แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตตัญญุตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัตตัญญุตา แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2566

สัตบุรุษ (ผู้รู้แจ้ง) ได้ฟังธรรมสัตบุรุษ นั้นยาก จะประจักแจ้ง ในคำสอน เกิดศรัทธา ปสาทะ แน่นอน ความทุกข์เดือดร้อน ผ่อนคลาย

 สัตบุรุษ
(ผู้รู้แจ้ง)


ได้ฟังธรรมสัตบุรุษ นั้นยาก
ซาบซึ้งนัก ประจักแจ้ง ในคำสอน
เกิดศรัทธา ปสาทะ แน่นอน
ความทุกข์เดือดร้อน ห่อนมี
สัตบุรุษ รู้แจ้ง โลกและชีวิต
ธัมมัญญุตา บุญบาปลิขิต อยู่เบื้องหลัง
ไม่ใช่พระเจ้า ผีสาง
ทุกข์หรือสุขสมหวัง อยู่ที่บุญบาป
อัตถัญญุตา รู้แจ้ง แทงตลอด
ไม่มืดบอด ด้นเดา
เห็นเหตุเห็นผล สุขหรือเศร้า
เห็นคนโง่เขลา ด้วยตัณหา
อัตตัญญุตา รู้แจ้ง แทงตลอดในตน
จะหลุดพ้นตัณหา ต้องพัฒนาสติ
ด้วย นำใจ มาไว้ในตัวเรานี้
แล้วจะมี ทางสายกลางภายใน
มัตตัญญุตา รู้แจ้ง ทางสายกลาง
ไม่อยู่บนล่าง แต่อยู่กลางตัว
เป็นทางสว่าง รู้เห็นทั่ว
มีพระรัตนตรัยในตัว พระธรรมกาย
กาลัญญุตา รู้แจ้งเวลา
อดีตอนาคต ไม่เป็นปัญหา รู้เห็น
เวลาที่เหมาะสม ที่ควรเป็น
จึงใจเย็นรอได้ ให้ถึงเวลา
ปริสัญญุตา รู้แจ้ง ชุมชน
นำพาหลุดพ้น มหาชนได้พึ่ง
มีศรัทธา ปฏิบัติภาวนา เข้าถึง
ได้ที่พึ่ง..ภายใน อจินไตยนัก
ปุคคลัญญุตา รู้แจ้ง บุคคล
ทำทุกคน ล้นศรัทธา มหาศาล
ชีวิตพลิกผัน อนันตกาล
สุขสราญ ปานเทพเทวดา

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รู้จักตนได้ (เทพไท้ลงรักษา) รู้ว่าตนเป็นคนเช่นไร เทพไท้ก็รู้ เป็นผู้..ที่ เป็นคนดี มีสติ เป็นบัณฑิต ฝึกตนอย่างเต็มที่ ทุ่มสุดชีวี ฝึกสติ ฝึกตน

รู้จักตนได้
(เทพไท้ลงรักษา) 

รู้ว่าตนเป็นคนเช่นไร เทพไท้ก็รู้
 เป็นผู้..ที่ เป็นคนดี มีสติ
เป็นบัณฑิต ฝึกตนอย่างเต็มที่
ทุ่มสุดชีวี ฝึกสติ ฝึกตน

คนพาล นั้น ไม่รู้จักตน
ดิ้นรน หลงระเริงไป ในโลกโลกีย์
ผลาญเวลาที่
ล้ำค่า เทวดาหนี
คนขาดสติ คนดีขยาด

อัตตัญญุตา รู้จักตน เป็นคนเช่นไร
สำคัญหลาย เป็นสัตบุรุษ คนดี
 สอนตน เตือนตนได้ คน
มีสติ
ทุ่มชีวี ทำพระนิพพานให้แจ้ง

อัตตัญญุตา รู้ว่าเกิดมา มีกรณียกิจ
ทุ่มชีวิต มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย
มัตตัญญุตา ผ่านศูนย์กลางกาย
ใจหยุดใจนิ่งให้ได้ ใจสันโดษ

