วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

สุขทุกข์จากบุญบาปอดีต (เมื่อถึงขีดถึงคราว) ผู้ใด ผลัดวัน ประกันพรุ่ง ย่อมมีเรื่องยุ่ง..ยาก ในภายหลัง จากการงาน คั่งค้าง สุขสมหวัง ย่อมถอยห่างออกไป

 สุขทุกข์จากบุญบาปอดีต
(เมื่อถึงขีดถึงคราว)


ผู้ใด ผลัดวันประกันพรุ่ง
 ย่อมมีเรื่องยุ่ง..ยาก ในภายหลัง
จากการงาน คั่งค้าง
สุขสมหวัง ย่อมถอยห่างออกไป

 สุขทุกข์ เกิดจากบุญบาป ในอดีต
เมื่อถึงขีด ถึงคราว
ชื่อว่าเปลื้องบาป กรรมเก่า
สูเจ้า จงขันติ อดทน

สัตว์ทั้งหลาย ใฝ่หาสุข
 ผู้ใดแสวงสุข บนความทุกข์ คนอื่น
หลังตาย ย่อมไม่แช่มชื่น
มีทุกข์ขมขื่น รออยู่
สัตว์ทั้งหลาย ใฝ่หาสุข
 ผู้ใดแสวงสุข เว้นบาปกรรม
ใช้ชีวิต เดินทางธรรม
ย่อมมีบุญวาสนาค้ำ ทุกภพชาติ
ผู้หมั่น ในการงาน
สำคัญ ไม่ประมาท รอบคอบ
จัดการงานเรียบร้อย รับผิดชอบ
มหาชน มอบ ความไว้วางใจ
ถ้าคน พึงทำบาป
พึงทราบ ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อย ๆ
ไม่ควรพอใจในบาป แม้น้อย
เพราะการสั่งสมบาปบ่อย นำทุกข์มาให้
ผู้อื่น ทำความดีให้
ทำประโยชน์ไว้ ให้ก่อน
แต่ไม่สำนึกบุญคุณ ย่อมเดือดร้อน
หาคนช้อน คนช่วยไม่ได้ ในภายหลัง
สัตว์ทั้งปวง หวาดต่ออาญา
 ล้วนไม่กล้า ต่อความตาย
ดังนั้น จงรักชีวิต สัตว์อื่นให้ได้
ไม่สร้างเวรภัย ให้สรรพสัตว์

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ควรเข้าวัดให้ได้ (คำสอนยายฯ) ควรเข้าวัดให้ได้ ยังไง ๆ เราก็ต้องเข้า ถึงแม้พ่อแม่รักเรา ต้องเอาเข้าวัด เมื่อลูกตาย

 

ควรเข้าวัดให้ได้
(คำสอนยายฯ)

 ควรเข้าวัดให้ได้
  ยังไง ๆ เราก็ต้องเข้า
 ถึงแม้พ่อแม่รักเรา
 ต้องเอาเข้าวัด เมื่อลูกตาย
 ลูกรักพ่อแม่มากแค่ไหน
  พอพ่อแม่ตาย ก็ต้องหามเข้าวัด
ควรเข้าวัดตั้งแต่ยังฉลาด
หมดโอกาศ ถ้าสุขภาพไม่ดี
  เข้าตอนแก่ไม่ไหว ไม่มีแรง
 กฎแห่งกรรม แต่งชีวิต
คนเราตายแล้วไม่สูญ ยังมีจิต
ชีวิต ยังไปต่อ
 คนที่ทำแต่ความดี พอจะละโลก
 จิตไม่ตก คิดถึงเรื่องดี ๆ
  เมื่อตาย ก็จะไปสวรรค์ ทันที
สุขีสมปราถนา อนันตกาล
  คนที่ทำความชั่ว เป็นนิสัย
  เมื่อตาย จิตจะไปเกาะ เรื่องที่ไม่ดี
  ก็จะตกนรกทันที
กฎแห่งกรรมนี้ แน่นอน
 บางคนบาปไม่ทำ กรรมไม่สร้าง
เมื่อตาย จิตยังค้าง อยู่บนโลก
 เป็นเปรตอสุรกาย ตัวตลก
   ทั้งนรกและสวรรค์ ไม่รับ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

บำเพ็ญทาน (ประตูชัย ไขชีวิต) ทานใจนุ่มใจกว้าง อย่างแม่น้ำ มีฉันทะล้ำ ทำงาน วิริยะ จิตตะ มุ่งมั่น วิมังสา นั้น ผลงานปานเนรมิต

 บำเพ็ญทาน
(ประตูชัย ไขชีวิต)

