แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กายจิตธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กายจิตธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2567

ประคองใจทุกขณะ (เรียกว่าบัณฑิต) ชีวิต มีกายจิตธรรม กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน จิต เป็นเด็กทารก ซน วิ่งพล่าน ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

 ประคองใจทุกขณะ
(เรียกว่าบัณฑิต)

 
ชีวิต มีกายจิตธรรม
กายนั้นเหมือนล้ำ คล้ายบ้าน
จิต เป็นเด็กทารก ซนนัก วิ่งพล่าน
ธรรม ปานมารดา รักษาบุตร

จิต เปรียบได้ คล้ายฟองสะบู่
ล่องลอยอยู่ ตามอารมณ์
ไม่เคยนิ่ง ชอบวิ่งลงต่ำ เล่นโคลนตม
ทุกข์ระทมไม่รู้ ผู้ปุถุชน

 
จิตมนุษย์ฝึกได้ ให้มีสติ
สติดี เป็นที่พึ่งของตน
เป็นคนดีมีปัญญา เป็นผล
การฝึกตนฝึกสติ สุดวิเศษ
การประคองใจ ไม่ให้ต่ำ สำคัญนัก
ผู้รู้จัก ยกใจ เรียกบัณฑิต
ออกจากตัณหา อำมหิต
ซึ่งยิ่งกว่ายาเสพติด ปลักโคลนดูด

การยกใจ รู้อารมณ์ ทุกขณะ
หรือสันโดษสมถะ ทำใจ
หยุดนิ่ง
ซึ่งต้องมี สติสัมปชัญญะ รู้ทั่วจริง
เหนือทุกสิ่ง ต้องนิ่ง อยู่ในตัว

ฝึกตนฝึกใจ ไม่ธรรมดา
ยากนักหนา ศรัทธา มาก่อน
ปุถุชน มีมานะ ยากสอน
โลกร้อน สะท้อน คนบาปหนา

การยกใจ กุศโลบาย พ้นตัณหา
พ้นโลกา โลกีย์
เข้าสู่ทางธรรม ทางอุดมคติ
กิจกรณีย์ เพื่อหนี กฎแห่งกรรม

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2567

รักสนุก (ทุกข์ถนัด) ประดาสัตว์ ต่างจิตต่างใจ มนุษย์ทั้งหลาย ต่างความคิดเห็น กำหนดไม่ได้ จะให้เป็น คิดเห็น เหมือนกัน มันเป็นไปไม่ได้

 รักสนุก
(ทุกข์ถนัด)


ประดาสัตว์ ต่างจิตต่างใจ
มนุษย์ทั้งหลาย ต่างความคิดเห็น
กำหนดไม่ได้ จะให้เป็น
คิดเห็น เหมือนกัน มันเป็นไปไม่ได้

กายจิตธรรม คือส่ำสัตว์
กายนั้นชัด เหมือนบ้านอาศัย
จิต เป็นเช่นเด็กทารก ไม่รู้อะไร
ธรรม ดวงธรรมใส เหมือนกันกับมารดา

ดวงธรรม มีบุญบาป
คอยกำกับ คอยสั่งการ
มารดาที่ดี มีบุญญาธิการ
เลี้ยงบุตรหลาน คือจิต
ความคิดความเห็น
ดวงธรรมเป็น ผู้บอกบท
โลก เช่นโรงละคร สด
จิต ถูกกำหนด เหมือนผู้แสดง
คิดพูดทำ ดวงธรรมกำหนด
คนดี บุญปรากฎ กำกับ
คนชั่ว บาปได้ท่า มารับ
เปลี่ยนสลับ ขึ้นกับ พลัง
เพียงแผ่นดิน ไม่อาจทำให้เรียบได้
จึงอย่าหมาย ทำให้ทุกคนเหมือนกัน
จิตของคน ต้องพระอรหันต์
พระพุทธองค์ท่าน จึงต้องบังเกิด
สร้างเหตุอย่างเดียวกัน ในปัจจุบัน
คนหนึ่งนั้น ได้รับสรรเสริญสุข
 อีกคนหนึ่ง ถูกนินทา ทุกข์
ด้วยในอดีตรักสนุก จึงทุกข์ถนัด

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565

บุญเป็นอัตตา (มารดามอบรักแท้) ไม่ได้ ไม่เ็นไร รักษาไว้ ความชอบธรรม ดีล้ำ..กว่าได้ โดยไม่ดี ความดี ต้องรักษาไว้สุดชีวี บุญหรือความดี คือชีวี ของเรา

