วันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2566

สติเป็นธรรม (ค้ำชีวิต) สติเป็นธรรม เครื่องตื่นอยู่ในโลก ดับทุกข์โศก ในโลกตัณหา มาอยู่ทางธรรม ทางบุญญา ทานศีลภาวนา ทางสายกลาง

 สติเป็นธรรม
(ค้ำชีวิต)


สติเป็นธรรม เครื่องตื่นอยู่ในโลก
ดับทุกข์โศก ในโลกตัณหา
มาอยู่ทางธรรม ทางบุญญา
ทานศีลภาวนา ทางสายกลาง

การฝึกสติ นั่งสมาธิ เป็นกรณียกิจ
บัณฑิต ฝึกสติ เป็นประจำ
มีหิริโอตัปปะ เกลียดกลัวอบายล้ำ
ฝึกประจำ ภาวนา ไม่ประมาท

ผู้มีสติ มีความเจริญทุกเมื่อ
ไม่มีหน่ายไม่มีเบื่อ ทำความดี
 แสวงบุญ สร้างบารมี
ทั้ง
โลกหน้าโลกนี้ มีแต่ความเจริญ

คนมีสติ ทุกวินาที มีความหมาย
 โชคดีหลาย ได้สั่งสมบุญ
หลังตาย ไปอบาย ถ้ามัวหมกมุ่น..
ตัณหากามคุณ ทางโลก

คนมีสติ ย่อมมีแต่ความสุข
 หมดทุกข์ ปีติสุข สมปราถนา
บุญคือสิทธิธาตุ ไม่ธรรมดา
เป็นอัตตา ตัวตนของเรา

บุญเท่านั้น ติดตามท่าน ในปรภพ
จึงประสพสุขได้ ไปสวรรค์
บำเพ็ญทาน การกุศล จึงสำคัญ
เป็นประตูสวรรค์ นิพพาน

คนมีสติ เป็นผู้ประเสริฐทุกวัน
 ดีเลิศ เหนือชั้น มนุสสเทโว
 คนเหนือคน มนุสสมนุสโส
มีปีติ สุขโข ด้วยมีสติ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผู้ไม่ขยัน (ครอบครัวมีปัญหา) คนขยัน ไม่ปล่อยเวลาผ่าน ส่วนมากนั้น ไม่เอาใจใส่ เวลามนุษย์ สุดอจินไตย มนุษย์เท่านั้น หาบุญได้ รู้หรือเปล่า

 ผู้ไม่ขยัน
(ครอบครัวมีปัญหา)


คนขยัน ไม่ปล่อยเวลาผ่าน
ส่วนมากนั้น ไม่เอาใจใส่
 เวลามนุษย์ สุดอจินไตย
มนุษย์เท่านั้น หาบุญได้ รู้หรือเปล่า

ล่วงทุกข์  ด้วยความเพียร
อยากเป็นเซียน เพียรรักษาสติ
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง เต็มที่
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นชีวิต

 หมั่นทำงานที่เหมาะ ก็หาทรัพย์ได้
ปัญญาใส มองงานได้ทะลุ
ก่อนอื่นใด รักษาสติให้ได้ จึงรู้
และบารมีค้ำอยู่ จึงเป็นผู้สำเร็จ

ไม่เกียจคร้าน ใจนั้นย่อมสงบ
หมั่นทำความดีลบ..ล้าง ความชั่ว
ทำงานด้วยจิตฉันทะ หมู่มารกลัว
ใจไม่มืดมัว สงบ สว่างใส

ประโยชน์ เกิดยาก ในผู้เกียจคร้าน
การงาน เป็นอากูล วุ่นวายโลกีย์
ชีวิตมีทุกข์ สุขยากจะมี
คนเหล่านี้ มีชีวีสูญเปล่า

ผู้ขยัน ย่อมมีการงานโดยชอบ
ประกอบ..กิจ ด้วยฉันทะ สงบสุข
รักงาน รักเพื่อนบ้าน ไร้ทุกข์
ไม่เอา โลกียสุข สนุกสนาน

งานคั่งค้าง เป็นอากูล อัปมงคล
อันเป็นผล ของครอบครัวมีปัญหา
ไม่เลี้ยงดูบุตร ไม่สงเคราะห์ภรรยา
ไม่บำรุงบิดามารดา นั่นเอง

;;;;;;;;;; 

วันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2566

กรรมเวรมีแท้ (ให้แผ่เมตตาเสมอ) เวรของผู้จองเวร ไม่ระงับ เหมือนเทวทัต ทำกับ พระพุทธองค์ ทำได้ไง กับพระผู้สูงส่ง กฎแห่งกรรมนี้ ยิ่งยง คงที่เสมอ

 กรรมเวรมีแท้
(ให้แผ่เมตตาเสมอ)


เวรของผู้จองเวร ไม่ระงับ
เหมือนเทวทัต ทำกับ พระพุทธองค์
ทำได้ไง กับพระผู้สูงส่ง
กฎแห่งกรรมนี้ ยิ่งยง คงที่เสมอ