ทานใจนุ่มใจกว้าง อย่างแม่น้ำ
มีฉันทะล้ำ ทำงาน
วิริยะ จิตตะ มุ่งมั่น
วิมังสา นั้น ผลงานปานเนรมิต
วิริเยนะ ทุกขมัจ เจติ
คนเรานี้ พ้นทุกข์ด้วยความเพียร
เป็นคนใจกว้าง ไม่หันเหียน
ทาน จึงเป็นบทเรียน ฝึกฝน
ทานใจนุ่ม คนรุมรัก
เนื่องจาก สุขนักเมื่อได้ให้
เห็นทุกคนเสมอญาติ ร่วมเป็นร่วมตาย
จึงบำเพ็ญทานได้ ใจเป็นแม่น้ำ
ผู้บำเพ็ญทาน ใจมารดา
รักคนทั่วหล้า ปานบุตร
ใครได้อยู่ใกล้ ชื่นใจสุด
สติผุด หลุดจากตัณหาอุปาทาน
ญาติผู้ใหญ่ ในบ้านบำเพ็ญทาน
ลูกหลาน ขยัน ใจนุ่มไปด้วย
ทานเป็นประเพณี จึงสวย
ประเพณีตักบาตร จึงช่วย สังคม
ทำทาน ใจบาน ด้วยศรัทธา
ยิ้มอยูบนใบหน้า ทุกผู้คน
สยามเมืองยิ้ม จึงแปลกล้น
ด้วยมหาชน ใส่บาตร
เมืองไทย แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง
ไทยทั้งผอง ภาคภูมิใจ
ด้วยพุทธศาสนา รักษาไว้
บำเพ็ญทาน ประตูชัย ไขชีวิต

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ (ด้วยบุญเก่า/คำสอนหลวงพ่อฯ) เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ด้วยบุญเก่ากี้ ที่สั่งสมข้ามชาติ และใช้กันไปตลอดเวลา ไม่ขาด คนไม่คาด บุญเก่าลด หมดไปทุกวัน

 เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้
(ด้วยบุญเก่า/คำสอนหลวงพ่อฯ)

เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้
ด้วยบุญเก่ากี้ ที่สั่งสมข้ามชาติ
และใช้กันไปตลอดเวลา ไม่ขาด
คนไม่คาด บุญเก่าลด หมดไปทุกวัน
ถ้าหมดบุญ เมื่อไหร่
 อายุขัย ก็หมดเมื่อนั้น
เราอาศัยบุญเก่า เพื่อมีชีวัน
สั่งสมบุญใหม่เท่านั้น เมื่อมีชีวิต

เมื่อบุญเก่าหมดไปทุกวันได้
บุญใหม่ ก็ต้องขยัน สั่งสม
แสวงบุญเป็นสาย อย่าปล่อยเป็นลม
นิสัยได้บ่ม เป็นบารมีปราบมาร

ชีวิต อยู่ได้ด้วยกรรมวิบาก
สิ่งที่เรามีเราได้ มาจาก อดีต
ดังนั้นคนดีไม่ดี ก็มีสิทธิ์
เป็นไปตามกรรม ในอดีต นั่นเอง
ปุถุชนทั้งหลาย หลงทำชั่ว
เมามัว โลกีย์
เชื่อมั่นในสมอง สองมือของตนนี้
ช่างโง่สิ้นดี นี้คือปุถุชน
ชีวิตและโลก มีจิตนำ
ในยุคทมิฬ ภัยบาปกรรม ปรากฎ
ธรรมชาติ ไม่ใสสด
น่าสลด มนุษย์ เหมือนสัตว์ร้าย
ในแดนพุทธศาสน์
น่าประหลาด เหมือนอยู่บนเรือใหญ่
ที่ไม่กลัวภัย ทะเลร้าย
ด้วยบารมีไท้ นักสร้างบารมี

;;;;;;;;;; 

วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ปุถุชน (คนไม่มีสัจจะ) การไม่ดี ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ปุถุชน ทำได้ง่าย ตัณหาอุปาทาน ชุ่มใจ เป็นนิสัย ยากหลาย จะเปลี่ยน

 ปุถุชน
(คนไม่มีสัจจะ)

การไม่ดี ไม่เป็นประโยชน์แก่ตน
 ปุถุชน ทำได้ง่าย
ตัณหาอุปาทาน ชุ่มใจ
เป็นนิสัย ยากหลาย จะเปลี่ยน

