แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนเหนือคน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คนเหนือคน แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2566

คนศักดิ์สิทธิ์ (คนเหนือคน) คนศักดิ์สิทธิ์ คนเหนือคน เดินถนน แต่คนเคารพบูชา เนื่องจาก คุณธรรมสัจจะ เป็นคนจริง ไม่เลิกละ ทำความดี

 คนศักดิ์สิทธิ์
(คนเหนือคน)

คนศักดิ์สิทธิ์ คนเหนือคน
เดินถนน แต่คนเคารพบูชา
เนื่องจาก คุณธรรมสัจจะ
เป็นคนจริง ไม่เลิกละ ทำความดี

สม่ำเสมอ ตลอดกาล
เหมือนปลวก ที่ขยันหลาย
สร้างจอมปลวกใหญ่ 
ผู้มีสัจจะ ทำบุญเป็นสาย ได้บารมี
บารมี นี้ยิ่งใหญ่
คนธรรมดา กลายเป็นคนศักดิ์สิทธิ์
มีอานุภาพ มีฤทธิ์
แผ่เมตตารอบทิศ เปลี่ยนชีวิตคน
คนศักดิ์สิทธิ์ ชุบชีวิต
ทำคนใกล้ชิด เป็นคนดี
ธรรมชาติสวยงาม สดสี
ทำครอบครัวดี สังคมมีสุข
หมู่มาร ก็มากฤทธิ์อานุภาพ
แต่ดำขลับ ไม่สว่าง
มีอานุภาพ ทำลายล้าง
เหมือนดัง ระเบิดปรมาณู
แม้มีอานุภาพมาก
ก็จัก ทำลายตนและคนอื่น
ส่วนพระ มีความสุข ยั่งยืน
ทั้งตนและคนอื่น สุขสม
มารฤทธิ์มาก แต่แพ้พระ
บุญชนะบาป อจินไตย
พระชนะมาร ตัวร้าย
ขันติ คุณธรรมใหญ่ ปราบมาร

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เป็นคนเหนือคน (เมื่อพ้นตัณหา) ชีวิต น่าคิด คล้ายรถยนต์ ชอบเดินทางเหลือล้น ทนไม่ได้ ชีวิตที่ดี เดินทางขึ้นเขา จึงใช่ ส่วนคนทั่วๆไป ชอบสะบาย ไถลลื่นลงเขา

เป็นคนเหนือคน
(เมื่อพ้นตัณหา) 

ชีวิต น่าคิด คล้ายรถยนต์
ชอบเดินทางเหลือล้น ทนไม่ได้
 ชีวิตที่ดี เดินทางขึ้นเขา จึงใช่
ส่วนคนทั่วๆไป ชอบสะบาย ไถลลื่นลงเขา

รถยนต์ สำคัญ มีน้ำมัน ขาดไม่ได้
ชีวิตคน สำคัญหลาย มีน้ำใจหรือบุญ
ขาดบุญขาดกำลังใจ ไม่อบอุ่น
ขาดขันติหนุน ทนทำดีไม่ได้

การทำความดี เริ่มต้นที่ การคิดดี
แล้วจึงจะ พูดดี ทำดีได้
การคิดดี ขึ้นอยู่ที่ สุขใจ
สุขทางโลกีย์ ตระหนี่หลาย ใจอำมหิต

สุขใจ อยู่ไม่ได้ เกิดเมตตา
มีมหากรุณา มาพร้อมพรั่ง
สุขทั้งตนและคนอื่น เป็นนิจจัง
สุขสมหวัง สมปราถนากันทุกคน

สุขใจ สุขล้ำ ตามเส้นทางบุญ
สำคัญล้ำ คือผ่านศูนย์..กลางกาย
มิฉนั้น จะเป็นฤาษี ชีไพร
สมาธินอกศูนย์กลางกาย ของมาร

ใจเป็นสุข ด้วยใจหลุดจากตัณหา
ทิ้งโลกา มาสู่ธรรมะ ทางบุญ
บุญก็คือน้ำใจ มีเมตตาการุณย์
พระนิพพานท่านหนุน ส่งบุญมาไม่ขาด