กาลัญญุตา รู้จักเวลา กิจวัตร
ใช้เวลาประหยัด อย่างมีประสิทธิภาพ
ทุกวินาที มีสติกำกับ
มีคุณภาพ ไม่สูญเปล่า

ปริสัญญุตา เป็นคน รู้จักเข้าวัด
เข้าไม่ขาด แสวงบุญสร้างบารมี
หนีวัฏฏสงสาร คุกประหาร สุดชีวี
เต็มที่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง

ปุคคลปโรปรัญญุตา รู้จักท่าน 
ติดตามมหาปูนียาจารย์ สู่สุดธรรม
อาศัยท่าน มิฉนั้น ยากล้ำ
หนีไอ้ดำ หนีคุกประหาร

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2565

ปัญหาทั้งหลาย (แก้ไขที่ตน) สิ่งที่ผิดพลาดจะหมดไป ต้องแก้ไข ด้วยตนเอง คนเสงเครง เมื่อเกิดปัญหา พาลว่าคนอื่น ปัญหาทั้งหลาย มีขึ้น ที่ใจของเราก่อนอื่น นั่นเอง

 ปัญหาทั้งหลาย
(แก้ไขที่ตน)

สิ่งที่ผิดพลาดจะหมดไป ต้องแก้ไข ที่ตนเอง
คนเสงเครง เมื่อเกิดปัญหา พาลว่าคนอื่น
ปัญหาทั้งหลาย มีขึ้น
ที่ใจของเราก่อนอื่น นั่นเอง

แปลกนัก ปัญหาจักหมดไป ถ้าใจเราบริสุทธิ์
อย่าลืมว่า ใจหยุด เป็นที่สุดของบุญ
บุญขจัดบาป ปัญหาจึงสาบสูญ
เลิกอาดูลย์ เมื่อมีปัญหา ให้หมั่นรักษาใจ

เมื่อมีปัญหา ท่านจึงว่า ให้อดทนอดกลั้น
อย่าตีโพยตีพายอย่างนั้น ปัญหาจะบาน
ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป เรารู้กัน
ทำใจนิ่งๆนุ่มๆ ขยัน นั่งสมาธิ

ทำพระนิพพานให้แจ้ง แสวงบุญสร้างบารมี
จึงไม่อาจที่ จะประมาท ขาดตอน
เป็นกิจกรณีย์ ของชีวี หลวงพ่อฯท่านสอน
ความทุกข์ร้อนรอโอกาศ แม้ประมาท นิดเดียว

บุญกับบาป กำกับใจ
ประมาทเมื่อใด ใจไม่แจ่มใส ปัญหาใหญ่จะมา
การประคองใจ ก็คือการประคองชีวา
ใจต้องเฝ้ารักษา ไม่ให้จับผิด คิดร้าย

ผู้ประมาท ดูเบา เฝ้าคิดร้าย ว่าร้าย
ปัณหาทั้งหลาย เกิดจากตน
ไม่มีใครกล้า ว่ากล่าว ด้วยดื้อล้น
เป็นคนไม่ฟังคำคน คิดแต่ว่าตนดีเลิศ

อัตตัญญุตา ท่านจึงมีมา ให้รู้ว่าสำคัญ
ให้รู้จักตน แม่นมั่น รู้สึกตัว
เมื่อเกิดปัญหา ก็อย่ามา เมามัว
จงรู้ตัว อย่ามัว โทษคนอื่น

;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ปีใหม่ชีวิตใหม่ (สดใสยิ่งกว่าเดิม) :: ขึ้นปีใหม่ ปรับใจ ให้เห็นตรง ไม่ไปทางโค้ง มีคนโกง กับดัก ไม่ปล่อยใจ ไหลตามกระแสกิเลส นำชัก จงตระหนัก แสวงบุญญา สร้างบารมี

ปีใหม่ชีวิตใหม่
(สดใสยิ่งกว่าเดิม)

