(ได้เวลาทำประโยชน์ตน)
วันอังคารที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566
เข้าพรรษา (ได้เวลาทำประโยชน์ตน) เข้าพรรษา ได้เวลา ทำประโยชน์ตน ประโยชน์ชน เหลือล้น มากแล้ว หลับตาภาวนา เวลา แจ๋ว ศีล๘ เป็นแก้ว สารพัดนึก
(ได้เวลาทำประโยชน์ตน)
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565
สมบัติวิบัติ (ถ้าใช้ขาดสติ) สมบัติเป็นดังน้ำ ที่ฉ่ำ เย็น ถ้าใช้ไม่เป็น จะวิบัติ เป็นภัย ใหญ่มหันต์ เกิดโลภะ เหมือนน้ำมา ท่วมฉับพลัน หนีไม่ทัน ทุกข์ร้อน ยากผ่อนคลาย
(ถ้าใช้ขาดสติ)
เป็นกฎเหล็ก กฎหลัก ไม่มีมั่ว
คนชั่วทำชั่ว ได้ชั่ว แน่นอน
แม้แต่การพูด การทำ การคิด
พระผู้รู้ จึงสะกิด โลกชีวิตคือโรงละคร
วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2565
งามมารยาท (ธรรมชาติของผู้มีศีล) คนผู้ใด ไม่รู้จักประโยชน์ตน เป็นคน ไม่รู้จักเวลา ใครตักเตือนก็โกรธ โกรธา มีเลือดบ้า กาลกิณี ชอบ
งามมารยาท
(ธรรมชาติของผู้มีศีล)
คนถือตน ขี้โกรธ โฉดเขลา
ปัญญาเบา อวดตน เป็นคนฉลาด
ขาดความเคารพ ไม่น้อมนบพระศาสน์
เป็นโอกาศ ของอกุศล ไหลล้นเข้ามา
พ่อแม่เตือนไม่ได้ ทำตาเขียวใส่ทันที
คนอัปปรีย์ กาลกิณี มิมีวันเจริญ
มีใจเปราะบาง เหลือเกิน
บุญเมิน บาปมา น้ำตาตก
คำสอนสั่ง ด้วยเมตตา เป็นวาจาศักดิ์สิทธิ์
เป็นสัจจะ มีฤทธิ์ ต่อชีวิตเรา
ผู้เป็นลูกเป็นหลานเป็นศิษย์ มิอาจดูเบา
จงน้อมรับเอา ใส่เกล้า คำมงคล
คนดื้อดึงดื้อด้าน มันเป็นนิสัย
สะสมไว้..เป็นตะกรัน เนิ่นนานมา
เป็นอุปสรรค ของชีวิต น่าเวทนา
ต้องใช้เวลา มีสัจจะ พัฒนาตน
คนดี คือคนมีสติ รู้สึกตัว
เลิกเกลือกกลั้ว กับบาป ทีหยาบช้า
ตั้งปณิธานฝึกตน ทนกิเลส ตลอดเวลา
เข้าวัดเข้าวา แสวงบุญ สร้างบารมี
คนดี มีศีล ใจใสสด
หมดโกรธ ใจดี มีมารยาท
คนพาลระย่อ ยอมืออภิวาท
เป็นธรรมชาติ เทวดา ลงรักษาผู้มีศีล
;;;;;;;;;;
วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
พุทธภาษิต (สะกิดปัญญา) ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพื่อคนอื่นนัก ควรรู้จัก เสียสละ แต่ไม่บ้าบิ่น ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนพร้อม ไม่ราคิน ใช้บุญตัดสิน สิ้นดี ถ้าไม่มีบุญ
พุทธภาษิต
(สะกิดปัญญา)
จริงหรือเท็จยังไง ต้นเหตุใหญ่ ตนย่อมรู้
เถียงข้างๆคูๆ หยุดบาปไม่อยู่ดอก
ตกนรกหมกไหม้ เกิดใหม่ เป็นวอก
เป็นคนไม่ได้ดอก เป็นวอกหลอกคน
