แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัมมัญญุตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธัมมัญญุตา แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2566

สัตบุรุษ (ผู้ประเสริฐ) สัตบุรุษ ไม่มีในชุมชนใด ชุมชนนั้น ไม่..เรียกว่าสภา เป็นเพียงกลุ่ม เฮฮา หรือกลุ่ม คนป่า ล่าสัตว์

 สัตบุรุษ
(ผู้ประเสริฐ)

สัตบุรุษ ไม่มีในชุมชนใด
ชุมชนนั้น ไม่..เรียกว่าสภา
เป็นเพียงกลุ่ม เฮฮา
หรือกลุ่ม คนป่า ล่าสัตว์
สัตบุรุษคนดี มีปัญญา
มีศรัทธา ในบุญบารมี
ทำพระนิพพานให้แจ้ง เต็มที่
แสวงบุญ สร้างบารมี สุดชีวิต
สัตบุรุษ ผู้มีบารมี
มหาชน ประชาชี แซ่ซร้อง
ร่วมมือร่วมใจ ไม่ต้องขอร้อง
นำพาเหล่าพี่น้อง ประพฤติธรรม
ธัมมัญญุตา ลักษณะสัตบรุษ
รู้ดีสุด เรื่องโลกและชีวิต
ว่ามีกฎแห่งกรรม ตามติด
บุญบาปลิขิต ชีวิตให้เป็นไป
อัตถัญญุตา ซาบซึ้งธรรม
เลิศล้ำ คำสอน พระพุทธองค์
อัตตัญญุตา ทางโลกปลดปลง
ชีวิตสูงส่ง ปานคนละคน
มัตตัญญุตา รู้จักทางสายกลาง
ไม่บนไม่ล่าง อยู่กลางกายา
 ทุ่มชีวิต กาลัญญุตา
ทำพระ..นิพพาน ให้แจ้ง
ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน
นำพาทุกคน หลุดพ้นตัณหา
รู้จักบุคคล ปุคคลัญญุตา 
ทำให้เกิดศรัทธา ทุ่มชีวา ฝึกตน

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2566

สัตบุรุษ (ผู้รู้แจ้ง) ได้ฟังธรรมสัตบุรุษ นั้นยาก จะประจักแจ้ง ในคำสอน เกิดศรัทธา ปสาทะ แน่นอน ความทุกข์เดือดร้อน ผ่อนคลาย

 สัตบุรุษ
(ผู้รู้แจ้ง)


ได้ฟังธรรมสัตบุรุษ นั้นยาก
ซาบซึ้งนัก ประจักแจ้ง ในคำสอน
เกิดศรัทธา ปสาทะ แน่นอน
ความทุกข์เดือดร้อน ห่อนมี
สัตบุรุษ รู้แจ้ง โลกและชีวิต
ธัมมัญญุตา บุญบาปลิขิต อยู่เบื้องหลัง
ไม่ใช่พระเจ้า ผีสาง
ทุกข์หรือสุขสมหวัง อยู่ที่บุญบาป
อัตถัญญุตา รู้แจ้ง แทงตลอด
ไม่มืดบอด ด้นเดา
เห็นเหตุเห็นผล สุขหรือเศร้า
เห็นคนโง่เขลา ด้วยตัณหา
อัตตัญญุตา รู้แจ้ง แทงตลอดในตน
จะหลุดพ้นตัณหา ต้องพัฒนาสติ
ด้วย นำใจ มาไว้ในตัวเรานี้
แล้วจะมี ทางสายกลางภายใน
มัตตัญญุตา รู้แจ้ง ทางสายกลาง
ไม่อยู่บนล่าง แต่อยู่กลางตัว
เป็นทางสว่าง รู้เห็นทั่ว
มีพระรัตนตรัยในตัว พระธรรมกาย
กาลัญญุตา รู้แจ้งเวลา
อดีตอนาคต ไม่เป็นปัญหา รู้เห็น
เวลาที่เหมาะสม ที่ควรเป็น
จึงใจเย็นรอได้ ให้ถึงเวลา
ปริสัญญุตา รู้แจ้ง ชุมชน
นำพาหลุดพ้น มหาชนได้พึ่ง
มีศรัทธา ปฏิบัติภาวนา เข้าถึง
ได้ที่พึ่ง..ภายใน อจินไตยนัก
ปุคคลัญญุตา รู้แจ้ง บุคคล
ทำทุกคน ล้นศรัทธา มหาศาล
ชีวิตพลิกผัน อนันตกาล
สุขสราญ ปานเทพเทวดา