โลกโลกีย์ ไม่อาจหนี กฎแห่งกรรม
พระต้องย้ำ รักษาสติ
บัณฑิตมีปัญญา ฝึกสมาธิ
หนีโลกีย์ ทำพระนิพพานให้แจ้ง

 ไม่จองเวร ย่อมระงับเวรได้
การให้อภัย ยิ่งใหญ่ ไม่ธรรมดา
ผู้ไม่จองเวร สุขสมปราถนา
ไม่มีวิบากตามมา ส่งผล

มีเมตตา จึงให้อภัยได้
ใจต้องใส มีสติ
ทานศีลภาวนา กิจกรณีย์
มีขันติ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

เวรย่อมระงับ ด้วยไม่มีเวร
ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ การแผ่เมตตา
วัฏฏสงสาร ยาวนาน ธรรมดา
แน่นักหนา เราเคยก่อเวร

กาลไหนๆ เวรไม่อาจระงับเวร
ไฟก็เป็น ไม่อาจดับด้วยไฟได้
บาปเก่งนัก แต่แพ้บุญง่ายๆ
คนพาลใจร้าย แพ้พ่าย ขันติ

ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
คนพาลแพ้ใจ ผู้มีบารมี
กลับกลายเป็นมิตร มีจิตร่วมพลี
ร่วมชีวี เดินทางธรรม

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2566

วาจา (หน้าต่างของใจ) วาจา เป็น เช่นเดียวกับใจ หน้าต่างก็ใช่ ของใจนั่นเอง คิดไม่ดี ระวังวจี นะคนเก่ง บุญกระเตง หกง่ายๆ เสียดายบุญ

 วาจา
(หน้าต่างของใจ)



วาจา เป็น เช่นเดียวกับใจ
หน้าต่างก็ใช่ ของใจนั่นเอง
คิดไม่ดี ระวังวจี นะคนเก่ง
 บุญกระเตง หกง่ายๆ เสียดายบุญ

วาจางาม ทำประโยชน์ให้สำเร็จ
ปากเป็นเอก เลขเป็นโท
มีความรู้ความสามารถ ดูโก้
พูดวางโต ความโก้หายหมด

มีวาจาชั่ว ย่อมเดือดร้อน
ตนเองเป็นก่อน ใจรุ่มร้อนแน่ๆ
อุปสรรค ปัญหา จะตามแห่
เทวดาไม่รักษาแน่ หลีกหนีไป

คนโกรธโกรธา มีวาจาหยาบ
ไม่เกี่ยวกับฐานะ ลาภยศ
คนฟังไม่ยิ้มแย้ม ใจสลด
ความโกรธ โทษนัก ดับปัญญา

คนพูดไม่จริง ย่อมดิ่งลงนรก
ใจสกปรก นรกไม่เว้น
พูดนั้นง่าย ระวังไว้ นรกเห็น
กฎแห่งกรรม ไม่มีเว้น เป็นธรรมดา

คนสะอาด พึงรู้ได้ ด้วยถ้อยคำ
คนใจร้ายใจดำ ดูที่คำพูด
พูดกลอกลิ้ง เหมือนลิงเกาตูด
พูดอุตลุด แต่ไม่ทำ ตามสัญญา

ควรเปล่งวาจางาม ด้วยความเมตตา
เป็นเสน่หา ของมนุษย์
มีใจดีงาม ด้วยความรัก ประดุจ
มารดารักบุตร..น้อย กลอยใจ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2566

มิตรดี (มีแต่อยู่ในวัด) หมู่เกวียน ต่าง มิตรเดินทางของคน อบอุ่นล้น เมื่อมีมิตร ความโดดเดี่ยว หายเหมือนปลิด คนทำร้ายมิตร โง่สนิทจริงๆ

 มิตรดี
(มีแต่อยู่ในวัด)


หมู่เกวียน ต่าง มิตรเดินทางของคน
อบอุ่นล้น เมื่อมีมิตร
ความโดดเดี่ยว หายเหมือนปลิด
คนทำร้ายมิตร โง่สนิทจริงๆ

การบำเพ็ญทาน การหามิตร
สุดยอดมิตร กัลยาณมิตร นั่นเอง
การเข้าวัด ได้มิตรทั้งดีทั้งเก่ง
เสงเครงนอกวัด ตระหนี่จัด พึ่งไม่ได้

มารดา เป็นมิตรในเรือนตน
ทุกคน อบอุ่นนัก รักของมารดา
เป็นมิตรแท้ มิแปรผัน สละชีวา
ภัยทั่วทิศา ไม่อาจมากล้ำกลาย

สหายเป็นมิตร ที่สนิทสนม
มีความเกลียวกลม รักใคร่
มีความยินดี ปรีดา จริงใจ
ร่วมเป็นร่วมตาย ผูกใจร่วมทุกข์

ผู้ไม่ประทุษร้ายมิตร มีคนบูชา
มีปัญญา กตัญญู
 อภิชาติ ชีวาต ความเป็นอยู่
เหนือกว่าทุกผู้ เร่งลัด ปฏิบัติธรรม