การใดดี เป็นประโยชน์ต่อตน
 ปุถุชน ทำได้ยากยิ่ง
ด้วยมีกิเลส เป็นผีสิง
ยากจริงๆ เหมือนเอาปลาขึ้นบก
สุขสงบ คนชั่วไม่รู้จัก
ทำได้ยาก เหมือนพรากของเหม็น
แมลงวันชอบ นี้ช่างเป็น
ยากเหลือเข็น เพราะมันเป็นนิสัย
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
กฎแห่งกรรม ไม่มีมั่ว แน่แท้
คนพาลไม่เชื่อ ด้วยประมาท นั่นแหละ
คุกประหารมีแน่แท้ สังสารวัฏฏ์
สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม
ธรรมชาติ ธรรมดา
พระผู้รู้ ร่ำร้อง ให้ลืมตา
อย่าหลงกลมารา พญามาร
รู้ว่าการใด เป็นประโยชน์แก่ตน
 พึงกระตือลือล้น ทำการนั้น
ด้วยอายุมนุษย์ น้อยนิด สุดคาดฝัน
เมื่อเทียบกับกาล หลังตาย
ถ้าจะทำ ก็พึงทำการนั้น จริง ๆ
อย่าทำเป็นลิง หลอกจ้าว
มีสัจจะ เป็นคนจริง ไม่งี่เง่า
ไม่โง่เขลา ทำบาปกรรม

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

คุณยายฯสอน (ก่อนนอนให้นั่งธรรมะ) คุณยายฯสอน ก่อนนอน ให้นั่งธรรมะ นำการกระทำของตน มาพิจารณา ตั้งแต่เวลา เช้าจดเย็น

 คุณยายฯสอน
(ก่อนนอนให้นั่งธรรมะ)

คุณยายฯสอน
ก่อนนอน ให้นั่งธรรมะ
นำการกระทำของตน มาพิจารณา 
ตั้งแต่เวลา เช้าจดเย็น
 ทุกเวลานาที ไม่มีเล่น
ประมาทไม่เป็น ต้องมีสติ
คิดดี พูดดี ทำดี
ไม่ปล่อยให้บาปอัปปรี ได้โอกาศ
อยู่บนเส้นทางธรรม ตลอดเวลา
และเดินหน้า ไม่มีหยุด
ฝึกแล้วฝึกตน ใจไม่หลุด
แม้ใครจะพูดใส่ ไม่ดีก็ตาม
มิฉนั้น ได้ชื่อว่าประมาท
บุญขาด เปิดช่องให้บาป
ประมาทก็เหมือนตาย จงทราบ
ชีวิตขาดบุญกำกับ คือตายทั้งเป็น
ตาย ตรงข้ามกับอมตะ ไม่ตาย
สุขหลาย บนพระนิพพาน
ตรงข้ามกับ นรกโลกันต์
ทุกข์อนันต์ ทุกข์สุดสุด
คนประมาทตายทั้งเป็น
ความยากเข็ญ จะปรากฎ
แพ้ภัยตน เหมือนถูกย่างสด
คนใจคด ตายตั้งแต่ยังไม่ตาย
คือตายจากบุญ
ขาดความอบอุ่น เมื่อไม่มีบุญอุปถัมภ์
หมู่ญาติมิตรเป็นพิษกระหน่ำ
แถมซ้ำ ยังมีโรคภัย

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

จะทะเลาะกันไปทำไม (คำสอนหลวงพ่อฯ) จะทะเลาะเบาะแว้งกันไปทำไม ให้อภัยกันเสียเถิด ยอมยอมกันบ้าง โกรธกันละเวลา เสน่หาเวลาเดียวกัน หรือดีที่สุดนั้น ไม่โกรธกันเลย

 จะทะเลาะกันไปทำไม
(คำสอนหลวงพ่อฯ)

จะทะเลาะเบาะแว้งกันไปทำไม
ให้อภัยกันเถิด ยอมยอมกันบ้าง
โกรธคนละเวลา เสน่หาเวลาเดียวกัน
หรือดีที่สุดนั้น ไม่โกรธกันเลย

ความโกรธ เป็นกิเลส
เป็นอาเพท ทำลายตน
ห้ามสวรรค์นิพพาน อบายภูมิเวียนวน
แม้ได้เกิดเป็นคน ก็ไม่สมประกอบ
ความโกรธ เป็นไฟ
ไหม้ความดี ที่ทำไว้ ไม่เหลือหลอ
หน้าตาหมองคล้ำ ดำปานตะโกตอ
เป็นคนท้อ หมดกำลังใจ
ความโกรธ เป็นไฟแรงร้อน
สะท้อนการขาดศีล..เย็น
การระวังกายวาจา จึงจำเป็น
อย่าเห็นแก่เล่น..สนุกสนาน
ศีล คือขุมสมบัติใหญ่
เหมือนภูเขาใหญ่ ต้นน้ำ
มีทรัพยากร เหลือล้ำ
ศีล คือคุณธรรม ค้ำชีวิต
ศีลบารมี พาลีพ่าย
ไม่ต้องรบ ก็ชนะได้ ด้วยบารมี
อานุภาพปราบมาร พาลี
ภัยทั้งหลายที่มี หนีกระเจิง
ศีลเป็นเกราะแก้ว อาวุธวิเศษ
ภัยเพท ไม่กล้ำกลาย
ศัตรูกลายเป็นมิตร ยอมแพ้ใจ
ทำโลกให้ศิวิไล ดังสวรรค์

;;;;;;;;;;