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566

สัตบุรุษสุจริต (คนทั่วทิศแซ่ซร้องบูชา) ประพฤติธรรม นำสุขมาให้ สุขจากใจ มีบุญไหลมา มีโลกียสมบัติ สมอยาก ระวังนะ บาปไหลมา น้ำตานอง

สัตบุรุษสุจริต
(คนทั่วทิศแซ่ซร้องบูชา)

ประพฤติธรรม นำสุขมาให้
สุขจากใจ มีบุญไหลมา
มีโลกียสมบัติ สมอยาก ระวังนะ
บาปไหลมา น้ำตานอง
ทางธรรม ทางสละโลกีย์
ได้บุญแทนที่ โลกียทรัพย์
ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ เหมือนกับ
แม่น้ำไหลลับ แต่กลับไม่เคยแห้ง
แม่น้ำใดไม่ไหล จะตื้นเขิน
น้ำเปลี่ยนทางเดิน หนีไป
ส่วนทรัพย์สมบัติ ไม่ให้ อยู่ไม่ได้
เหมือนหาคนรักใหม่ ที่ใจดีกว่า
บาป เพียงให้ สมใจอยาก
ต่างกันมาก กับหมดอยาก แล้วสุข
สุขโลกีย์ คล้ายเกาตุ่มทุกข์
ได้สนุก ทุกข์ถนัด ด้วยขาดไม่ได้
สุขทางโลกีย์ ไม่ใช่สุขสันโดษ
เป็นสุข ที่ได้ประโยชน์ส่วนตัว
มีอารมณ์ร้าย ด้วยใจมืดมัว
ไม่รู้จักดีชั่ว ขาดสติ
สุขทางโลกีย์ มิมีเมตตา
ขาดปัญญา มุ่งหน้าลงต่ำ
ยังมีอำนาจอยู่ ด้วยมีบุญค้ำ
ทุกข์แน่ล้ำ ดำดิ่งสู่อบาย
ธัมมัญญุตา ผู้รู้ว่าบุญ
หนุน โลกและชีวิต
เป็นสัตบุรุษ สุจริต
คนทั่วทิศ แซ่ซร้องสรรเสริญ

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566

เลือกวัดเลือกครู (สัตบุรุษ) ธรรมสัตบุรุษ สัตบุรุษรักษา คนธรรมดา ไม่รู้สา รักษาไม่ได้ คนมีปัญญา มีศรัทธาไหญ่ รู้ความเป็นไป ของโลกและชีวิต

 เลือกวัดเลือกครู
(สัตบุรุษ)