เมื่อใจหยุดอยาก จึงพรากจากตัณหา
มีสติสัมปชัญญะ อยู่ในตน
ระลึกได้ และประคองใจ ไม่ดิ้นรน
นี่หละพ้น สภาวะปุถุชน เป็นคนเหนือโลก

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565

ปลอดอบายมุข (ไม่ชิงสุกก่อนห่าม) :: พระเอก ทั้งดีทั้งเก่ง ทั้งเฮง คนเหนือคน เดินถนน เช่นเราเรา แต่ไม่เอา ความชั่ว

ปลอดอบายมุข
(ไม่ชิงสุกก่อนห่าม)


 ผู้ที่ทั้งเก่งและดี นี้มีไม่มาก
 เรียกพระเอกนางเอก ยากนัก จักหา
เดินถนน เช่นเรา แต่ไม่เอาความชั่วช้า
มีสติสัมปชัญญะ หิริโอตัปปะ อายและกลัวบาป


ปลอดอบายมุข ไม่ชิงสุกก่อนห่าม
มีฆราวาสธรรม สุดดี ค้ำชีวิต
สัจจะ ทมะ ขันติ จาคะ สุดจิต
มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย

 
 สัจจะ ไม่เห็นแก่หน้า กล้ารักษาความดี
ไม่โลเลหลีกหนี ตลอดชีวี ตลอดไป
เป็นดั่งทองคำ ไม่ดำไม่คล้ำ เชื่อได้
ทุกข์ระทมขนาดไหน รักษาไว้ ความดี

ทมะ ข่มใจ ไม่อาลัย ตัณหา
ศึกษา ฝึกฝน ฝึกตน ไม่ถอย
 
ด้วยรู้ดีว่า ชีวาเป็นของน้อย
เวลาไม่คอย..ใคร จึงใส่ใจฝึกตน

ผู้ฝึกตน คือคนบัณฑิต
ทุ่มเทจิต มุ่งสู่ทิศ พระรัตนตรัย
ตามทางสายกลาง สว่างไสว
จึงไม่เหมือนใครๆ ที่ฝักใฝ่ทางต่ำ

ขันติ อดทน เป็นคนสู้ปัญหา 
สู้ยิบตา สุดชีวา ไม่มีหนี
ไม่ยั่น ทุ่มมัน สุดชีวี
ถือเป็นโอกาสดี ได้บารมีสั่งสม

ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
ไม่สู้ คือไม่ว่าร้ายทำร้าย
ไม่หนี คือรักษาสามัคคีไว้
ทำดีเรื่อยไป ทำใจหยุดนิ่ง

จาคะ ยอมเสียสละแม้ชีวิต
ใจหยุดสนิท สว่างไสว
เกิดอานุภาพ มหัศจรรย์ ยิ่งใหญ่
ปัญหาทั้งหลาย หนีหายกระเจิง

 อุปสรรคนั้นหรือ คือ มีไว้ข้าม
ไม่ใช่เรื่องขำ ให้ทำตาม พระสอน
 ใช้ขันติแก้ได้ ใช่ แน่นอน
มีอุปสรรคเดือดร้อน ก็ดี บารมีเกิด

 
รีบเร่งเร็วรี่ สร้างบารมีสั่งสม
เอาไว้ข่ม..ขี่ อุปสรรคเถิด
ชีวิตนี้เป็นทุกข์ เป็นที่อุปสรรคเกิด 
พระเอกนางเอก ผู้ประเสริฐ จะได้ชัย ไปทุกที่

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

คนเหนือคน (ชนะตนก่อน) :: ขันติ คืออดทน อดกลั้น สำคัญเหลือล้น แต่คนดูเบา ไม่รักษาอารมณ์ คือคนเขลา ทุกค่ำเช้า ต้องเฝ้าฝึกฝน ทนอารมณ์

คนเหนือคน
(ชนะตนก่อน)