 บุญเป็นอัตตา
(มารดามอบรักแท้)


 ไม่ได้ไม่เป็นไร รักษาไว้ ความชอบธรรม
ดีล้ำ..กว่าได้ โดยไม่ดี
ความดี ต้องรักษาไว้ สุดชีวี
บุญหรือความดี คือชีวี ของเรา

กาย จิต ธรรม คงจำกันได้
ชีวิตเราไซร้ มีสาม คล้ายคอมพิวเตอร์
กายกับจิต นั้นเซ่อๆ
ธรรม นั้นเหรอ คือบุญ หรือแอพฯที่ดี

บุญบารมี คือแอพฯหรือนิสัยดี ของเรา
ส่วนบาปกิเลส นั้นเล่า เหมือนแอพฯผี
บุญบารมี เหมือนมารดา บุพพการี
ตามรักษาบุตร สุดชีวี ให้ปลอดภัย

ใครเข้าใจ ถือได้ว่า มีศรัทธา
มีปัญญา ศรัทธา จึงเกิดได้
มีความเคารพ ไม่มองข้ามไป
ไม่ประมาท ดูดาย นี่หละใช่บัณฑิต

บัณฑิตในยุคนี้ มีน้อยนัก
ที่รู้จัก..ชีวิต เกิดจิตกุศล
มีปณิธาน ตั้งใจมั่น อย่างเลิศล้น
อดทน แสวงบุญสร้างบารมี

ธัมมัญญุตา ธรรมะของสัตตบุรุษ คนดี
รู้เหตุที่..มา ของสุขกับทุกข์
รู้เหตุอันเป็นไปของโลก และชีวิต ถูก
คือรู้จักเหตุ สุขทุกข์ คือบุญบาป 

รู้ว่าบุญญา เป็นอัตตาตัวตน
เป็นผล จากการทำความดี
เป็นผู้ค้ำจุน อุปถัมภ์ ชีวี
ดุจมารดา ที่มี..รักแท้ ให้แก่บุตร

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2564

บารมี (ดึงดูดสมบัติ ถนัดนัก) เราเกิดมาสร้างบารมี ซึ่งก็คือนิสัยดี นั่นเอง กลายเป็นคนเก่ง เป็นตัวเราเอง อัตตา

บารมี
(ดึงดูดสมบัติ ถนัดนัก)

เราเกิดมาสร้างบารมี ซึ่งก็คือนิสัยดี นั่นเอง
กลายเป็นคนเก่ง เป็นตัวเราเอง อัตตา
พ้นกฎไตรลักษณ์ และกฎแห่งกรรม เป็นอิสระ
พ้นกรรมวิบากนาๆ เป็นผู้ชนะโลก

กายจิตธรรมนั้น มันเป็นชีวิต
เป็นที่สถิตย์ เป็นที่อยู่ เป็นโลก
สัตวโลกคือจิตหรือใจ ร่างกายคือสังขารโลก
ธรรมไซร้ดูแลโลก ทั้งสอง
กายจิตธรรมเป็นโลก จึงตกอยู่ในกฎไตรลักษณ์
รับกรรมวิบาก ไม่เป็นตัวตนอัตตา
บารมีเป็นคุณธรรม ที่เราสร้างขึ้นมา
จึงเป็นอัตตา หนึ่งเดียวของชีวิต

ดังนั้น การแสวงบุญสร้างบารมี เป็นชีวิต
เราเองลิขิต ชีวิตของเรา
ไม่ใช่พระพรหม หรือพระเจ้า
พระธรรมกาย คือตัวเก่า ของเราเอง

เมื่อเปรียบ เทียบกับคอมพิวเตอร์
จิตนั้นเหรอ คือซีพียู
กายคือ ฮาร์ดแวร์ หรือตัวถัง เรารู้
ส่วนธรรมนั้น เป็นที่อยู่ ของแอพพริเคชั่น

แอพพลิเคชั่น นั่นคือ ซอฟท์แวร์โปรแกรมสำเร็จ
ก็คือกิเลส..นิสัยเลว หรือบารมี คือนิสัยดี
อยากมีความสุข ต้องปลูกเร็วรี่
แสวงบุญสร้างบารมี ปลูกนิสัยดีนั่นเอง