ธรรมสัตบุรุษ สัตบุรุษรักษา
คนธรรมดา ไม่รู้สา รักษาไม่ได้
คนมีปัญญา มีศรัทธาไหญ่
รู้ความเป็นไป ของโลกและชีวิต
ธัมมัญญุตา สัตบุรุษรู้ว่า
บุญบาปนั่นหละ อยู่เบื้องหลัง
โลกและชีวิต ทุกอย่าง
พระเจ้าไม่ได้สร้าง ไม่มีพรหมลิขิต
อัตถัญญุตา รู้อรรถเนื้อความแตกฉาน
ไม่สักแต่การ..ท่องจำเท่านั้น
ได้ปีติ บำรุงชีวัน
มีกำลังใจมุ่งมั่น ความดี
อัตตัญญุตา รู้จักตน เป็นคนมีสติ
ว่าตัวเรานี้ ต้องมิประมาท
ฝึกสติฝึกตน ไม่ให้ขาด
เป็นมนุษย์ชาติ เป็นโอกาศทอง
มัตตัญญุตา รู้ว่าทางสายกลาง
สุขจริงสุขจัง ผ่านศูนย์กลางกาย
สติอยู่นอกตัว นั้นไม่ใช่
สำคัญหลาย พระรัตนตรัยในตัว
กาลัญญุตา รู้จักว่า กรณียกิจ
ทุ่มชีวิต เจริญภาวนา
เข้าให้ถึง ไม่ถึงไม่ได้ ไม่เลิกลา
ทุ่มชีวา สุดชีวิต
ปริสัญญุตา รู้จัก เลือกวัดวา
มีหมู่คณะ ตั้งหน้าปฏิบัติธรรม
ปุคคลปโรปรัญญุตา สุดเลิศล้ำ
ไม่ตาต่ำ เลือกครูผิด

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566

บุญ (เกื้อกูลผู้ประพฤติธรรม) ธรรม ความดีงาม หรือบุญ เกื้อกูล ผู้ประพฤติตาม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แน่ล้ำ กฎแห่งกรรม ธรรมชาติ

 บุญ
(เกื้อกูลผู้ประพฤติธรรม)


ธรรม ความดีงาม หรือบุญ
เกื้อกูล ผู้ประพฤติตาม
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แน่ล้ำ
กฎแห่งกรรม ธรรมชาติ
อธรรม ความชั่ว หรือบาป
มากับ ความประมาท
ด้วยไม่รู้ ไม่คิดคาด
หลงประมาท ลืมตนลืมตัว
 
บาป เหยื่อล่อ ของมาร
เหมือนไก่กา ซมซาน ตามเหยื่อ
เป็นมิจฉาทิฏฐิ มิมีเชื่อ
ดื้อดึงดื้อด้าน เป็นเบื้อ ปัญญาดับ 

โลกโลกีย์ หอมหวาน ซ่านทรวง
หึงหวงห่วง อาลัยอาวรณ์
กิเลสกรรมวิบาก สะท้อน
โลก คือโรงละคร แน่แท้
คนดี มีธรรม ทำดีง่าย
แม้ชีพวาย ก็ไม่ทำชั่ว
ฝึกสติ มีหิริโอตัปปะ เกลียดกลัว
อบายภูมิชั่ว คุกประหาร

ธัมมัญุตา ธรรมะสัตตบุรุษ
รู้จักเหตุที่สุด ของโลกและชีวิต
รู้จักบุญาป กำกับ ลิขิต
โลกชีวิต เป็นไปตามบุญบาป

โลกชีวิต มีจิตนำไป
บุญบาปก็ใช่ กำกับจิต
ผู้ประพฤติธรรม บุญคุ้มชีวิต
ตามติด เหมือนเงาตามตัว

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2566

สภาไม่เป็นสภา (ถ้าไม่มีคนดีสัตบุรุษ) สัตบุรุษไม่มีในชุมชนใด ชุมชนนั้น ไม่..ชื่อว่าสภา ผลการประชุม เป็นโมฆะ ไม่มีสาระ ..แก่นสาร

  สภาไม่เป็นสภา
(ถ้าไม่มีคนดีสัตบุรุษ)