ขึ้นปีใหม่ ปรับใจ ให้เห็นตรง
ไม่ไปทางโค้ง มีคนโกง กับดัก
ไม่ปล่อยใจ ไหลตามกระแสกิเลส นำชัก
จงตระหนัก แสวงบุญญา สร้างบารมี
ชนะตนให้ได้ ไม่หมกมุ่นมัวเมา
ไม่เป็นแมงเม่า หลงบินเข้าไฟ
ไม่ประมาท เลิกเด็ดขาด อบายมุขทั้งหลาย
ไม่เสียเวลาไป โดยไร้ประโยชน์
ทุ่มชีวี ฝึกสติ มิประมาท
ด้วยรู้เช่นเห็นชาติ การขาดสติ
ติดในกามคุณ หมกมุ่นโลกีย์
อยู่ดีดี ก็เกิดโรคร้าย ไร้ทางเยียวยา
ปรับความเห็นให้ตรง ไม่หลงทาง 
 อยู่อย่าง ผู้มีสติ
 นำใจเข้ากลาง ตามทางบุญ ที่มี
จึงจะมีสติ ถูกต้อง ตามคลองธรรม
มีโยนิโสมนสิการ ท่าน สอนไว้
ปัญญาใส ใจแยบคาย คิดค้น
ใจนุ่มนวล ควรแก่การ ปรับตน
ทนคน ทนคำสอนสั่ง
มีปัญญา มีธัมมัญญุตา
รู้บุญญา สาเหตุแห่งสุข
ล้ำค่า ขจัดบาปเหตุแห่งทุกข์
นำสุขสมปราถนา ให้กะชีวิต
มีปัญญา มีอัตถัญญุตา
รู้ซึ้งธรรมา จึงมีศรัทธายิ่ง
มุ่งทำพระนิพพานให้แจ้ง จริง 
และอย่างยิ่ง แสวงบุญ สร้างบารมี
มีปัญญา มีอัตตัญญุตา
มีสุขสมอุรา อยู่ภายใน
เห็นตน เป็นคนกิเลสหลาย
เห็นกายหยาบ เหมือนกับ เสื้อผ้า
มีปัญญา มีมัตตัญญุตา
เกิดจาคะ สละอารมณ์
 วางใจถูกส่วน สุขบรม
อารมณ์เป็นหนึ่ง นิ่งนาน
 
มีปัญญา มีกาลัญญุตา
รู้จักกาละ ว่าเป็นของน้อย
รู้ว่าภาวนานั้นประเสริฐ เลิศลอย
เวลาเหลือน้อย ทุ่มชีวิต
มีปัญญา มีปริสัญญุตา
เลือกสถานศึกษา วัดวาถูก
ไม่ถูกจูงจมูก
เข้าวัดถูก สุขสมปราถนา
 มีปัญญา มีปุคคลปโรปรัญญุตา
รู้จักหาครู ปูชนียาจารย์
มีศรัทธา มหาศาล
ติดตามท่าน ถึงสุดธรรม
ปีใหม่ชีวิตไหม่
ให้มีใจ อยู่ที่วัด
แสวงบุญ สร้างบารมี มิขาด
ธรรมปฏิบัติ สม่ำเสมอ

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

รู้จักตน (ชนะตน คนเก่งแท้) อัตตัญญุตา เป็นผู้ที่ว่า รู้จักตน รู้จักเหลือล้น ด้วยธรรมจักขุ ทะลุปรุโปร่ง รู้จักตนได้ จึงไปรู้สิ่งอื่นชัด ไม่พลัดหลง ใจจึงปลดปลง ตรงไปหา กัลยาณมิตร

รู้จักตน
(ชนะตน คนเก่งแท้)

อัตตัญญุตา เป็นผู้ที่ว่า รู้จักตน
รู้จักเหลือล้น ด้วยธรรมจักขุ ทะลุปรุโปร่ง
รู้จักตนได้ จึงไปรู้สิ่งอื่นชัด ไม่พลัดหลง
ใจจึงปลดปลง ตรงไปหา กัลยาณมิตร

อัตตัญญุตา สำคัญนัก จึงจัก มัตตัญญุตา
คือรู้จักประมาณ นั่นหละ หรือความพอดี
ไม่ปล่อยให้ตัณหา มาบงการชีวี
จึงจะมี..ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิม้งสา..งานสำเร็จ