ขันตินั้นหรือ คืออดทน อดกลั้น
 สำคัญเหลือล้น แต่คนดูเบา
ไม่รักษาอารมณ์ คือคนเขลา
ทุกค่ำเช้า ต้องเฝ้าฝึกฝน ทนอารมณ์

เป็นหลวงพ่อดี อะไรๆก็ดีเนาะ
พูดจาไพเราะ อ่อนหวาน
ไม่มีอารมณ์กระแทก แดกดัน
สมประสงค์ทุกประการ ในชีวิต
เมื่อเกิดปัญหา
มีปัญญา รักษาสติใส
 ทำใจให้นุ่มๆนิ่งๆ ตัดอาลัย
เกิดอานุภาพใหญ่ บารมี พาลีพ่าย
  เหมือนทำน้ำขุ่นให้ใส
ทำใจละมุนละไม อยู่นิ่งๆ
ขันติชนะทุกสิ่ง
เพียงอยู่นิ่งๆ ละมุนละไม
ไม่ต่อต้าน ไม่รำคาญ ไม่ตกใจ
ทำใจเย็น ยิ้มละไม สู้เสือ
มีจิตเมตตา ชนะทุกเมื่อ
ช่างเหลือเชื่อ แต่ก็จริงๆ
ทำใจเย็นได้ ใจต้องหยุดอยาก
ทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย
ต้องรู้จักสังเกต การทำใจ
ทำไปสังเกตไป ใจเย็นๆ

เกิดเป็นคน ดีล้น ฝึกตนได้
ฝึกใจให้ใส กลายเป็น บัณฑิต
ฝึกเจริญสติ หยุดใจ หยุดคิด
แม้มืดสนิท ก็มีสิทธิ์ หยุดใจ
หลับตา เหมือนว่า อยู่ในห้องมืดสนิท
ด้วยจิต คิดฟุ้งซ่าน
ให้มีสติ เกิดปัญญารู้ทัน
จะดับมัน ความฟุ้งซ่านได้
ฝึกแล้วฝึกเล่า จนกระทั่งเข้าใจ
ว่าทำอย่างไร ทำใจให้หยุด
ชนะศึกภายใน ใช่ คือการชนะตน เป็นที่สุด
เป็นพุทธะ ชนะทั้งบนดิน บนฟ้าและเหนือฟ้า
ขันติคุณธรรม ไม่ธรรมดา
พระพุทธองค์ ทรงยกขึ้นมา ในโอวาทปาฏิโมกข์
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป ชนะโลก
ดับทุกข์โศก ให้โลกทั้งผอง 

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564

มนุสสเทโว (คนเทวดา) :: อยากเหนือคน อย่าข่มคน แต่ให้ยกตน ด้วยวินัย ประทับตาประทับใจ เป็นที่รักใคร่ เคารพ

มนุสสเทโว
(คนเทวดา)

อยากเหนือคน อย่าข่มคน
แต่ให้ยกตน ด้วยวินัย
ประทับตาประทับใจ
เป็นที่รักใคร่ เคารพ
วินัยดี
เริ่มต้นที่ ความสะอาด
มีระเบียบ งามมารยาท
และเด็ดขาด ตรงเวลา
 
 ฝึกสมาธิเป็นกิจวัตร
ไม่อาจขาด นี่สุดยอดวินัยล๊ะ
 เมื่อวินัยแก่กล้า
ชีวาปลอดภัย
ศีล๕ เป็นวินัยมนุษย์
 บริสุทธิ์ เหนือสัตว์
ยกตนพ้นอบายภูมิ๔ ชัด
สติมิอาจขาด คือข้อห้า สุราไม่เอา
 วินัยดี ผิวพรรณดี ผ่องใส
คนอยากเข้าใกล้ ให้ความเคารพ
วาจาสุภาษิต งามจบ
เป็นที่รักเคารพ ของมนุษย์เทวา
ศีลเป็นอริยทรัพย์
คือทรัพย์อันประเสริฐ
เป็นที่มานอน อันเลิศ
หรือเป็นบ่อเกิด ของทรัพย์ทั้งหลาย
เป็นวินัย ให้อภัยไม่โกรธ
เวรภัยทั้งหมด สูญหาย
เป็นเกราะป้องกันภัย
ยากจะทำร้าย ถ้าใจไม่อำมหิตจริงๆ
 เป็นมนุษย์ แต่เหมือนเทวา
สมอุรา ทุกประการ
มีปีติเป็นอาหาร
ใจจึงบาน อยู่เสมอ
บุคคลิกสงบสง่า
ไม่ธรรมดา ยากจะเจอ
ฝึกตนเสมอ
จึงเลิศเลอ คนเหนือคน

