แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมตตาม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เมตตาม แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564

บุพการี (ปกป้องภัยร้ายสุดชีวีให้บุตร) มี เมตตาบารมี กับ อุเบกขาบารมี เป็นบุพพการีได้ เป็นลักษณะของแม่ไก่ ปกป้องลูกไก่ สุดชีวา สู้ภัยร้าย อีเหยี่ยว และอีกา มีอานุภาพ ปราบมารา กระเจิง

บุพการี
(ปกป้องภัยร้ายสุดชีวีให้บุตร)

เมตตาบารมี กับ อุเบกขาบารมี บุพการีคุณธรรม
มีอานุภาพเลิศล้ำ ประจำบุพการี
ปกป้องผองภัยให้ลูกๆได้ ด้วยชีวี
ไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี ของมารี ที่มีอานุภาพ
 แม่ไก่ ปกป้องลูกไก่ ไว้ได้ จากเหยี่ยวร้าย 
น่าอัศจรรย์ใจ เป็นไปได้ ไม่ธรรมดา
สู้ด้วยชีวิต มีฤทธื์ เหนือมารา
คุณธรรมบุพการี นี่หละ ปราบมาร
อธิษฐานบารมี นี้ จึงสำคัญยิ่ง
ขาดปัญญาจริง จะ อธิษฐานผิด
เกิดนอกศาสนาพุทธ หลุดจากวงจรสร้างบารมี สู่ทางมืดมิด
หรือแม้เกิดในพุทธ ก็หมดสิทธิ์ ถ้าไม่รู้จักฤทธิ์ ธรรมกาย

ไม่รู้จักศูนย์กลางกาย เสียดาย ไปไม่ถึง
ไม่ซาบซึ้ง เมตตาบารมีและอุเบกขาบารมี
ฤทธิ์อานุภาพน้อย ยอมถอย ไม่รักศักดิ์ศรี
ยอมหมู่พาลี ชี้นำ ทำลายศาสนา

พุทธแท้ นั้นแน่ เหมือนแม่ไก่
เมตตาสุดใจ ไม่กลัวภัย ด้วยอุเบกขา
คือปล่อยวางชีพตน เพื่อชนประชา
กอบกู้ธาตุธรรมา ไม่กลัวฟ้าไม่กลัวดิน

เมตตาบารมี กับอุเบกขาบารมี นี้สำหรับพระโพธิสัตว์
กอบกู้ธรรมธาตุ จากมือมาร
มารยัดกิเลส สร้างเหตุ ก่อการ
ควบคุมสรรพสัตว์ สู่โรงประหาร นรก

มหาปูชนียาจารย์ ท่านมาเพื่อการนี้ โดยเฉพาะ
มาสู่ยุคที่เหมาะ กับการสร้างบารมี
ยุคที่มีภัยพิบัติ ที่หมู่มารเลวชาติ ออกฤทธี
จึงเป็นหน้าที่  ของธาตุธรรมฝ่ายขาว เราต้องมา


จึงเป็นที่มา ของพระกับมาร
รุกรบรอนราน กันมานานนัก
ที่ที่สุดแห่งธรรม ธรรมกายขาวกับดำ ประลองฤทธิ์ หาญหัก
อัศจรรย์ยิ่งนัก เหมือนฝัน มันเป็นได้ไง

เมตตาบารมี ปราถนาดี มิสิ้นสุด
กระแสเมตตาองค์พระพุทธฯ มีอานุภาพ
ให้คนได้สติ เหมือนองคุลีมาลย์ ยอมรับ
ได้สติ หมอบก้มกราบ ขอบวช

หรือนายขมังธนู ยกธนูจะยิงพระองค์
กระแสเมตตาฉายส่ง ยิงไม่ลง ตัวแข็งค้าง
ได้สติ ทิ้งธนู บูชาพระองค์ ขอบวชล้าง
เดินตามหลัง ทุกก้าวย่าง สร้างบารมี

เรื่องส่วนตน ให้วางอุเบกขา เรื่องศาสนา อุเบกขาวาง
พลีชีพตั้ง กวาดล้างภัยศานา
ไม่ใช่ ปล่อยวาง ปล่อยให้ย่ำยี นั่นมันปล่อยทิ้งนี่นา
ปล่อยวางอุเบกขา ต้องรักษาศาสนาด้วยชีวิต

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2561

ปลาตายทั้งนั้น (ไหลตามกันลงทะเล) :: น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็น ปลาตาย คนก็คล้าย ปลา บัณฑิตนำมา สอน

ปลาตายทั้งนั้น
(ไหลตามกันลงทะเล)

น้ำร้อนปลาเป็น
น้ำเย็น ปลาตาย
คนก็คล้าย ปลา
บัณฑิตนำมา สอน

ปลาเป็นขยันว่าย
ไม่แวะไป หลับนอน
บัณฑินสอน
ให้ขยัน ฝ่าฟัน ปัญหา

น้ำร้อน คือที่มีปัญหา
ไม่หนีหน้า หลบไป
ทุกข์ยากเพียงไร
อดทนสู้ตาย ไม่ย่อท้อ

ละชั่วทำดี ทำใจ
ให้ผ่องใส ละออ
ไม่ถอยไม่ท้อ
สู้ต่อ ถึงสุดธรรม

โลกนี้ ไม่ใช่ที่
หลับนอน เกียจคร้าน
อย่าคิดฟุ้งซ่าน
ร่านไป ในกามคุณ

ทุกขณะจิต
ให้คิด กักตุน
สะสมบุญ สร้างบารมี
มุ่งไปที่ พระนิพพาน

ปลาตาย
นอนหลับไหล ไม่รู้ร้อน
ไม่สะดุ้งภัยที่จร
นอนอยู่ได้

เหมือนฝูงสุนักป่า
ใกล้เข้ามา จะเอาตาย
แต่ปลาหลับไหล
นอนยิ้มได้ น่าคลั่งใจแท้

คนทั้งหลาย
ก็หลับไหล คล้ายๆปลา
เมามัวเหมือนบ้า
อยากรวย อยากสวย ทั้งนั้น

ไม่รู้สึกรู้สา
ผลาญเวลากัน 
ปลาตายทั้งนั้น
ไหลตามกัน ลงทะเล

อนึ่ง น้ำร้อนปลาเป็น
อาจเช่น วาจาคน
พูดจาสัปดน
ทำให้คนร้อน 

หรือพูดจาขวานผ่าซาก
คนสำรัก ขมขื่น
หรือเล่นลิ้นลื่น
ฟื้นฝอย หาตะเข็บ

และ น้ำเย็นปลาตาย
อาจพูดด้วยใจ เมตตา
เหมือนฝนตกลงมา
พาชื่นฉ่ำเย็น

มีความรู้สึกดี
มีใจ รักใคร่
เกิดศรัทธาเลื่อมใส
ตั้งใจ ฟังธรรม

และ คนพูดโผงผาง
แต่หวังดี ก็มีบ้าง
คนพูดดีจัง
แต่หวังร้ายก็มี

ปากปราศรัย
ใจเชือดคอ ระวังให้ดี
จงตั้งสติ อย่าเชื่อใจทาง
อย่าวางใจคน 

;;;;;;;;;