แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ตน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประโยชน์ตน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เข้าพรรษา (ได้เวลาทำประโยชน์ตน) เข้าพรรษา ได้เวลา ทำประโยชน์ตน ประโยชน์ชน เหลือล้น มากแล้ว หลับตาภาวนา เวลา แจ๋ว ศีล๘ เป็นแก้ว สารพัดนึก

เข้าพรรษา
(ได้เวลาทำประโยชน์ตน)


เข้าพรรษา ได้เวลา ทำประโยชน์ตน
ประโยชน์ชน เหลือล้น มากแล้ว
หลับตาภาวนา เวลา แจ๋ว
 ศีล๘ เป็นแก้ว สารพัดนึก

กรรมน้อยใหญ่ ทะยอยไหล สู่ชีวิต
ตามติด พิชิตบุญ อบอุ่นคลาย
 บุญใหญ่ สู้กับกรรมใหญ่ รีบสร้างไว้
ศีล๘ สู้ได้ สะบายมาก

ประเพณีโบราณ เข้าวัด ในวันพระ
ถือศีลแปด ภาวนา ฟังธรรมะ ตักบาตร
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ไม่ขาด
 สามัคคีร่วมชาติ เสมอญาติ พี่น้อง

ในปัจจุบัน ต่างกันไกล
คนไม่ใส่ใจ เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
ลูกหลาน ไม่ได้บวช ตาม..
ประเพณี ที่ดีงาม, บ้านเมืองจึงมีปัญหา
 

เข้าพรรษา เวลา ทำบุญใหญ่
 เตรียมไว้ อย่าได้ ประมาท
พระนางจันทเทวี มารดาพระเตมีย์ หน่อนาถ
ขึ้นสู่ประสาทชั้น๗ ถือเหตุ ขอบุตร

จำศีล๘ครบ๗วัน อธิษฐาน ขอบุตร
พระอินทร์รุด เร็วสุด ให้สมปราถนา
การรักษาศีล๘ ยิ่งใหญ่ ไม่ธรรมดา
ศีลแห่งสมปราถนา ใครๆ คิดไม่ถึง

การอยู่จำศีล บุญใหญ่ สู้ภัยนาๆ
ไม่ว่ากรรมใหญ่ มหา ภัยชีวิต
บุญวาสนา ไหลมา ตามติด
  ประกันชีวิต ได้ด้วยศีลแปด

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

สมบัติวิบัติ (ถ้าใช้ขาดสติ) สมบัติเป็นดังน้ำ ที่ฉ่ำ เย็น ถ้าใช้ไม่เป็น จะวิบัติ เป็นภัย ใหญ่มหันต์ เกิดโลภะ เหมือนน้ำมา ท่วมฉับพลัน หนีไม่ทัน ทุกข์ร้อน ยากผ่อนคลาย

สมบัติวิบัติ
(ถ้าใช้ขาดสติ)

สมบัติเป็นดังน้ำ ที่ฉ่ำ เย็น
ถ้าใช้ไม่เป็น จะวิบัติ เป็นภัย ใหญ่มหันต์
เกิดโลภะ เหมือนน้ำ ท่วมฉับพลัน
หนีไม่ทัน ทุกข์ร้อน ยากผ่อนคลาย
เกิดโทสะ เหมือนน้ำป่า ไหลแรง
นำดินโคลนและหินแข็ง ท่วมทับ ดับชีวี
เกิดโมหะ น้ำท่วมขัง น่าชังเหลือที่
สมบัติป่นปี้ เน่าเหม็น เป็นพิษภัย
สมบัติมีประโยชน์มาก ถ้าหาก ใช้เป็น
ไม่อาจใช้เล่น แต่ใช้พอประทัง ยั้งชีวิต
 ทำประโยชน์ตนและท่าน อย่างบัณฑิต
 พิชิต ความตระหนี่ นี้คือหลักสำคัญ
สมบัติเหมือนน้ำ ไม่มียามเผลอ
ไหลไปเสมอ หาทางไป ไม่รอรี
น้ำไหลลงต่ำ แต่สมบัติเลิศล้ำ ไหลไปที่
หาคนดี ซึ่งอยู่ ณ ที่สูง
การเป็นคนดี จะมี สมบัติเย็น
ไม่ต้องเข็น แต่ไหลมา หาเอง
มาค้ำชู มาหนุนอยู่ ให้ทั้งดีและเก่ง
เป็นไปเอง เพียงทำแต่ดี ชีวีสะบาย
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
เป็นกฎ
เหล็ก กฎหลัก ไม่มีมั่ว
คนชั่วทำชั่ว ได้ชั่ว แน่นอน
สิ่งที่ได้ที่มีที่เป็น ในวันนี้
ย่อมมี..มาจากอดีต
แม้แต่การพูด การทำ การคิด
พระผู้รู้ จึงสะกิด โลกชีวิตคือโรงละคร

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565

งามมารยาท (ธรรมชาติของผู้มีศีล) คนผู้ใด ไม่รู้จักประโยชน์ตน เป็นคน ไม่รู้จักเวลา ใครตักเตือนก็โกรธ โกรธา มีเลือดบ้า กาลกิณี ชอบ

