แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญกิริยาวัตถุ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุญกิริยาวัตถุ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2565

อย่าเอาแต่ทาน (ทำบุญนั้นมีตั้ง๑๐วิธี):: บุญกิริยาวัตถุ วิธีทำความดี มีตั้ง๑๐อย่าง เป็นอุปกรณ์เดินทาง ชีวิต หลังจากตาย ต้องเดินทางไกล สุดขีด อุปกรณ์ไม่ครบ ชีวิต ย่อมเดือดร้อน

อย่าเอาแต่ทาน
(ทำบุญนั้นมีตั้ง๑๐วิธี)

บุญกิริยาวัตถุ วิธีทำความดี มีตั้ง๑๐อย่าง
บุญ เป็นอุปกรณ์เดินทาง ชีวิต
หลังจากตาย ต้องเดินทางไกล สุดขีด
อุปกรณ์ไม่ครบ ชีวิต ย่อมเดือดร้อน
รู้ตัวไว้บ้าง ที่นั่งๆนอนๆได้ ในทุกวันนี้
ด้วยบุญเก่าก่อนกี้ เคยทำดีเอาไว้
ผู้ประมาท ขาดสั่งสมบุญก่อนตาย
เป็นเหมือนคนล้มละลาย ตายทั้งเป็น

หนึ่ง ทานมัย บุญสำเร็จได้ ด้วยทาน
ข้าวปลาอาหาร มีกินมีใช้ ไม่ขาด
เป็นเศรษฐีใจบุญ มากด้วยทรัพย์สมบัติ
จงประหยัดสุด ประโยขน์สูง มุ่งทำทาน
สอง สีลมัย บุญสำเร็จได้ ด้วยรักษาศีล
สำรวมกายวาจาเป็นอาจิน ไม่ว่าร้าย ไม่ทำร้าย
ศีลเป็นอริยทรัพย์ ต้นสมบัติใหญ่
ศีลดีหลาย ได้รูปสมบัติ และขจัดโรคภัยทุกชนิด
  สาม ภาวนามัย บุญสำเร็จได้ ด้วยฝึกใจให้มีสติ
คอยรักษาอารมณ์ให้ดี เอาใจไว้ที่ ภายในตน
ใจนิ่งใสสว่าง หายหมองหม่น
 มีสุขล้น สมปราถนา ได้มาง่ายๆ
 สี่ อปจายนมัย บุญสำเร็จได้ ด้วยการอ่อนน้อมถ่อมตน
จะเป็นคน ยิ่งใหญ่ ต่อไปภายหน้า
ได้พรสี่ประการ อันได้ยากยิ่ง นำพา
คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ นั่นเอง
 ห้า ไวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จได้ ด้วยขวนขวาย ช่วยเหลือ
ไม่เป็นเบื้อ ดูดาย ในกิจของคนอื่น
ช่วยบุคคล และหมู่คณะ หน้ายิ้มชื่น
  ปวงประชาระเริงรื่น รักใคร่
  หก ปัตติทานมัย บุญสำเร็จได้ ด้วยการแผ่บุญ
บุญไม่สูญ แต่เพิ่มพูน ทับทวี
อุทิศบุญไป ให้หมู่ญาติ ได้โอกาศอันดี
ได้บุพพเปตพลี เป็นคนดี ที่ตกน้ำไม่ไหล
เจ็ด ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จได้ ด้วยอนุโมทนา
มีใจยินดี ปรีดา ไม่อิจฉาตาร้อน
มีมุทิตา ประดุจบิดามารดร
ความทุกข์เดือดร้อน จะไม่มี