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

พืชใส่ปุ๋ยฮอร์โมน (คนเหนือคน ชีวิตพลิกผัน) ถ้าเกิดปัญหา หรือเจริญช้า อย่านิ่งนอนใจ ให้เร็วๆไวไว ใส่ใจ อปัณณกปฏิปทา จะเป็นคนเหนือคน หรือคนเทวดา อปัณณกปฏิปทา เป็นเหมือนว่า เสาค้ำ

พืชใส่ปุ๋ยฮอร์โมน
(คนเหนือคน ชีวิตพลิกผัน)
ถ้าเกิดปัญหา หรือเจริญช้า อย่านิ่งนอนใจ
ให้เร็วๆไวไว ใส่ใจ อปัณณกปฏิปทา
จะเป็นคนเหนือคน หรือคนเทวดา
อปัณณกปฏิปทา เป็นเหมือนว่า เสาค้ำ
หนึ่ง สำรวมอินทรีย์ห้า ไม่ปล่อยอ้า เอาไว้
มีสติ เอาใจใส่ ตาหูจมูกลิ้น และกายสัมผัส
ไม่ปล่อยให้เป็นไปตามสบาย ต้องเคร่งครัด
กลั่นกรอง สุดความสามารถ ขจัดบาปอกุศล
 อินทรีย์ ๕ ไม่เปิดอ้า รับอารมณ์
สิ่งควรชม ควรดม รู้ชัด
 ควรลิ้ม ควรฟัง ควรสัมผัส 
  รักษา ประตูประสาท ตลอดเวลา 
สอง พอประมาณ การบริโภค
คิดให้ตก โลกคือแหล่งสร้างบารมี
กินพอประมาณ เพื่อสุขภาพเต็มที่
รักษาให้ดี กายเรานี้ มีคุณมาก
 บริโภคอาหาร ให้สังขาร พออยู่ได้
 มากไป เป็นภัย บำรุงกาม
 กินน้อย ถอย อาหารเย็นค่ำ
 ประพฤติธรรม นำ ชีวิต
สาม ปรารภความเพียร หมั่นเล่าเรียน เขียนอ่าน
 ฝึกฝนให้ชำนาญ การงานทุกอย่าง
ละเลิกอบายมุข เลิกสนุก การงานอย่าคั่งค้าง
 นั่งสมาธิตัวตั้ง หนีตัณหา ที่พาฉิบหาย
 ปรารภความเพียร ไม่หันเหียนเกียจคร้าน
ยึดอุดมการณ์มั่น ขันติธรรมนำหน้า
มุ่งฝ่าฟัน ตามทางสายกลาง อริยะ
ไม่นำพา..โลกธรรม ที่ต่ำทราม

 
ทำใจใสเย็น เป็นพื้น กิจวัตร
ใจสงบสะอาด กิจวัตร ดีงาม
มีโชคชัย ภัยใดใด ไม่กลายกล้ำ
 บัณฑิต ประพฤติธรรม นำชีวิต
อปัณณกปฏิปทา เหมือนว่า ปุ๋ยฮอร์โมน
พืชผล งามล้น เกินควรเกินค่า
ชีวิตคนพลิกผัน อัศจรรย์ ไม่ธรรมดา
จากหลังเป็นหน้า จากดินสู่ฟ้า เทวดาเดินดิน
  
;;;;;;;;;;