 งามมารยาท
(ธรรมชาติของผู้มีศีล)


คนผู้ใด ไม่รู้จักประโยชน์ตน 
เป็นคน ไม่รู้จักใช้เวลา
 ใครตักเตือนก็โกรธ โกรธา
 มีเลือดบ้า กาลกิณี ชอบ

คนถือตน ขี้โกรธ โฉดเขลา
ปัญญาเบา อวดตน เป็นคนฉลาด
ขาดความเคารพ ไม่น้อมนบพระศาสน์
เป็นโอกาศ ของอกุศล ไหลล้นเข้ามา

พ่อแม่เตือนไม่ได้ ทำตาเขียวใส่ทันที
คนอัปปรีย์ กาลกิณี มิมีวันเจริญ
มีใจเปราะบาง เหลือเกิน
บุญเมิน บาปมา น้ำตาตก

คำสอนสั่ง ด้วยเมตตา เป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์
เป็นสัจจะ มีฤทธิ์ ต่อชีวิตเรา
ผู้เป็นลูกเป็นหลานเป็นศิษย์ มิอาจดูเบา
จงน้อมรับเอา ใส่เกล้า คำมงคล

คนดื้อดึงดื้อด้าน มันเป็นนิสัย
สะสมไว้..เป็นตะกรัน เนิ่นนานมา
เป็นอุปสรรค ของชีวิต น่าเวทนา
ต้องใช้เวลา มีสัจจะ พัฒนาตน

คนดี คือคนมีสติ รู้สึกตัว
เลิกเกลือกกลั้ว กับบาป ทีหยาบช้า
ตั้งปณิธานฝึกตน ทนกิเลส ตลอดเวลา
เข้าวัดเข้าวา แสวงบุญ สร้างบารมี

คนดี มีศีล ใจใสสด
หมดโกรธ ใจดี มีมารยาท
คนพาลระย่อ ยอมืออภิวาท
เป็นธรรมชาติ เทวดา ลงรักษาผู้มีศีล

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

พุทธภาษิต (สะกิดปัญญา) ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพื่อคนอื่นนัก ควรรู้จัก เสียสละ แต่ไม่บ้าบิ่น ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนพร้อม ไม่ราคิน ใช้บุญตัดสิน สิ้นดี ถ้าไม่มีบุญ

พุทธภาษิต
(สะกิดปัญญา)


 ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพื่อคนอื่นนัก
ควรรู้จัก เสียสละ แต่ไม่บ้าบิ่น
ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนพร้อม ไม่ราคิน
ใช้บุญตัดสิน สิ้นดี ถ้าไม่มีบุญ

จริงหรือเท็จยังไง ต้นเหตุใหญ่ ตนย่อมรู้
เถียงข้างๆคูๆ หยุดบาปไม่อยู่ดอก
ตกนรกหมกไหม้  เกิดใหม่ เป็นวอก
เป็นคนไม่ได้ดอก เป็นวอกหลอกคน

ฝึกตนได้ ควรไป ฝึกคนอื่นด้วย
จึงจะสวย สูงส่ง สง่างาม
ถ้าไม่เช่นนั้น เหมือนกันกับเมื่อยาม
ตะวันงาม แต่ไม่งาม ด้วยเมฆหนา

จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้าง อย่างนั้น
ตั้งสติมั่น ออกจากมัน ตัณหา
เป็นปลักกิเลส ยากหลาย จะเลิกลา
เอาตัวอย่างช้าง อย่างว่า ต้องถอนตน


ตำหนิตนได้เป็นดี และเต็มที่ แก้ไขตน
ดีเลิศล้น ชนะตน ซึ่งยากยิ่ง
ชนะตน คือคนเหนือโลก จริงๆ
ตัณหา ไม่อาจสิง เป็นคนจริงศักดิ์สิทธิ์

ได้ยินมาว่า ตัวเรานั่นหนา ฝึกได้ยาก
คนส่วนมาก รู้จักแต่สอนคนอื่น
ความไม่ดีของตน งำเก็บไว้ใต้พื้น
ส่วนของคนอื่น เพียงนิดเดียว เที่ยวขยาย

ถ้ารู้ว่าตนนั้นเป็นที่รัก ก็ควรจักทำตนดี
ไม่ให้ใครตำหนิ และผิดหวัง
โดยเฉพาะพ่อแม่ ควรระวัง
คนอกตัญญูนั้น เป็นตัวอย่าง ที่ดี

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ประโยชน์ตนแท้ (ได้แก่บุญ) บุคคล ไม่ควรทำลายประโยชน์ตน ด้วยประโยชน์คนอื่น แม้มาก การเสียสละนั้นดี แต่แต้องมีสติ รู้จัก ประโยชน์ตนและท่าน นั้นคือตระหนัก ในบุญ

ประโยชน์ตนแท้
(ได้แก่บุญ)