มัตตัญญุตา รู้จักประมาณ ในการใช้ชีวิต
รู้จักคิด อุทิศตนต่อคนทั้งหลาย
ต้องอยู่อย่างสันโดษ สมถะ เรียบง่าย
ต้องใส่ใจ ประหยัดสุด ประโยชน์ สูง

รู้จักประมาณ ให้เหมาะสม กับกาลเวลา
เรียกว่า กาลัญญุตา จัดกาลเวลาได้เหมาะสม
มีกิจวัตรที่ดีงาม ตามเวลา อย่างกล่อมกลม
ฝึกฝนอบรม ตนเอง อย่างเคร่งครัด

ปริสัญญุตา รู้จักชุมชน คนภายนอก
ไม่ถูกหลอก..ให้เชื่อ หลงไหลตามใครเขา
เข้าไปศึกษา ตรวจสอบ ไม่ดูเบา
เหมือนองค์พระพุทธเจ้า เข้าไปตามสำนัก

ศึกษาตรวจสอบ รอบคอบ อย่างถ่องแท้
นั่นแหละ ถ้าไม่ใช่ จึงตัดใจ ไปที่ใหม่
เหมือนกับ หลวงพ่อครูไม่ใหญ่ 
กว่าจะได้ พานพบ ประสพกับยายฯ

ปุคคล ปโร ปรัญญุตา รู้จักว่าบุคคล
ดีเหลือล้น ที่ตนแสวงหา
เหมือนหลวงพ่อฯ พบคุณยายฯ นั่นหละ
คุณยายฯอุตส่าห์ ซ่อนอยู่ในรูป ซูบผอม

หลวงพ่อฯธรรมปฏิบัติ จึงอัตตัญญุตา
จึงเป็นธรรมดา ดั้นด้น ค้นหาอาจารย์
อัตตัญญุตา สำคัญนัก ต่อชีวัน
การภาวนา หรืออัตตัญญุตานั้น จึงขาดไม่ได้

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

มีสัตบุรุษ (เป็นที่สุดของมงคล) ได้ใกล้ชิดสัตบุรุษ เป็นที่สุด ของผู้ต้องการความเจริญ แม้พบพานโดยบังเอิน เพียงครั้งเดียวก็ตาม

มีสัตบุรุษ
(เป็น
ที่สุดของมงคล)


 ได้ใกล้ชิดสัตบุรุษ เป็นที่สุด ของผู้ต้องการความเจริญ
แม้พบพานโดยบังเอิน เพียงครั้งเดียวก็ตาม
ชีวิตพลิกผัน ช่างอัศจรรย์เหลือล้ำ
ส่วนอสัตบุรุษ แม้พบเป็นประจำ ไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น

สัปปุริสสูปสังเสวะ การได้ฟังธรรมสัตบุรุษ สุดประเสริฐ
มีชีวิตบันเจิด ขึ้นได้ง่ายๆ
ส่วนอยู่ร่วมกับอสัตบุรุษ แม้อยู่ด้วยกัน จนวันตาย
ก็ยังงมงาย โง่เง่า เป็นเต่าอยู่เหมือนเดิม

ชีวิตเราเกิดมา มีหน้าที่ หาครูดีสัตบุรุษ 
โชคดีสุด ของมนุษย์ ได้เดินตามท่าน
เหมือนคุณยายฯ หรือหลวงพ่อฯ อย่างนั้น
ชีวิตของท่าน ตามหาครูอาจารย์ ก่อนอื่น

หลวงปู่ฯหลวงพ่อฯคุณยายฯ ไม่ธรรมดา
มีคุณวิเศษ ยากจักหา ท่านเป็นสัตบุรุษ
มหาชนถวายชีวิต อุทิศเพื่อท่าน กันอุตลุด
ท่านสอนคน รักษาตนให้บริสุทธิ์ เป็นที่สุดของชีวิต