ฝึกตนได้ ควรไป ฝึกคนอื่นด้วย
จึงจะสวย สูงส่ง สง่างาม
ถ้าไม่เช่นนั้น เหมือนกันกับเมื่อยาม
ตะวันงาม แต่ไม่งาม ด้วยเมฆหนา
จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้าง อย่างนั้น
ตั้งสติมั่น ออกจากมัน ตัณหา
เป็นปลักกิเลส ยากหลาย จะเลิกลา
เอาตัวอย่างช้าง อย่างว่า ต้องถอนตน
ตำหนิตนได้เป็นดี และเต็มที่ แก้ไขตน
ดีเลิศล้น ชนะตน ซึ่งยากยิ่ง
ชนะตน คือคนเหนือโลก จริงๆ
ตัณหา ไม่อาจสิง เป็นคนจริงศักดิ์สิทธิ์
ได้ยินมาว่า ตัวเรานั่นหนา ฝึกได้ยาก
คนส่วนมาก รู้จักแต่สอนคนอื่น
ความไม่ดีของตน งำเก็บไว้ใต้พื้น
ส่วนของคนอื่น เพียงนิดเดียว เที่ยวขยาย
ถ้ารู้ว่าตนนั้นเป็นที่รัก ก็ควรจักทำตนดี
ไม่ให้ใครตำหนิ และผิดหวัง
โดยเฉพาะพ่อแม่ ควรระวัง
คนอกตัญญูนั้น เป็นตัวอย่าง ที่ดี
;;;;;;;;;;
วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2564
ประโยชน์ตนแท้ (ได้แก่บุญ) บุคคล ไม่ควรทำลายประโยชน์ตน ด้วยประโยชน์คนอื่น แม้มาก การเสียสละนั้นดี แต่แต้องมีสติ รู้จัก ประโยชน์ตนและท่าน นั้นคือตระหนัก ในบุญ
ประโยชน์ตนไม่สูญ ยังจำรูญประโยชน์ท่าน
ลักษณะสูง ประโยชน์ตน มุ่งภาวนาไป
สร้างบารมี ลักษณะใหญ่ ประโยชน์ท่าน
พระปัจเจก มุ่งภาวนา ถือประโยชน์ตน
มุ่งอบรมตน ไม่สน ประชาชี
พาชีวี หนีรอด ปลอดภัยแต่ผู้เดียว
สร้างบารมี จะต้องมีหมู่
รวมกัน เราอยู่ สู้ภัยพาล
ใช้ขันติ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีไม่ยั่น
ไปพร้อมกัน เรียงหนึ่ง ถึงสุดธรรม
ทานศีลภาวนา นั่นหละ ประโยชน์ท่าน
เป็นคน ไร้คนนับถือ เห็นแก่ได้
วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
ซื้อง่ายขายคล่อง (ด้วยบุญวาสนา) :: ขยันรับผิดชอบ ประกอบกิจ แม้ไม่ง่าย แต่ใครๆก็ทำได้ เพียงมีใจ อยากรวย
(ด้วยบุญวาสนา)
ขยันรับผิดชอบ
ประกอบกิจ แม้ไม่ง่าย
แต่ใครๆก็ทำได้
เพียงมีใจ อยากรวย
ยกเว้นคนห่วย
อยากรวยทางลัด
เป็นคนเลวจัด
ใจเป็นสัตว์ หน้าเป็นคน
จะซื้อง่าย
ขายคล่อง กำไรงามด้วย
ไม่ใช่กล้วยๆ
ต้องด้วย บุญวาสนา
ผู้มีบุญวาสนา
มีลักษณะ สันโดษ
ไม่หมกมุ่นมัวเมา เห็นโทษ
ปลงปลดกามคุณ ไม่วุ่นโลกีย์
สันโดษ กับโดดเดี่ยว
รักเคารพทุกผู้
ที่อยู่ใกล้ชิด
สนิทสนม
สามัคคี นิยม
ทำงาน เป็นทีม
จะหมดกังวล ห่วงหา
เรียกว่า สุขสันโดษ
ยิ่งกว่าใคร ทั้งหมด
ประโยชน์ท่าน ถึงพร้อม
































