แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม่เห็นธรรม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไม่เห็นธรรม แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ผู้โกรธเป็นนิสัย (ย่อมถึงความไร้ยศไร้ศักดิ์ศรี) คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์ เหมือนถูก ไฟลน ตลอดเวลา ใจขุ่นเคือง หงุดหงิด ทุกขณะ เหมือนสุนักบ้า ใครๆไม่กล้าอยู่ใกล้

 ผู้โกรธเป็นนิสัย
(ย่อมถึงความไร้ยศไร้ศักดิ์ศรี)

คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์
เหมือนถูก ไฟลน ตลอดเวลา
ใจขุ่นเคือง หงุดหงิด ทุกขณะ
เหมือนสุนักบ้า ใครๆไม่กล้าอยู่ใกล้

คนมักโกรธ ไม่สะอาด
ไม่ประหลาด ไม่มีวินัย
ขาดสัจจะ ไม่จริงจังจริงใจ
เมื่อได้เป็นใหญ่ ฝันร้ายของมหาชน
ผู้ถูกความโกรธ ครอบงำ
ย่อมถึงความ เสื่อมทรัพย์
ด้วยสติปัญญาดับ
บุญไหลกลับ บาปไหลมา
ผู้โกรธ เป็นนิสัย
 ย่อมถึงความไร้ ยศศักดิ์ศรี
มหาชนสาปแช่ง คนกาลี
คนอัปปรี จัญไร
ญาติมิตรและสหาย
 ย่อมไม่เข้าใกล้ คนมักโกรธ
อยู่เดียวดาย เดี่ยวโดด
เป็นคนโฉด ชีวิตเหี่ยวเฉา
ผู้โกรธ ย่อมไม่รู้อรรถสาระ
ด้วยปัญญา โฉดเขลา
ไม่รู้รายละเอียด ปัญญาเบา
คนโฉดเขลา จึงประมาท
ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม
ใจมืดดำ ใจต่ำ มีตัณหา
คือปุถุชน คนธรรมดา
ไม่เชื่อคำพระ ไม่ศรัทธาบุญ

 ;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ปุถุชน (ไม่ฝึกตนไม่ฝึกใจ) ราคะย้อม ย่อมไม่เห็นธรรม ใจตกต่ำ ดำมืดมิด อวิชชา ห่อหุ้มจิต โง่สนิท หลุดจากคลองธรรม

 ปุถุชน
(ไม่ฝึกตนไม่ฝึกใจ)

ราคะย้อม ย่อมไม่เห็นธรรม
ใจตกต่ำ ดำมืดมิด
อวิชชา ห่อหุ้มจิต
โง่สนิท หลุดจากคลองธรรม
ผู้อยู่ทางโลก ไม่รู้จักบุญ
ใจขุ่น เห็นพระ ไร้ประโยชน์
ตอนจะตาย สติปรากฎ
น่าสลด รู้ได้ ก็สายแล้ว
ใจละเอียด ลึกซึ้ง ยากเห็น
ธรรมเป็น เครื่องฝึกใจ
ให้ละเอียดอ่อน ละเมียดละไม
เกิดปัญญาสว่างไสว จึงได้เห็น
เห็นความจริง โลกและชีวิต
บุญบาปลิขิต ให้เป็นไป
ธัมมัญญุตา สัตตบุรษ เข้าใจ
เป็นเรื่องใหญ่ ไม่ธรรมดา
ปุถุชนไร้ปัญญา
เป็นมิจฉาฯ หัวชนฝา ไม่เชื่อ
เหมือนหนอน ดื้อรั้น น่าเบื่อ
ปุถุชน ยากเหลือ จะเชื่อพระ
ปุถุชน คนเกือบทั้งหมด
ถูกตัณหาบังบด ใจมืดบอด
เก่งแต่ตัว หัวไม่รอด
เถียงพระฉอดๆ แม้บ้านติดวัด
มีราคะ รักสวยรักงาม
ยังวาบหวาม อยู่กับการแต่งกาย
เสื้อผ้าอาภรณ์ ไม่เพียงพอดูได้
แน่นอนได้ ไม่ได้ฝึกตน

;;;;;;;;;;