แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธภาษิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พุทธภาษิต แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

พุทธภาษิต (สะกิดปัญญา) ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพื่อคนอื่นนัก ควรรู้จัก เสียสละ แต่ไม่บ้าบิ่น ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนพร้อม ไม่ราคิน ใช้บุญตัดสิน สิ้นดี ถ้าไม่มีบุญ

พุทธภาษิต
(สะกิดปัญญา)


 ไม่ควรพร่าประโยชน์ตน เพื่อคนอื่นนัก
ควรรู้จัก เสียสละ แต่ไม่บ้าบิ่น
ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนพร้อม ไม่ราคิน
ใช้บุญตัดสิน สิ้นดี ถ้าไม่มีบุญ

จริงหรือเท็จยังไง ต้นเหตุใหญ่ ตนย่อมรู้
เถียงข้างๆคูๆ หยุดบาปไม่อยู่ดอก
ตกนรกหมกไหม้  เกิดใหม่ เป็นวอก
เป็นคนไม่ได้ดอก เป็นวอกหลอกคน

ฝึกตนได้ ควรไป ฝึกคนอื่นด้วย
จึงจะสวย สูงส่ง สง่างาม
ถ้าไม่เช่นนั้น เหมือนกันกับเมื่อยาม
ตะวันงาม แต่ไม่งาม ด้วยเมฆหนา

จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้าง อย่างนั้น
ตั้งสติมั่น ออกจากมัน ตัณหา
เป็นปลักกิเลส ยากหลาย จะเลิกลา
เอาตัวอย่างช้าง อย่างว่า ต้องถอนตน


ตำหนิตนได้เป็นดี และเต็มที่ แก้ไขตน
ดีเลิศล้น ชนะตน ซึ่งยากยิ่ง
ชนะตน คือคนเหนือโลก จริงๆ
ตัณหา ไม่อาจสิง เป็นคนจริงศักดิ์สิทธิ์

ได้ยินมาว่า ตัวเรานั่นหนา ฝึกได้ยาก
คนส่วนมาก รู้จักแต่สอนคนอื่น
ความไม่ดีของตน งำเก็บไว้ใต้พื้น
ส่วนของคนอื่น เพียงนิดเดียว เที่ยวขยาย

ถ้ารู้ว่าตนนั้นเป็นที่รัก ก็ควรจักทำตนดี
ไม่ให้ใครตำหนิ และผิดหวัง
โดยเฉพาะพ่อแม่ ควรระวัง
คนอกตัญญูนั้น เป็นตัวอย่าง ที่ดี

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563

พุทธภาษิตสะกิดใจ (กระบือบอด) :: ถ้าไม่มีพุทธปัญญา และได้ศึกษาระเบียบวินัย คนทั้งหลาย ย่อมคล้าย กระบือบอดกลางป่า

พุทธภาษิตสะกิดใจ
(กระบือบอด)
ถ้าไม่มีพุทธปัญญา
และได้ศึกษาระเบียบวินัย
คนทั้งหลาย
ย่อมคล้าย กระบือบอดกลางป่า
พุทธปัญญา บอกว่า มีทางสายกลาง
ทางสว่าง ห่างไกล อกุศล
รักระเบียบวินัย ใฝ่ศึกษา จึงเป็นคน
แม้เดินถนน หนีไม่พ้น คนมืดบอด
ไร้ศรัทธา จึงแสวงหาสุข ทางเนื้อหนัง
อวิชชากำบัง จึงเป็นอย่าง ไก่เห็นพลอย
 คุยเขี่ยหากิน ขยันไม่น้อย
เขี่ยทิ้งจ้อย แม้เห็นพลอยเม็ดโต
 กระบือตัวใหญ่ ใจมืดมิด
ปัญญาน้อยนิด ไม่รู้จักคิด ดื้อดึงดันทุรัง
เหมือนชาวโลกหญิงชาย สนุกสนานอยู่ได้ พูดไม่ฟัง
ดิ้อด้านดันทุรัง เหมือนกระบือบอดกลางป่า
คำว่ากลางป่า หมายกลางป่ากามคุณ
ทุกข์ทารุณ โหดร้าย
ยังรื่นเริง บันเทิงใจ สนุกสนานอยู่ได้
จะตกเหวตาย แน่ไซร้ ไปอบายภูมิ
ในศาสนาพุทธ อยากเป็นมนุษย์ บอกไว้
มีวินัย ทำให้เป็นมนุษย์
ยกตน ออกจากสัตว์ มีธรรมธาตุ บริสุทธิ์
ธรรมของมนุษย์ คือศีลห้า พระพุทธาตรัส
มีศีลห้าบริสุทธิ์ คือมนุษย์แท้
ได้แก่ ผู้สมาทาน ตั้งใจมั่น รักษาศีล
หรือสัมปัตตวิรัติ ละได้เด็ดขาด เป็นอาจิน
หรือสมุจเฉทวิรัติ เห็นดวงศีล สว่าง
มนุษย์ มาจากคำว่า มนะ+อุษย์
มนะ คือใจ อุษย์ คือสูง
มนุษย์ คือคนที่มีใจสูง
ชีวิตจึงรุ่ง สูงด้วยศีลนั่นเอง
พุทธปัญญา บอกว่ามนุษย์มนา คือคนดี
คนที่ ศีลรักษา เทวดาดูแล
มีกินมีใช้ ไม่เจ็บป่วยไข้ แปลกแท้
นี่แหละพุทธปัญญา ทางสายกลาง

