แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางสายกลาง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทางสายกลาง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ทางสายกลาง (ทางชีวิตของมนุษย์) คนทั้งหลาย หลังตาย ย่อมไปที่ชอบ เป็นคำตอบ ที่ธรรมดา ได้ยินมานาน เป็นคำตอบที่พอใจ ไม่สงสัยกัน ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น มันธรรมดา

ทางสายกลาง
(ทางชีวิตของมนุษย์) 


คนทั้งหลาย หลังตาย ย่อมไปที่ชอบ
เป็นคำตอบ ที่ธรรมดา ได้ยินมานาน
เป็นคำตอบที่พอใจ ไม่สงสัยกัน
ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น มันธรรมดา

เหมือนดังนิสัย ของแมลงภู่ เมื่อจับมาคู่กับแมลงวัน
แล้วปล่อยพร้อมกัน ดูซิว่ามันจะไปไหน
แมลงภู่ จะวิ่งสู่ ยอดไม้
ส่วนแมลงวัน แน่นอนได้ ไปที่ส้วม

สรรพสัตว์มีนิสัย นำพาไป ใครๆควรรู้
เราเองก็รู้ได้ รู้นิสัยของตนเอง
จะไปสวรรค์หรืออบาย จะไปดีหรือเสงเครง
ดูได้เอง จะไปไหน ไม่ต้องถามใครแล้ว

คนขี้เหนียว ไม่เคยแลเหลียวใครอื่น
มีแต่ยื่นมือ..จะเอา เจ้าไม่เคยให้
พระสงฆ์องค์เณร แม้เห็น ก็ไม่ใส่ใจ
คนจะเป็นจะตาย ก็ดูดาย ไม่มอง

คนใจคับแคบ เป็นคนแสบ ไม่ใช่มนุษย์
แน่นอนสุด ลงต่ำ ดำว่าย
เหมือนหมู่หนอน ชอนไช
กินนอนสะบาย อยู่ในส้วม

นิสัยมนุษย์ แรกสุด ไม่ขี้เหนียว
ชอบแลเหลียว แลเห็น เป็นต้องช่วย
ผู้ขาดแคลน หรือผู้เจ็บป่วย
เป็นต้องช่วย ด้วยกรุณา

มนุษย์มีใจใส ไม่ขี้โกรธ
มีใจสูง ไม่พิโรธ ให้อภัย
มีผิวพรรณวรรณะ ผ่องใส
น่ากราบน่าไหว้ คล้ายเทวดา

มนุษย์ คือคนดี มีสติสัมปชัญญะ
เดินตามทางพระ คือทางสายกลาง
มีศรัทธา รักบุญกลัวบาป จัง
ชีวิตจึงสมหวัง สุขสมปราถนาทุกประการ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ได้พบกัลยาณมิตร (ชีวิตจึงพลิกผัน) ทางสายกลาง สายสมบติ ประหลาดแท้ เป็นทางที่แน่ๆ มีแต่ให้กับให้ เป็นทางแห่งการเสียสละ ที่ยิ่งใหญ่ สละออกไป จึงจะได้มา

ได้พบกัลยาณมิตร
(ชีวิตจึงพลิกผัน)

ทางสายกลาง สายสมบติ ประหลาดแท้
เป็นทางที่แน่ๆ มีแต่ให้กับให้
เป็นทางแห่งการเสียสละ ที่ยิ่งใหญ่
สละออกไป จึงจะได้มา

เหมือนชาวนาปลูกข้าว ชาวเขาปลูกถั่วปลูกงา
ต้องเสียสละ เมล็ดพันธุ์ 
การปลูกสมบัติ ก็ต้องทำเช่นนั้น
ได้บุญบันดาล ติดตามเราทัน ในปรภพ

เกิดในภพใด บุญจะตามไปส่งผล
ด้วยบุญบันดาลดล ส่งผลให้เกิดขึ้น
สิ่งที่เรามี เราได้ เราเป็นนั้น ไม่ใช่อะไรอื่น
เป็นสิ่งที่เราทำขึ้น..เอาไว้ ในอดีต

สิ่งที่ได้ ที่มี ที่เป็น ที่เห็นได้ ในปัจจุบัน 
ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ที่เราทำไป ในชาตินี้
ไม่ใช่หนึ่งสมองสองมือ ที่เราถือดี
แต่เป็นวิบากกรรมก่อนกี้ ที่เคยทำไว้

กรรมในปัจจุบัน คล้ายการ กดแอพพลิเคชั่น
 ซึ่งมีเป็นอนันต์ มากนัก วิบากกรรม
ไหลมาส่งผล ดีหรือร้าย สูงหรือต่ำ
เรื่องของกรรม เป็นอจินไตย 

