยสังเกต จับดี
เอ่ยวจี ที่มีประโยชน์
ไม่เอ่ยสิ่งที่ไร้ประโยชน์ เพ่งโทษ
เก็บโกรธ ด้วยขันติ
บัณฑิต ผู้รู้ธรรมปฏิบัติ
มีตะบะ บารมี
นำพาหมู่คณะ ประชาชี
สงบสันติ สามัคคีรวมใจ
คนทั่วไป ไร้ขันติ
ไม่สงบวจี ด้วยใจไม่สุข
ใจแคบ ใจขุ่น งุ่นง่าน มีทุกข์
หาเรื่องสนุก แก้ทุกข์ ไปวันวัน
ต่างคนต่างอยู่ ในหมู่ปุถุชน
ไม่สน ไม่กระตือลือล้นดูแลกัน
จึงต้องมีบัณฑิต ผู้ขยัน
เป็นขวัญ กำลังใจ
พุทธศาสนา มีคุณนัก ต่อสังคม
แหล่งอบรม สร้างบัณฑิต ผู้ขยัน
สร้างชาติประชา กลมเกลียวกัน
อดทนอดกลั้น ขันติ
คนพาลเป็นใหญ่ ไม่ขันติ
บัณฑิตไม่มี ในที่ปรึกษา
ยังโง่ทำลาย พุทธศาสนา
สุดระอา โลกา ยุคทะมิฬ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2566

อกตัญญูร้ายสุด (ผุดจากนรก) ให้แผ่นดินทั้งหมด แก่คนอกตัญญู ก็หารู้คุณ และจงรักภักดีไม่ เหมือนทับพี ไม่รู้รสอะไร สุดเสียดาย ตายเปล่า

อกตัญญูร้ายสุด
(ผุดจากนรก) 

ให้แผ่นดินทั้งหมด แก่คนอกตัญญู
ก็หารู้..คุณ และจงรักภักดีไม่
เหมือนทับพี ไม่รู้รสอะไร
สุดเสียดาย แก่ตายเปล่า

กตัญญู คู่กับ บัณฑิต
สุจจริต คิดทำ แต่ความดี
บัณฑิตอยู่ที่ใด หมู่ชนเปรมปรี
ธรรมชาติสดสี สว่างไสว

กตัญญู เป็นเครื่องหมาย คนดี
มีอัตตสุทธิ กิจกรณีย์ ฝึกตน
บริสุทธิ พาคนอื่นหลุดพ้น
สังคหะ กระตือลือล้น สงเคราะห์


ไม่คบคนพาล สุดสำคัญ ไม่แปลก
คนพาลคนแรก ที่น่ากลัว
ไม่ใช่คนใกล แต่อยู่ในตัว
คิดชั่วพูดชั่ว ตัวเราเอง

คนพาล มองผ่านตน
เห็นทุกคน ยกเว้นตน น่าตำหนิ
ยกตน ข่มท่าน พูดจาไม่ดี
คนพาลนี้ ไม่มีความเคารพ

คนดีและเทวดา ไม่มาอยู่
 คนอกตัญญู จึงเป็นผู้มีภัย
มีความทุกข์ยาก ลำบากหลาย
มีอบาย เป็นที่อาศัยถาวร

คนอกตัญญู ไร้ปัญญา
ไร้ศรัทธา เป็นมิจฉาทิฏฐิ
จึงเป็นคนสุดร้าย ตัวกาลี
บ้านเมืองไร้สุขี ด้วยตัวกาลีนี่เอง

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ไม่ประมาทแม้ขณะ (ธรรมดาของบัณฑิต) ฟังธรรมแม้น้อย เห็นธรรมได้ เกิดความเลื่อมใส ใจศรัทธา จึงไม่ควรประมาท ทุกขณะ ผู้นั้นได้ชื่อว่า ทรงธรรม

 ไม่ประมาทแม้ขณะ
(ธรรมดาของบัณฑิต)