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563

พุทธภาษิต (สะกิดความสุขสมปราถนา) :: พุทธภาษิต เลิศล้ำ ควรนำมาศึกษา ใจปีติสุข สมอุรา ได้มาง่ายๆ หมดทุกข์ ได้สุข สมใจ เกิดภพชาติใด ได้ใกล้ชิดพระพุทธองค์

พุทธภาษิต
(สะกิดความสุขสมปราถนา)
พุทธภาษิต เลิศล้ำ ควรนำมาศึกษา
ใจปีติสุข สมอุรา ได้มาง่ายๆ
หมดทุกข์ ได้สุข สมใจ
เกิดภพชาติใด ได้ใกล้ชิดพระพุทธองค์
แม้มีชาติกำเนิดต่ำ ไม่สำคัญ
แต่หากขยัน หมั่นเพียร มีปัญญา
ประกอบด้วยศีล และอาจาระ
 เหมือนกันนั่นหละ กับไฟอยู่ในที่มืด ก็สว่างได้
เราเกิดมา เพื่อแสวงหาความเจริญ
จะนั่งอยู่บนเนิน หรือเดินอยู่ข้างล่าง ไม่ต่างกัน
ขอให้มีปัญญา มีความเพียรขยัน
และสำคัญ มีมารยาท ศีลไม่ขาด ย่อมเจริญ
คำว่ามีปัญญา จะมาคู่กับสติ
คนสติดี จึงจะมีปัญญา
คนสติดี จะมีสุขอยู่ภายใน ตลอดเวลา
มีศรัทธา มีเมตตากรุณา อยู่เสมอ
ปัญญา ต่างกันหนา กับฉลาด
ธรรมชาติของฉลาด จะมากับกะล่อน
 ใจใสแต่อยู่ภายนอก ขาดสุขภายใน แน่นอน
เรื่องส่วนตนมาก่อน ยอกย้อนตลบตะแลง
ผู้มีปัญญา ย่อมไหว้พระสวดมนต์
เป็นคน อยู่ง่ายกินง่าย แต่ไม่มักง่าย
รักศีลยิ่งนัก แม้จักชีพวาย
มีความอาย และกลัวบาป เป็นที่สุด
ทานศีลภาวนา ทางอริยะ ประเสริฐสุด
แสวงบุญสร้างบารมีอุตลุด ผู้มีปัญญา
เดินตามทางแห่งการให้ หนีไกล ตระหนี่ต่ำช้า
ยิ่งให้ยิ่งสุขอุรา ยิ่งไหลก็ยิ่งมี

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

พุทธภาษิต (ชีวิตเป็นมงคล) :: พุทธภาษิต ทุกชีวิตควรศึกษา เป็นอมตะวาจา สมควรที่จะ นำมาขบคิด เป็นมงคลแก่ชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย

พุทธภาษิต
(ชีวิตเป็นมงคล)

พุทธภาษิต ทุกชีวิตควรศึกษา
เป็นอมตะวาจา สมควรที่จะ นำมาขบคิด
เป็นมงคลแก่ชีวิต
มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย
ผู้เกลียดธรรมเป็นผู้เสื่อม
ด้วย ใจเลื่อมใจใส ได้ด้วยบุญ
ส่วนคนบาป สะสมแต่กิเลส เหตุให้ ใจขุ่น
เป็นคนไม่รู้คุณ จึงหมกมุ่นในอบายมุข
 อ่อนไปก็ถูกเขาหมิ่น แข็งไปก็มีภัย
เป็นที่รักและเคารพไม่ได้
ชีวิตต้องเดินสายกลาง เข้าถึงยัง พระรัตนตรัย
ทานศีลภาวนาเข้าไว้ เป็นที่รักใคร่ และเคารพ
ผู้ไม่ถูกนินทา ไม่มีในโลก
คิดให้ตก แล้วปล่อยวาง
รู้ให้ทันกิเลสในตน ที่ดิ้นรนเหนี่ยวรั้ง
ขันติตั้ง เป็นตบะ เผากิเลสะในตน
ผู้มีความรู้ในทางชั่ว เป็นผู้เสื่อม
ด้วย ใจไม่เลื่อมไม่ใส ด้วยอธรรม
สะสมกิเลส อันเป็นเหตุ ให้ใจใหลลงต่ำ
จิตใจมืดดำ ไม่ใช่ผู้คน
พวกโจร เป็นเสนียดของโลก
เหมือนสิ่งสกปรก รกรุงรัง
แสลงความดี เห็นใครทำดี ขวาง
เอาตนเป็นที่ตั้ง ไม่ฟังเสียงใคร
ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ
เป็นผู้สรรเสริญ คุณพระรัตนตรัย
ไม่ยอมแพ้กิเลสในตน อดทนอดกลั้นไว้
อดเปลี้ยวได้ ไว้กินหวาน
ผู้เคารพผู้อื่น ย่อมมีผู้เคารพตนเอง
คนเก่งแท้ ได้แก่ มีคนเคารพรักใคร่
เพราะว่าความเคารพ ที่ออกจากใจ
ใครๆได้เห็น เป็นต้องรักใคร่ เคารพ