 ที่น่าขยาด คือ สมบัติกับวิบัติ ไม่อาจแยก
คนชั่วรวยทรัพย์ จึงไม่แปลก เป็นวิบัติ
จะแพ้ภัยตน กายเป็นคน ใจเป็นสัตว์
ชีวิตวิบัติ ไหลลงต่ำ ดำดิ่งสู่อบาย

ทางสายกลาง เป็นทาง วิสุทธิมรรค
คือเป็นทาง ห่างจาก กิเลส
กิเลสตัณหา พาโลภ ตัวต้นเหตุ
ใจเป็นเปรต มืดหนา ปัญญาหยาบ
ไร้สติสัมปชัญญะ จึงแสวงหาแต่กามโลกีย์
เหมือนเด็กที่ เอาแต่ใจ อยากได้ไม่สิ้นสุด
ลืมความเป็นคน เป็นสัตว์ร้าย ไม่ใช่มนุษย์
 ได้พบกัลยาณมิตร จึงจะหยุด สุดสิ้นกรรมเวร

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ทางสายกลาง (ทางสมบัติ) เส้นทางสายกลาง เส้นทางธรรม เป็นเส้นทางที่ ดีงาม บริสุทธิ์ มีคนน้อยนัก น้อยที่สุด ที่จะเข้ามาพิสูจน์ ศึกษา

ทางสายกลาง
(ทางสมบัติ)

เส้นทางสายกลาง เส้นทางธรรม
เป็นเส้นทางที่ ดีงาม บริสุทธิ์
มีคนน้อยนัก น้อยที่สุด
ที่จะเข้ามาพิสูจน์ ศึกษา

คนทั้งสิ้นก็ว่าได้ สนใจทางโลกโลกีย์
ไขว่คว้า หาความสุขเต็มที่ ทางโลก
เอาเงินเป็นพระเจ้า แม้เป็นเงินเน่า สกปรก
ไม่เชื่อว่ามีนรก อเวจี

ทางสายกลาง อยู่ระหว่าง ตึงกับหย่อน
สายตึงนั้นแน่นอน ทรมานตน
ทำทุกรกิริยา มีมานะฝีกฝน
ทำร่างกายของตน ให้มันหม่นไหม้ 
จะได้คลายกำหนัด

สายหย่อน สายตามใจตน คนโลกีย์
เพลินเต็มที่..ทางโลก ชุ่มโชกกามคุณ
ใช้ชีวา วิ่งหาทรัพย์ จนหัวหมุน
สรรพสัตว์ ตกเป็นทาสตัณหาจนคุ้น บุญไม่รู้จัก

สายหย่อนสายยาน  มุ่งมั่นจะเอา
ล้วนโง่เขลา เท่ากับ ไม่เอาของสายตึง
กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ซึ่ง
ทั้งตึง..และหย่อน ย่อมแน่นอน คือตัณหา

ทั้งสายตึงสายหย่อน แน่นอนปัญหาเดียวกัน
ปัญหานั้น..หรือ คือ ไม่รู้จักบุญ
เว้นจากศาสนาพุทธ ผลกรรมไม่มี เป็นสูญ
ทำคุณไม่ได้คุณ สูญสิ้น

ทางสายกลาง ทางสมบัติ ธรรมชาติสรรสร้าง
ลึกลับจัง เป็นทางแห่งการเสียสละ
ไม่ใช่ทางเอา แต่เป็นทางให้ จึงได้มา
ไม่ให้ก็ไม่ได้ ให้จึงได้ จึงต้องศรัทธา จึงจะได้

ทานศีลภาวนา นี่หละ การให้
ทาน คือการให้ สิ่งนอกกาย
ศีล คือการให้ อภัย
ภาวนาดีหลาย คือการให้ใจเมตตา

ให้แล้วจึงได้ ยากหลาย ใครจะเชื่อ
ก็ต่อเมื่อ ได้ใกล้ชิด กัลยาณมิตร
ได้ฟังธรรม ใจชุ่มฉ่ำ อิ่มเอมจิต
ค่อยๆคิด..ตาม ความดีงาม จึงค่อยเห็น


กุญแจของการให้ อยู่ที่ได้สละแล้ว ได้บุญ
ใจปีติอบอุ่น เหมือนแม่ ที่มีแต่รัก
ใจโอบอ้อมอารี ใจดี มีเมตตานัก
ได้ให้แล้วดีใจนัก เห็นลูกรัก มีสุข