สัตบุรุษไม่มีในชุมชนใด
ชุมชนนั้น ไม่..ชื่อว่าสภา
ผลการประชุม เป็นโมฆะ
ไม่มีสาระ ..แก่นสาร
สัตบุรุษ คุณธรรมเจ็ดประการ
 ธัมมัญญุตา รู้ทันเหตุของโลก และชีวิต
มีบุญบาป..ลิขิต
ให้โลกและชีวิต เป็นไป
 อัตถัญญุตา รู้จักผล
รู้ต้นปลาย ในเหตุหรือธรรม
 ซาบซึ้ง ปีติล้ำ
ดื่มด่ำซาบซึ้ง จึงแสวงบุญฯ
 อัตตัญญุตา รู้จักตน
มีปณิธานแก่กล้าล้น ฝึกตนฝึกใจ
สันโดษสมถะ ต้องฝึกให้ได้
 ชนะตนได้ ยิ่งใหญ่ เหนือโลก
 มัตตัญญุตา รู้จักประมาณ
 รู้ศูนย์กลางกายนั้น ทางสายกลาง
 ทางบุญ ทางสว่าง
ทางถึง พระรัตนตรัย
 กาลัญญุตา รู้จักกาล
รู้จักกรณียกิจสำคัญ ของชีวิต
ทำประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน สุดขีด
บำเพ็ญจิต ละตัณหา อุปาทาน
 ปริสัญญุตา รู้จักชุมชนบริษัท
สามารถ นำชุมชน พาพ้นโลกีย์
พาแสวงบุญ สร้างบารมี
พาหนีกฎไตรลักษณ์ กฎแห่งกรรม
 ปุคคลัญุตา รู้จักบุคคล
พาหลุดพ้น ตัณหา
เชื่อในบุญบาป มีกิจกรณียะ
ทุ่มชีวา ฝึกตน

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

สัตตบุรุษ (คนดีที่หนึ่ง) คนดีมีปัญญา มีลักษณะ ๗ ประการ เป็นลักณะสำคัญ ของผู้จะเจริญ อันเป็นธรรม หรือว่าทางเดิน คนจะเจริญ ต้องเดินทางธรรม

 สัตตบุรุษ
(คนดีที่หนึ่ง)


คนดีมีปัญญา มีลักษณะ ๗ ประการ
เป็นลักณะสำคัญ ของผู้เจริญ
อันเป็นธรรม หรือว่าทางเดิน
คนจะเจริญ ต้องเดินทางธรรม

หนึ่ง เป็นผู้ รู้จักว่าบุญบาป
ควบคุมกำกับ โลกและชีวิต
มีกิเลสกรรมวิบาก ตามติด
ภัยชีวิต สุดคาดคิด สุดอันตราย

สอง เป็นผู้ได้ศึกษา พิจารณาไตร่ตรอง
 กระทั่ง
ถูกต้อง แตกฉาน
รู้มาก รู้นัก รู้ทุกสิ่งอัน
บุญเท่านั้น ยอดเยี่ยม

สาม รู้จักตน ว่าเป็นคนเช่นไร
น่าตกใจ ว่าเรานี้ไซร้ ไม่ได้ความ
มีคุณงามความดี ยังต่ำ
รีบจ้ำรีบโกย บุญ

สี่ รู้จักทางสายกลาง ทางบุญ
อันมีศูนย์ อยู่ที่กลางกาย
ทางนี้ทางเดียว ทางอื่นไม่ใช่
เป็นทางสละทางให้ ทางละตัณหา

ห้า รู้จักกาลเวลาของมนุษย์ ว่าสุดน้อย
ไม่อาจนั่งคอยนอนคอย วาสนา
ทุกเวลานาที ต้องเกิดบุญญา
ไม่อาจจะ ปล่อยกาลเวลาแม้เล็กน้อย

หก รู้จักเข้าวัด ฝึกหัดตน
แต่ต้องเป็นคน พิถีพิถัน
ต้องเป็นวัดที่ดี ดูให้ดี ทุกสิ่งอัน
ตรวจสอบครบครัน ดูกันให้ละเอียด


เจ็ด รู้จักครู ผู้รู้ผู้ปฏิบัติ
อย่าสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด ขอบอกไว้
สำคัญเราต้องเป็นคนจริง ก็
จะได้
เป็นศิษย์ไท้ มหาปูชนียาจารย์

;;;;;;;;;;