ในพุทธกาลสมัย ครหทินน์ ได้อาศัยสิริคุตต์
จึงได้เข้าถึง องค์พระพุทธเจ้า
หลวงพ่อครูไม่เล็ก ได้อาศัย หลวงพ่อครูไม่ใหญ่ ของเรา
จึงได้เลิกลาวิชามาร ของเก่า
เข้าถึงคุณยายฯ


สัตบุรุษมีลักษณะ ๗ ประการ ค้นหาท่านให้พบ
แล้วน้อมนบ เข้าหา ฝากตัวเป็นศิษย์
ละทิ้งเพื่อนเก่า ชวนกินเหล้า ให้สนิท
เดินไปยังทิศ ที่สว่าง ทางสวรรค์

สัตบุรุษ มีลักษณะ ธัมมัญญุตา ข้อที่หนึ่ง
คือรู้ยิ่งถึง เรื่องโลก และชีวิต
รู้ลึกซึ้ง ถึงเรื่องความบริสุทธิ์ ความถูกต้องดีงาม ที่มารปกปิด
ใครจะคิด บุญบาปลิขิต ชีวิตให้เป็นไป

มีคนจำนวนมาก ยังมากมิจฉาทิฏฐิ
ขาดสัมมาสติ คิดว่าเป็นฝีมือของพระเจ้า
งมงาย สวดอ้อนวอน ขอพรเอา
แม้ได้มา แต่เจ้า..รู้ไหม ไม่ต่างอะไรกับปลาหลงเหยื่อ

ข้อสอง อัตถัญญุตา รู้จักว่าผล ของบุญบาป
เป็นกรรมวิบาก วัฏฏจักร ของกฎแห่งกรรม
ฉายออกมาจากใจ ปรากฎออกไป เป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน
เป็นภาพซ้ำกัน..กับอดีต อย่าคิดว่าเป็นของใหม่

เมื่อรู้ว่าเป็นภาพเก่า เราจึงต้องอดทนอดกลั้น
 ชดใช้มัน และยังได้ขันติบารมี
เรื่องร้าย กลับกลายเป็นดี
และสำคัญที่ รู้ทัน หรืออัตถัญญุตา

ข้อที่สาม อัตตัญญุตา รู้จักว่าตนเป็นอะไรบ้าง
เป็นหลายๆอย่าง 
เป็นพ่อเป็นแม่..ฯเป็นต้น
ต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ ของตน
ที่สำคัญเหลือล้น เป็นมนุษย์ หน้าที่ดีสุด จงรีบรุด เร่งสร้างบารมี

ข้อที่สี่ มัตตัญญุตา รู้จักประมาณ หรือพอดี
ซึ่งจะต้องมีปัญญาดี จึงจะพอดีได้
มีสติ หยุดใจไว้ในตัว จึงต้องใช้
หยุดภายนอกไม่ได้ ไม่ใช่สัมมาสมาธิ

หยุดใจไว้ในตัว ใจจึงสุข ถูกเมตตา
ความปราถนา..ลามก จะไม่มี
ใจรักสันโดษมักน้อย จึงค่อยมีความพอดี
ความมักมากไม่มี ความพอดีจึงเกิด

  ข้อที่ห้า กาลัญญุตา รู้จักว่า เวลาเป็นของน้อย
เวลาไม่คอย ไม่มีถอยมา
 ปรารภความเพียรเร็วไว อย่าปล่อยไป เวลา
ทำพระนิพพานให้แจ้ง เร็วๆเข้าหนา อย่าประมาท

 ข้อที่หก ปริสัญญุตา เข้ากับหมู่คณะได้
อดทนไว้ เพื่อจะได้ สร้างบารมี
เหมือนคุณยายฯ ยอมคนได้ ปัญหาจึงไม่มี
ชีวิตยอมพลี ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

ข้อที่เจ็ด ปุคคลปโรปรัญญุตา ไม่ธรรมดา มองคนออก
เหมือนครูไม่ใหญ่ ดูคุณยายฯออก บอกว่าใช่
จึงกราบ ฝากตัวเป็นศิษย์ ติดตามไท้
วัดพระธรรมกาย ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยฝีมือยายฯสัตบุรุษ

;;;;;;;;;;