ไม่ประทุษร้ายมิตร กตัญญูยิ่ง
คนจริง ตกน้ำไม่ไหล ไฟไม่ไหม้
ย่อมผ่านพ้นศัตรูทั้งปวง ไป
มีคุณธรรมใหญ่ ป้องกันภัย ทุกทิศ

ประทุษร้ายมิตร เลวแท้
เท่ากับทำร้ายพ่อแม่ นั่นแหละเธอ
คนอกตัญญู ในนรก มีเยอะ
มีกรรมหนัก ใครไม่เสมอ เทวทัต

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2566

ผู้มีปัญญา (จะไม่ขอเลย) ผู้มีปัญญา จะไม่ขอเลย บารมีชดเชย ให้เต็มอยู่เสมอ มีสันโดษสมถะ ยากจะเจอ ประหยัดสุดเสมอ เพื่อประโยชน์สูง

 ผู้มีปัญญา
(จะไม่ขอเลย) 

ผู้มีปัญญา จะไม่ขอเลย
บารมีชดเชย ให้เต็มอยู่เสมอ
มีสันโดษสมถะ ยากจะเจอ
ประหยัดสุดเสมอ เพื่อประโยชน์สูง

 ผู้ขอ ย่อมไม่เป็นที่รัก
ยากนัก จักเป็นผู้ให้
ต้องมีปัญญา มีศรัทธา จึงให้ได้
และเป็นผู้ใหญ่ มีใจนุ่มนวล

ผู้ถูกขอ ถ้าไม่ให้ ก็ไม่ดี
มิตรไมตรี ย่อมมีรอยร้าว
 นี่แหละพิษตัณหา น่าเศร้า
เมื่อใจเหงา กรรมเก่า จะเข้ามา

 เกลียดชังกัน ด้วยขอแล้วขอ
ยกเว้นแม่กับพ่อ เท่านั้นหละ
เป็นมิตรแท้ ไม่มีข้อแม้ เหมือนพระ
คนอกตัญญู จึงบาปหนา ท้านรก

ไม่ควรขอ สิ่งที่รัก จากเขา
เป็นเรื่องเศร้า เราทำร้ายมิตร
มิตรนั้นหนา ควรรักษาด้วยชีวิต
ภัยตามติด มีมิตรช่วยได้

วัฏฏสงสาร ภัยมหันต์ ต้องมีมิตร
บำเพ็ญทาน เป็นชีวิต มีมิตรมาก
แสวงบุญสร้างบารมี เป็นหลัก
เวทนานัก ไม่รู้จัก บำเพ็ญทาน

ยอดมิตร กัลยาณมิตร นั่นเอง
คนเก่ง และดี มีกัลยาณมิตร
ทำพระนิพพานให้แจ้ง กรณียกิจ
ทุ่มชีวิต ตามติด มหาปูชนียาจารณ์

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2566

ความประมาท (คู่กับคนพาล) ความประมาท ทาง แห่งความตาย คือปล่อยใจ ไปตามอารมณ์โลกีย์ ไม่รักษาใจ ไม่รักษาสติ ไม่ควบคุมให้ดี เอาใจไว้ในตน

 ความประมาท
(คู่กับคนพาล)


ความประมาท ทาง แห่งความตาย
คือปล่อยใจ ไปตามอารมณ์โลกีย์
ไม่รักษาใจ ไม่รักษาสติ
ไม่ควบคุมให้ดี เอาใจไว้ในตน

ปล่อยใจ ไปตามกระแสตัณหา
ยากนักหนา จะหลุดจะพ้น
กิเลสกรรมวิบาก เหมือนปลักโคลน
เวียนวน สังสารวัฏฏ์ นับชาติไม่ถ้วน

แสวงบุญสร้างบารมี มิประมาท
มาวัดไม่ขาด ปฎิบัติธรรม
มีหมู่คณะ คุ้มครองรักษา ประจำ
ชีวิตไม่ตกต่ำ บุญค้ำชู

ความประมาท เป็นมลทินผู้รักษา
ใจจะมืดหนา มีอารมณ์
อุปสรรคปัญหา ได้ท่า มาขย่ม
คนพาลทุกข์ระทม สมแก่กรรม

ความประมาท บัณฑิตชาติ ตำหนิ
ไม่มีเหลือ ไม่มีเผื่อ..ยกไว้
ไม่ว่าเป็นใคร ไม่ว่าเวลาไหน
ประมาทไม่ได้ อันตรายสุด

คนพาล ทำแต่ความประมาท
ย่อมไม่อาจ ขัดขืน กิเลสตัณหา 
เหมือนปลาในน้ำ ยากจะขึ้นบกมา
หมู่พาลา ยากนักหนา จะเข้าวัด

คนประมาท เศร้าโศกสิ้นกาลนาน
สู่วัฏฏสงสาร คุกประหาร เวียนว่าย
เสียน้ำตา มากกว่าน้ำมหาสมุทรใหญ่
ที่จะเป็นคนได้ใหม่ ลืมไปได้เลย

;;;;;;;;;;