บุญ เป็นสมบัติ อจินไตย
ทานบารมี ดึงดูดทรัพย์ได้ ตามใจปราถนา
ทุกภพชาติ สุขสมมาด จะมีมา
มีเสบียงเลี้ยงชีวา มีกินมีใช้ ไม่อนาทร

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2565

เศรษฐีใจบุญ (เมตตาการุณ และมัธยัสถ์) :: ความตระหนี่ นี้ไม่ดี แล้งน้ำใจ มีไม่ใช้ แม้เจ็บป่วยไข้ ก็ยัง ส่วนมัธยัสถ์ รู้จักประหยัด ใช้พอประทัง เพื่อหวัง ประโยชน์สูง มุ่งบำเพ็ญทาน

เศรษฐีใจบุญ
(เมตตาการุณ และมัธยัสถ์)

ความตระหนี่ นี้ไม่ดี แล้งน้ำใจ
มีไม่ใช้ แม้เจ็บป่วยไข้ ก็ยัง
ส่วนมัธยัสถ์ รู้จักประหยัด ใช้พอประทัง
เพื่อหวัง ประโยชน์สูง มุ่งบำเพ็ญทาน
 คนตระหนี่ นี้ไม่ไหว ใจคับแคบ 
เป็นอีแอบ น่าอาย ไม่มีใครคบหา
เกิดมา เสียเวลาเปล่า ช่างไร้ราคา
น่าเวทนา ทุกข์นักหนา ในปรภพ
คนใจกว้าง มีศรัทธา รู้จักหาบุญ
เมตตาการุณ มีน้ำใจ
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ใจฝักใฝ่
 ทำประโยชน์ให้ ทั้งตน และคนอื่น
ตระหนี่ ไม่กิน ไม่ใช้ ได้แต่เอา
 เฝ้าทรัพย์ไว้ ตายไป ไม่ไปไหน
เป็นสัตว์ เฝ้าสมบัติ เลื้อยคลานไป
กินไม่ได้ ใช้ไม่ได้ ปู่โสมฯ
คนตระหนี่ นี้ มีน้ำใจเค็ม  
  มีเกลือเต็ม เป็น เช่นน้ำสมุทร
มีสมบัติ เป็นวิบัติ เช่นคูต
น้ำสมุทร ดื่มไม่ได้ น้ำใจเค็ม
มัธยัสถ์ กินเพื่ออยู่ ไม่อยู่ เพื่อกิน
 รักษาชีวิน ให้อยู่ได้ ไปนานๆ
ทำดีถึงพร้อม ต่อตน ต่อท่าน
มุ่งชีวัน ตามพระ อริยะเจ้า
 มัธยัสถ์ได้ นิสัย ใฝ่กุศล
เป็นคนมีปัญญา ละโลกียสุขสนุกสนาน
 เสียดายเวลา ในโลกา ที่แสนสั้น
รู้ว่าโลกนี้เท่านั้น แสวงบุญ สร้างบารมี
 สมบัติ ก็คือบุญ บุญก็คือ สมบัติ
ให้สุขสมมาด สมปราถนา
ติดตามเรา ดุจเงาตามตัว ตลอดเวลา
 ทุกภพชาติที่เกิดมา สมปราถนา ทุกประการ
เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุน ศาสนา
รวยล้นฟ้า ทว่า มัธยัสถ์
เป็นกำลังพัฒนา พาคน เข้าวัด
ที่พึ่งหมู่ญาติ สรรพสัตว์ ทั่วหล้า

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ทางชีวิต (เลือกผิด ชีวิตอันตรายมาก) ทางสามสาย คล้ายคน สามคน ดั้นด้น ปีนเขา จนถึง กึ่งกลางทาง เกิดคิดไกล ไป คนละอย่าง คนละทาง จึงต่างคน ต่างไป

ทางชีวิต
(เลือกผิด ชีวิตอันตรายมาก)