บารมีนั้น มันมีอายตนะ
เหมือนกันนั่นหละ กับโลกา มีแรงโน้มถ่วง 
จะดึงดูดสิ่งที่ละเอียดพอๆกันได้ ไม่มีล่วง 
ไม่ว่าไกลใกล้ ไม่ต้องห่วง ไม่มีเว้น

บารมีดึงดูดสมบัติ ถนัดนัก
สำคัญนัก ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ
ทุกภพชาติ ติดตามไป ไม่มีขาด
สุขสมมาด สมปราถนา ทุกประการ

;;;;;;;;;;


วันพุธที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2564

กฎแห่งกรรม (กระหน่ำสรรพสัตว์) กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ไม่มีมั่ว ทำชั่วหรือดี ล้วนมีผล หรือวิบาก มีวัฏฏสงสาร หรือภพภูมิ มารองรับ กรรมวิบาก ดีหรือชั่ว ที่ตัวทำไว้

กฎแห่งกรรม
(กระหน่ำสรรพสัตว์) 

กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ไม่มีมั่ว ทำชั่วหรือดี ล้วนมีผล หรือวิบาก
 มีวัฏฏสงสาร หรือภพภูมิ มารองรับ
กรรมวิบาก ดีหรือชั่ว ที่ตัวทำ
ไว้


กิเลส กรรม วิบาก เป็นวัฎฎจักร ยากหลุดพ้น
 ปลาในน้ำ คน อยู่ในกระแสกรรมวิบาก
สรรพสัตว์ หลงพลัด จมปลัก
ยากยิ่งกว่ายาก จะออกจากปลัก วิบากกรรม
อยู่ในกระแสกรรมวิบาก กิเลสนำชัก ก่อกรรม
ก่อวิบากซ้ำ กระหน่ำ ซ้ำลงไป
เหมือนจมปลัก จมแล้วจม กระดิกไม่ได้
สรรพสัตว์ทั้งหลาย จึงวนเวียนไปในวัฏฏะ อนันตกาล

บุญบาป มีอายตนะ มีสภาวะเป็นพลังงาน
มีแรงโน้มถ่วง ทั้งดูดและผลักดัน น่าอัศจรรย์นัก
บุญดึงดูด สิ่งที่ดีงาม ตรงข้ามกับบาป
อจินไตย ไม่จำกัด กาลเวลา และระยะทาง

ในจักรวาล มีดวงดาวน้อยใหญ่มากมาย เคลื่อนไปมา
ต่างเคลื่อนไปไม่ช้า แต่ว่าไม่ชนกัน
แปลกนัก นั่นหละแรงโน้มถ่วง จักรวาล
มีดวงธรรม คอยจัดการ น่าอัศจรรย์นัก

โลกและดวงดาวต่างๆ มีลักษณะอย่างเดียวกัน
แปลกมหันต์ ทำไมมันจึงกลม
ก็ด้วยมีดวงธรรมอยู่ภายใน มีแรงโน้ม
ดวงธรรมนั้นกลม ส่งแรงโน้ม เป็นรัศมี

ต่างกับร่างกาย ที่มีใจ แม้มีดวงธรรม 
มีรูปร่างเป็นไปตามกรรม ที่ทำเอาไว้
ส่วนโลกภพภูมิ เป็นที่อยู่อาศัย
มีดวงธรรม ไม่มีใจ จึงเป็นได้เพียงดวงกลมๆ

ดวงธรรม เป็นที่สั่งสม บุญบาป
เป็นผู้ควบคุม กำกับ บังคับใจ 
เป็นผู้สร้าง และรักษากาย 
บุญวาสนา ทั้งหลาย หรือกรรมวิบาก มาจากดวงธรรมนี้เอง

ชีวิตสรรพสัตว์ น่าประหลาด มีกายจิตธรรม
เหมือนกันล้ำ กับเพชร มีน้ำมีเนื้อมีแวว
แยกไม่ได้ เป็นส่วนประกอบกัน ของแก้ว
พระรัตนตรัย ใสแจ๋ว คือแก้วสามประการ

พระธรรมกาย พระรัตนตรัยในตัว
กายเป็นพระพุทธ ลักษณะมหาบุรุษ ไม่สลัว แต่ใสสว่าง
มีดวงธรรม เป็นพระธรรม ซ่อนซ้อน อยู่ตรงกลาง
กลางดวงธรรม แปลกจัง มีพระสงฆ์

 พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง หนึ่งเดียว ในสังสาระ
เข้าถึงได้ ก็จะ พ้นกฎแห่งกรรม
 มีแต่สุขสมปราถนา ภัยนาๆ ไม่ล่วงล้ำ
วิบากกรรม ตามไม่ทัน อุดมการณ์ชีวิต

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2563

พระพุทธองค์ (ยังทรงเคารพธรรม) :: กาย จิต ธรรม ค้ำชีวิต ธรรมนำหน้า รักษาจิต และกาย ธรรมผู้ควบคุมรักษา ธรรมเป็นใหญ่ พระพุทธองค์ สุดยอดล้ำ ยังได้ เคารพธรรม

พระพุทธองค์
(ยังทรงเคารพธรรม)
กาย จิต ธรรม ค้ำชีวิต
ธรรมนำหน้า รักษาจิต และกาย 
  ธรรมผู้ควบคุมรักษา ธรรมเป็นใหญ่
พระพุทธองค์ไท้ ธรรมราชา ยังคารวะธรรม
แม้พระพุทธองค์ ทรงยอดเยี่ยม
ไม่มีใครเทียม แล้วยังทรง คงเคารพธรรม
สุดคาดคิด พระองค์ผู้เลิศฤทธิ์ เลิศล้ำ
เราทั้งหลายปุถุชนคนต่ำ ทิ้งธรรม ต่ำทรามแท้
ชีวิตมีเป้าหมาย ยิ่งใหญ่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
อันเป็นแหล่งอมตะ สุขะนิรันดร์
มิฉนั้น ต้องเวียนว่าย ในวัฏฏะ ทุกข์มหันต์
จึงต้องแจ้งพระนิพพาน นี้เท่านั้น พ้นทุกข์
จะแจ้งพระนิพพานได้ นั่นแหละใช่ ต้องสร้างบารมี
ด้วยตัวเรานี้ อันมี กายจิตธรรม
กาย จะต้องได้กายมนุษย์เท่านั้น ย้ำ
 เกิดในโลก อันมีโลกธรรม ยั่วยวนใจ
โลก เป็นเหมือนกับดัก สุดจักหักหาญ
พญามาร นำมากั้น มาขวางทางมนุษย์
มีเหยื่อล่อ น้ำลายสอ สุดสุด
นั่นคือกามคุณ ที่มนุษย์ ชอบนัก
เป็นเสมือนปลักโคลนดูด มนุษย์ยากออกได้
แม้ชีพวางวาย ก็ไม่ขอจาก
ยอมติดกับดัก
ไม่ยอมพราก เหมือนปลากับน้ำ
กายมนุษย์ เหมือนเสื้อผ้า หรือว่าบ้านเรือนของใจ
มนุษย์สุดอาลัย ร่างกายตน
เหมือนเต่ารักกระดอง รักเหลือล้น
ค่ำเช้า สารวน อยู่กับกายตน ล้นเหลือ
 ใจเหมือนเด็กน้อย แม่ยังปล่อยไม่ได้
ต้องดูแลต้อย ติดตามไป ทุกแห่งหน
คุ้มครองรักษา ลูกรักของตน
สุดแสนซน วิ่งวกเวียนวน ไม่หยุด
ดวงธรรมดุจดังมารดา ทุ่มชีวา รักษาบุตรน้อย
และยังคอย ดูแลบ้านช่อง คือกาย
บุญบาปจรมา เข้าสวมซ้อนร้อยไส้
มารดาจึงไม่ได้ เป็นตัวของตัวเอง
ดังนั้นตัวเรา กายจิตธรรมนั้นหรือ ก็คือเมืองหรือหุ่น
บุญบาปเข้ามาวุ่น มาปกครอง
ใช้กฎแห่งกรรม กฎไตรลักษณ์ ซ้ำสอง
มีการปกครอง..เด็ดขาด เผด็จการชัดๆนี้เอง
กายมนุษย์สุดสำคัญนัก เป็นที่พำนักศูนย์กลางกาย
ปากทางเข้าไป พบพระธรรมกายในตัว
ทำพระนิพพานให้แจ้ง และรู้เห็นได้ทั่ว
ไม่มืดมัว..โง่เง่า เมื่อเข้าถึง จึงเข้าใจ
ทำพระนิพพานแจ้งได้ ยิ่งใหญ่แท้
นี่แหละ เป้าหมายชีวิต
พ้นกรรม พ้นวัฏฏะสงสาร ที่อำมหิต
มีสุขสมปราถนาเกินคิด มีจิตเกษม เปรมปรีดา

;;;;;;;;;;