 ฟังธรรมแม้น้อย เห็นธรรมได้
เกิดความเลื่อมใส ใจศรัทธา
จึงไม่ควรประมาท ทุกขณะ
ผู้นั้นได้ชื่อว่า ทรงธรรม

ผู้ไม่ประมาท มีธรรมชาติปีติ
เป็นเทวดา ทั้งๆที่ ยังเป็นมนุษย์
มีอานุภาพ และมีสุข
คนยอดสุด มนุสส..เทโว
ผู้ไม่ประมาท มีธรรมชาติจรดใจ
จรดไว้ ในตนเสมอ
เป็นไปโดยอัตตโนมัติ ใจจึงไม่เบลอ
สุขใสเสมอ และเป็นสุข
การฝึกสติ จึงเป็นกรณียกิจ
มุ่งชีวิต ทำพระนิพพานให้แจ้ง
แสวงบุญสร้างบารมี สุดแรง
เข้าถึงแหล่ง พระรัตนตรัยในตัว
ใจที่ไม่ประมาท เมื่อถูกสะกิด
ฟังธรรมแม้นิด ก็เห็นธรรม
ส่วนผู้ประมาท เหมือนคนที่ตายล้ำ
จะฟังธรรม..อย่างไร ก็ไม่เห็น
ถึงจะอยู่ใกล้บัณฑิต ชั่วชีวิต
ก็สะกิดคนโง่ ให้รู้ธรรมไม่ได้
เหมือนทัพพี หารู้รสแกงไม่
ปุถุชนคนทั้งหลาย ก็เหมือนกัน
ผู้มีปัญญา แม้ว่าอยู่ครู่เดียว
ฉลาดเฉลียว รู้แจ้งธรรมได้
 เหมือนลิ้น ย่อมรู้รสแกงทันใด
ผู้ไม่ประมาท สติใส คือบัณฑิต

;;;;;;;;;; 

วันอังคารที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2566

คนกตัญญู (ผู้พ้นภัยวัฏฏะ) ลืมคุณคน ทำลายตนแท้ๆ ทำลายเพื่อนนั่นแหละ แย่มากๆ ชีวิตเวียนว่าย ทุกข์หนัก ขาดเพื่อนรัก หัวหาย ไปคนเดียว

 คนกตัญญู
(ผู้พ้นภัยวัฏฏะ)

ลืมคุณคน ทำลายตนแท้ๆ
 ทำลายเพื่อนนั่นแหละ แย่มากๆ
ชีวิตเวียนว่าย ทุกข์หนัก
 ขาดเพื่อนรัก หัวหาย ไปคนเดียว
ลืมคุณคน ชั่วล้น อกตัญญู
เทวดาไม่อยู่..ดูแลรักษา
ภัยทั้งหลาย ได้โอกาศมา
น้ำและไฟได้ท่า ทำลายล้าง
กตัญญู คุณธรรม บัณฑิต
อุทิศชีวิต ฝึกตน ฝึกฝนใจ
มีปัญญา สว่างไสว
เมตตาหลาย ฝักใฝ่สงเคราะห์
คนพาลใจมืดมน ลืมคุณคนได้
กิเลสตัณหาร้าย ทำลายปัญญา
ทำลายทิฏฐิ เป็นมิจฉา
สติมา ก่อนตาย ก็สายแล้ว
คนพาลทุกข์หลาย ว่ายเวียนวน
ทุกข์ท่วมท้น ในอบายภูมิสี่
เดรัจฉาน อสุรกาย เปรต นรกอเวจี
เวียนวนอยู่อย่างนี้ อนันตกาล
สรรพสัตว์ แน่นขนัด ในอบาย
 ไม่ใช่ใคร ล้วนเป็นญาติ
เคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์ แน่ชัด
พระผู้รู้ ท่านตรัส..เอาไว้
เกิดมา แสวงบุญสร้างบารมี
เพื่อที่ ช่วยหมู่ญาติ
ตามติดมหาปูชนียาจารย์ จึงอาจ
กอบกู้ธรรมธาตุ ถึงที่สุดธรรม

;;;;;;;;;;