แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎธรรมชาติ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

ธรรมหรือธรรมะ (มีลักษณะเป็นดวง) ธรรม หรือธรรมะ มีลักษณะ เป็นดวง เป็นธรรมชาติ เหนือสิ่งทั้งปวง มีคุณใหญ่หลวง ต่อชีวิต

ธรรมหรือธรรมะ
(มีลักษณะเป็นดวง)


ธรรม หรือธรรมะ
มีลักษณะ เป็นดวง
เป็นธรรมชาติ เหนือสิ่งทั้งปวง
มีคุณใหญ่หลวง ต่อชีวิต
ธรรม หรือธรรมะ
ก็เป็นพุทธวาจา สอนสั่ง
ให้ละบาป หาบุญ สุดกำลัง
หรือให้เดินตามทางธรรม ทางบุญ
ดวงธรรม หรือดวงบุญ
อยู่ที่ศูนย์ กลางกาย
มีหน้าที่ ดูแลใจ
เหมือนมารดา เอาใจใส่ บุตรน้อย

 กายจิตธรรม คือส่ำสัตว์
กายนั้นชัด เหมือนบ้าน
จิตคือเรา ทารก ดื้อรั้น
ธรรมมารดาท่าน ดูแลบ้านและทารก

บาปอธรรม เข้ามาปนเปื้อน
เหมือนสนิมเหล็ก กัดเหล็ก
กลายเป็นปุถุชน คนกิเลส
ใจเป็นเปรต กายเป็นคน

บุญ เป็นธรรมชาติ ขจัดบาป
เราคุ้นกับ ธรรมะชนะอธรรม
  บุญชนะบาป ขาวชนะดำ
บุญธรรมะ ชนะอธรรม ตลอดกาล
 
ดูระยะสั้น บาปนั้น ชนะ
ผู้มีปัญญา อดเปลี้ยว ไว้กินหวาน
ขันติ อดทนอดกลั้น
ขันติธรรม ปราบมาร ด้วยบารมี

 ;;;;;;;;;; 

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567

กฎธรรมชาติ (กฎเด็ดขาดของมาร) ชีวิต เผชิญกับกฎธรรมชาติ กฎเด็ดขาด ของมาร สรรพสัตว์ ทุกข์อนันต์ มีมานาน อจินไตย

 กฎธรรมชาติ
(กฎเด็ดขาดของมาร)

ชีวิต เผชิญกับกฎธรรมชาติ
กฎเด็ดขาด ของมาร
สรรพสัตว์ ทุกข์อนันต์
มีมานาน อจินไตย

ต้องเรียนรู้ ทุกผู้คน
ด้วยทุกข์เหลือล้น ถ้าไม่ใส่ใจ
ปุถุชน คนส่วนใหญ่
หลวงปู่ฯ จึงต้องไป สุดธรรม
กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ดี ไม่มีแน่
กิเลสกรรมวิบาก เป็นกระแส
สรรพสัตว์ เหมือนแช่ จนคุ้น
เหมือนหนอนในส้วม กินอาจม
ยากจะโน้มนำ ทำให้เลิกลา
แม้จะให้เป็น เทวดา
แต่หนอน ขอเป็นหนอนดีกว่า สบาย
กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร
จมปลัก เวียนวน
ทุกข์ในวัฏฏะ เหลือล้น
เมื่อเกิดเป็นคนใหม่ ก็ลืมไปหมด
กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เป็นลักษณะ ของสิ่งภายนอกตน
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน
เหมือนล้น เหมือนกับ พยับแดด
เห็นว่ามี แต่เรารู้ดี ว่าไม่มีตัวตน
เราจึงไม่สน ไม่ใส่ใจ
หรือละคร โขนหนัง ก็ใช่
เราจึงไม่ใส่ใจ เป็นจริงเป็นจัง

ผู้มีสติ จึงปล่อยวางโลกโลกีย์
เพราะโลกนี้ คือโรงละคร
ยกใจตน พ้นตัณหา หมดทุกข์ร้อน
กิเลสถอน เข้าสู่ทางธรรม ทางชีวิต

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

โลกใหม่ (ยุคไทยมหารัฐ):: ธรรมะ ธรรมชาติของชีวิต สรรพสัตว์ไม่มีสิทธิ์อุทร กฎธรรมชาติ เด็ดขาด ไม่สำส่อน สุขทุกข์ร้อน ตามกรรม

โลกใหม่
(ยุคไทยมหารัฐ)

ธรรมะ ธรรมชาติของชีวิต
สรรพสัตว์ไม่มีสิทธิ์อุทร
กฎธรรมชาติ เด็ดขาด ไม่สำส่อน
 สุขทุกข์ร้อน ตามกรรม

ไม่รู้ไม่ได้
อันตรายสุดๆ
ตายแล้วผุด
ผุดแล้วตาย น่าหน่ายนัก

ส่วนใหญ่ไปอบายกัน
น้อยยิ่งกว่าน้อยเท่านั้น ไปสวรรค์
ลงนรกหมกไหม้ จาบัล
โศกศัลย์ เนิ่นนาน อนันตกาล

เกิดเป็นมนุษย์ สุดโชคดี
แต่ประหลาดเหลือที่ ลืมหมด
เหมือนเกิดใหม่ สดสด
น่าสลด ประมาทกันทั้งนั้น

พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์รู้เท่าทันธรรมชาติ
เปี่ยมด้วยเมตตาสรรพสัตว์
กอบกู้ธรรมธาตุ ประกาศธรรม

ยังมีมนุษย์ผู้มีบุญญา
รอการอุบัติมา ของพระองค์
เป็นสาวก ผู้สูงส่ง
สืบต่อ ดำรง ศาสนา

น่าประหลาด
สรรพสัตว์เวียนว่าย ในวัฏฏะ
วนเวียนไปมา
นับการไม่ได้

มีทางออกอยู่
แต่ไม่รู้ อยู่ตรงไหน
ต่างคนต่างเดินกันไป
เดินตามใจ ตามกิเลส

เดินไปเล่นไป
คล้ายปลาตาย ลอยตามน้ำ
สุดชอกช้ำ
กรรมของสรรพสัตว์

พญามารดีใจ
ที่ได้หลอกล่อสรรพสัตว์
ปกปิดทางสายกลาง ที่สามารถ
ไว้ในที่สงัด ศูนย์กลางกาย

วัดพระธรรมกายผงาด
นำสรรพสัตว์ หนีวัฏฏะได้
เหมือนปฏิวัติใหญ่
เปลี่ยนโลกใหม่ ยุคไทยมหารัฐ

;;;;;;;;;;