 แปด ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จได้ ด้วย การฟังธรรมตามกาล
ใจสว่างฉับพลัน สารพันปัญหา มลายสูญ
บุญหลั่งไหล นำโชคดีมาให้ หมดอาดูร
เพิ่มพูน ปัญญาบารมี
 เก้า ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วย ธรรมทาน
ให้ทางพ้นผ่านภัยพาล ในวัฏฏสงสาร
ทางสายสมบัติ สุขสมปราถนาทุกประการ
ให้ธรรมทาน ได้ชื่อว่าให้สูงสุด
 สิบ ทิฏฐุชุกัมม์ บุญสำเร็จด้วย การทำความเห็นให้ตรง
สัมมาทิฏฐิ ดำรง ตรงต่อพระรัตนตรัยในตัว
เดินตามทาง ผ่านศูนย์กลางกาย ทั้งสุขทั้งสว่าง กระจ่างทั่ว
เข้าถึงพระรัตนตรัยในตัว คือพระธรรมกาย

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ชีวิตน่ากลัวนัก (ด้วยไม่รู้จักมโนกรรม) :: กฎหลักกฎเหล็ก กฎแห่งกรรม คนทั้งหลาย ฟังแล้วขำ และรำคาญ ทำตนเป็นปลาตาย ไหลตามน้ำทั้งนั้น ขยันหาเงิน เพลิดเพลินทางโลก

ชีวิตน่ากลัวนัก
(ด้วยไม่รู้จักมโนกรรม)

กฎหลักกฎเหล็ก กฎแห่งกรรม
คนทั้งหลาย ฟังแล้วขำ และรำคาญ
ทำตนเป็นปลาตาย ไหลตามน้ำทั้งนั้น
ขยันหาแต่เงิน เพลิดเพลินทางโลก
ไม่เชื่อเรื่องโลกนี้โลกหน้า
ไม่เชื่อว่าพระคุณมารดาบิดา มีจริง
ไม่เชื่อว่า เทวดามี ขำกลิ้ง
ไม่เชื่อจริงๆ ว่ามีผู้หมดกิเลส
ผู้ไม่เชื่อทั้งหลาย ไปสู่อบายทั้งนั้น
ยากหลาย อย่าฝัน ขึ้นสวรรค์ ไม่ง่าย
เกิดเป็นมนุษย์ยิ่งยาก ยิ่งกว่ายากสุดใจ 
หลวงปู่ฯจึงได้ ตั้งใจปราบมาร
กุศลกรรมบถ และอกุศลกรรมบท
ไม่มีใครกำหนด เป็นกฎธรรมชาติ
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ชัด
ไม่เกินไม่ขาด แต่ละอย่าง ต่างก็มี๑๐
ทางทำดีมี๑๐ นี้คือ กุศลกรรมบท 
ส่วนทำชั่วทั้งหมด อกุศลกรรมบท ก็มี๑๐
 กายกรรม๓ วจีกรรม๔ มโนกรรม๓ รวม๑๐
เป็นบุญก็๑๐ เป็นบาปก็๑๐ รวม๒๐กรรม
กุศลกรรมบท ทางกาย มี๓ นามว่า
ไม่ฆ่า ไม่ลัก ไม่เจ้าชู้
วจีกรรม๔ไม่โกหก ไม่ส่อเสียด เป็นคู่
และเป็นผู้ ไม่พูดหยาบ ไม่เพ้อเจ้อ
กุศลกรรมบท ทางใจ มโนกรรม๔
มี ไม่คิดโลภ ไม่คิดพยาบาท
ไม่มีความคิดเห็นผิดเป็นชอบ ตระบัด
ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีเว้น
มโนกรรม เป็นที่สุดของกรรม
พูดกับทำ กรรมอ่อนกว่า
เพียงคิดอยู่ในใจ นี่หละ
แต่ว่า คนทั้งหลายไม่ใส่ใจเลย
มโนกรรมทางกุศล เลิศล้น คือสมาธิ
เจริญสติ ภาวนา
กระทั่งใจ ใสสว่างจ้า
เกิดสุขอุรา มีเมตตาเกิดขึ้น
สวดมนต์นั่งสมาธิ จึงเป็นกรณียกิจ
ต้องสวดเนืองนิจ ไม่ขาด
มิฉนั้น นั่นหรือ คือประมาท
และทุ่มชีวาต ประพฤติธรรม

;;;;;;;;;;