ทางสามสาย คล้ายคน สามคน
ดั้นด้น ปีนเขา จนถึง กึ่งกลางทาง
เกิดคิดไกล ไป คนละอย่าง
คนละทาง จึงต่างคน ต่างไป
คนที่หนึ่ง หมดกำลังใจ ไม่ไปต่อ
พอแล้วหนอ ขอตัว กลับลงไป
ไถลลี่น น่าตื่นเต้น และสะบาย
หรือเหมือนขยะไหล ลอยไป ตามน้ำ
คนที่สองไม่ปีนต่อ ขอไป ทางลัด
รวดเร็วจัด ลัดลง ตรงหน้าผา
ไม่กลัวตาย คล้าย คนบ้า
คิดแต่ว่า ตนนั้น กล้าหาญ ชาญชัย
คนที่สาม พยายาม ปีนเขาต่อ
ไม่รั้งรอ ปีนไปต่อ ให้ถึงยอด
ไม่ถึงไม่ได้ ต้องไป ให้ตลอด
สู่สุดยอด เป้าหมาย ปณิธาน
คนแรกไม่แปลก เหมือนคนส่วนใหญ่
ไหลตามกันไป ในกระแส กามคุณ
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข หากันวุ่น
ไม่เชื่อเรื่องบาปบุญ กตัญญูรู้คุณ ใครไม่เป็น
เอาแต่ประโยชน์ตน ประโยชน์ชนนั้น ฉันไม่เกี่ยว
ม่แลเหลียว แม้ใครจะเป็นจะตาย
เกิดมาเอา ไม่มีให้
ได้โอกาศเป็นใหญ่ ชนโชคร้าย คล้ายผีห่าลง

หิวจัด โกงชาติ ไม่เขินไม่ขวย
สุดท้ายม้วย ไปไม่ไหว แพ้พ่ายตนเอง
คนส่วนใหญ่ ในปัจจุบัน ล้วนเสงเครง
ภัยพิบัติ จึงมาเอง สมแก่กรรม
คนที่สองไม่ยื้อแย่ง แกล้ง ทรมานตน
ไม่มีสน คน จะเป็นหรือตาย
เอาตัวรอด แต่หัวไม่รอด แปลกเหลือหลาย
อยู่เดียวดาย ทำท่าคล้าย ฤาษีตีเหี้ย
คนที่สาม มีปณิธาน อันหาญกล้า
เสียสละ มีอุตสาหะ ตามทางสายกลาง
ทางความดี ทางสร้างบารมี สุขจัง
สุขสมหวัง ทั้งตน และคนทั้งหลาย

ทางชีวิต เดินทางผิด ชีวิตอันตรายมาก
กรรมวิบาก นำชัก ให้คิดให้พูดให้ทำ
ก่อกิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร ซ้ำแล้วซ้ำ
หมุนวนซ้าย กระหน่ำ ทำลายล้าง อย่างทอร์นาโด

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564

กรรมวิบากลิขิต (ชีวิตผู้คน) อย่าปล่อยให้กรรมวิบากลิขิต ชีวิตตน ต้องดิ้นรน ทนทำความดี จึงจะหนีได้ ให้เดินตาม ทานศีลภาวนา พระพุทธา ตรัสไว้ ทางสายกลางเท่านั้นไซร้ คือทางบุญ

กรรมวิบากลิขิต
(ชีวิตผู้คน)

อย่าปล่อยให้กรรมวิบากลิขิต ชีวิตตน
ต้องดิ้นรน ทนทำความดี จึงจะหนีได้
ให้เดินตาม ทานศีลภาวนา พระพุทธา ตรัสไว้
ทางสายกลางเท่านั้นไซร้ คือทางบุญ

กิเลสกรรมวิบาก เป็นวัฏฏจักร 
ยากยิ่งกว่ายาก จะออกจาก วัฏฏจักรนี้
ต้องแสวงบุญ เร่งลุ้น สร้างบารมี
นี้เป็นทางหนี ทางนี้ ทางเดียว

ทางสายกลาง มุ่งเข้าข้างในตน
หมุนวน เวียนขวา ทักษิณาวรรต
ตามเข็มนาฬิกา แปลกประหลาด
แต่พายุทอร์นาโดนั้นชัด เวียนซ้าย

ขณะใด ที่เราสนใจ โลกธรรม
ใจจะจืด ใจจะดำ หมกมุ่น งุ่นงาน
ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข สี่อย่างนั้น
ความกระสัน..อยาก จะพรากสติ ของเรา

เข้าสู่วังวน  เวียนว่าย ในกระแสกิเลสกรรมวิบาก
ปล่อยให้กรรมนำชัก ไม่อาจจัก เป็นอิสละได้
ไม่ว่าจะดิ้นรน กระเสือกกระสนอย่างไร
เปรียบได้..กับลิง ติดตัง

ต้องรู้จักมี สติสัมปชัญญะ เท่านั้น 
สุดสำคัญ คือระลึกรู้ อยู่ในกายตน
ทุกอิริยาบถ ทุกเวลานาที มิมีหล่น
รู้จักอดทนอดกลั้น รักษาสติ

การครองชีวิตนั้นง่าย สะดวกสบายทุกประการ
เพียงรู้เท่าทัน ชีวิต
อย่าปล่อยให้ 
กรรมวิบาก ลิขิต
รักษาจิต ด้วยสติสัมปชัญญะ

;;;;;;;;;;