 ;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563

รักชีวิต (พุทธภาษิตต้องศึกษา) :: เพื่อนำมา เป็นหลักค้ำ นำชีวิต ห่างจากทุกข์ พบแต่สุข เป็นนิจ ทุกชีวิต ต้องตั้งจิต เรียนรู้

รักชีวิต
(พุทธภาษิตต้องศึกษา)
 พุทธภาษิต ทุกชีวิต ควรศึกษา
เพื่อนำมา เป็นหลักค้ำ นำชีวิต
ห่างจากทุกข์ พบแต่สุข เป็นนิจ
ทุกชีวิต ต้องตั้งจิต เรียนรู้
คนขยัน ย่อมหาทรัพย์ได้
ท่านสอนให้ขยันเข้าไว้ อย่าได้ขี้เกียจ
ความเกียจคร้าน มันเป็นเสนียด
อย่าเฉียดเข้าใกล้ จงทำใจให้ขยัน
คนโง่คนพาล ไม่ควรเป็นผู้นำ
สังคมช้ำ คงเป็นกรรมของสังคม
โง่แล้วขยัน รู้กัน มารขย่ม
อย่ามัวระทม คนดี สร้างบารมี สู้มาร
ตนเป็นที่พึ่งของตน
คือคนพึ่งบุญญาบารมี
อุปสรรคทั้งหลาย ต้นเหตุใหญ่ คือบาปอัปปรี
จงทุ่มชีวี ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญสร้างบารมี
ปัญญาย่อมประเสริฐกว่าทรัพย์
เหมือนกับ ไม่มีโรค เป็นโชคอันประเสริฐ
มีปัญญารู้เป็าหมายชีวิต ย่อมบรรเจิด
สุดประเสริฐ ของชีวิต
ชนะตน นั่นแหละประเสริฐกว่า
ด้วยว่า เหตุการณ์ทั้งหลายภายนอก หลอกคน
เหมือนจอหนัง ภาพยนต์
ใจของคน คือเครื่องฉาย
บุญกับบาป กำกับใจ
ปัญหาทั้งหลาย เป็นไปตามแรงบาป
ประสพโชคดี ขึ้นอยู่ที่ บุญกำกับ
บุญบาป รุกรับ กำกับใจ
ชนะตน คือคนชนะกิเลส
บารมีวิเศษ ขจัดเหตุแห่งทุกข์นี้ได้
โลภโกรธหลง ขจัดออกไป
นี่แหละใช่ ชนะตน ชนะโลก
พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น
สุดสำคัญ คุณธรรม ค้ำคนจริง
เกิดบุญบันดาล สำเร็จทุกสิ่ง
และเป็นที่เกรงกริ่ง ของคนพาล
คำจริงเป็นสิ่งไม่ตาย
มีอานุภาพหลาย สัจจะวาจา
ศีรษะแตกเจ็ดเสี่ยง ใครเถียง พระพุทธา
สัจจะวาจา นี่หละศักดิ์สิทธิ์ ตั้งจิตอธิษฐาน
การกู้หนี้เป็นทุกข์ในโลก
ความมีโชค หลบลี้หนีหาย
ใจหมดสุข ทุกข์ไม่เว้นวาย
ใจหมองไหม้ หวั่นไหว อกตรม
บัณฑิต ย่อมฝึกตน
ด้วยเป็นคนฉลาด ชาติปัญญา
มีความกตัญญู เป็นผู้มีหิริโอตัปปะ
อัตตสุทธิจึงมา แสวงหาฝึกตน
ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก
โลภมาก ใครจะรักลง
กล้าหาญเสียสละ มีอุตสาหะ จึงสมประสงค์
คนดีย่อมลงรักษา ประดุจเทวดาทีเดียว

;;;;;;;;;;