บุคคล ไม่ควรทำลายประโยชน์ตน
ด้วยประโยชน์คนอื่น แม้มาก
การเสียสละนั้นดี แต่แต้องมีสติ รู้จัก
ประโยชน์ตนและท่าน นั้นคือตระหนัก ในบุญ
การทำลายทำร้าย ได้ชื่อว่า
ได้พร่า ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน
การรักษาชาติ พิฆาตศัตรู ของตำรวจทหาร
ได้บาปบาน ทำเกินดี หนีนรกไม่พ้น 
ประโยชน์ทั้งสอง ต้อง ถึงพร้อม
 ชีวิตจึงจะ กลมกล่อม สมบูรณ์ 
สมบัติสาม งอกงาม จรูญ
 ประโยชน์ตนไม่สูญ ยังจำรูญประโยชน์ท่าน 
ประโยชน์สอง มองคล้าย สร้างเจดีย์
จะคงทนต้องมี ลักษณะที่ ทั้งสูงและใหญ่
ลักษณะสูง ประโยชน์ตน มุ่งภาวนาไป
 สร้างบารมี ลักษณะใหญ่ ประโยชน์ท่าน
พระปัจเจก มุ่งภาวนา ถือประโยชน์ตน
ไม่สนประโยชน์ท่าน คือการสร้างบารมี
 
มุ่งอบรมตน ไม่สน ประชาชี
พาชีวี หนีรอด ปลอดภัยแต่ผู้เดียว
สร้างบารมี จะต้องมีหมู่
รวมกัน เราอยู่ สู้ภัยพาล
ใช้ขันติ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีไม่ยั่น
ไปพร้อมกัน เรียงหนึ่ง ถึงสุดธรรม
ทานศีลภาวนา นั่นหละ ประโยชน์ท่าน
ทำให้ชำนาญ ไม่ข้องขัด สมบัติสาม
ประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ได้ทำ
 พร้อมอย่างงาม ทำด้วย ทานศีลภาวนา
 ถือแต่ประโยชน์ตน คนตระหนี่
 ชาตินี้ แม้รวยทรัพย์ นับไม่ไหว
เป็นคน ไร้คนนับถือ เห็นแก่ได้
 อาภัพเพื่อน มหันตภัย ในชีวิต
ทานศีลภาวนา มาพร้อม 
  เพชร ย่อม มีน้ำ เนื้อและแสง
 ภาวนา เท่ากับว่า แม่ไก่กกไข่ ไม่ตะแบง
บุญแรง สมบัติสาม ไหลตามมา

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561

ซื้อง่ายขายคล่อง (ด้วยบุญวาสนา) :: ขยันรับผิดชอบ ประกอบกิจ แม้ไม่ง่าย แต่ใครๆก็ทำได้ เพียงมีใจ อยากรวย

ซื้อง่ายขายคล่อง
(ด้วยบุญวาสนา)

ขยันรับผิดชอบ
ประกอบกิจ แม้ไม่ง่าย
แต่ใครๆก็ทำได้
เพียงมีใจ อยากรวย

ยกเว้นคนห่วย
อยากรวยทางลัด
เป็นคนเลวจัด
ใจเป็นสัตว์ หน้าเป็นคน

 จะซื้อง่าย
ขายคล่อง กำไรงามด้วย
ไม่ใช่กล้วยๆ
ต้องด้วย บุญวาสนา

ผู้มีบุญวาสนา
มีลักษณะ สันโดษ
 ไม่หมกมุ่นมัวเมา เห็นโทษ
ปลงปลดกามคุณ ไม่วุ่นโลกีย์

 สันโดษ กับโดดเดี่ยว
ไม่เกี่ยวกัน
สันโดษนั้น
สุขสันติ์ กับสิ่งที่ตนมีตนได้

 มีฉันทะ
 มีกรุณา มหาชน
ไม่ตระหนี่ มีเมตตาล้น
แม้มีทุกข์ก็ทน ฝึกฝนนิสัย

 เป็นผู้มักน้อยสำหรับตน
 เป็นคน กินน้อย ใช้สอย ประหยัด
แต่เรื่องส่วนรวม ขอร่วม ไม่ข้องขัด
สุดประหยัด ประโยชน์สูง

ไม่ถูกจูงด้วยตัณหา
ไม่หลงโลกา พาหายนะ
มีสักแต่มี อุเบกขา
สุขสมอุรา ทุกประการ

 ความสันโดษนี้หละ
เป็นลักษณะพอเพียง
การงานไม่เกี่ยง
ขอเพียง ได้ทำประโยชน์

 สันโดษ
ตรงข้ามกับโดดเดี่ยว
โดดเดี่ยว เป็นคนขี้เหนียว
โหดร้าย ไม่เห็นใจคน

 สันโดษ
รักเคารพทุกผู้
ที่อยู่ใกล้ชิด
สนิทสนม

อยู่สะบาย ในหมู่คณะ
สามัคคี นิยม
สุขบรม ร่วมกัน
ทำงาน เป็นทีม

ใจสันโดษ
จะหมดกังวล ห่วงหา
จึงสุขนักหนา
เรียกว่า สุขสันโดษ

อยู่คนเดียว ก็สุขได้
ยิ่งกว่าใคร ทั้งหมด
หมดกำศรต ทำประโยชน์ตน
ประโยชน์ท่าน  ถึงพร้อม

;;;;;;;;;;