วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565

ใกล้เกลือกินด่าง (บ้านอยู่ไม่ห่างวัด) กลิ่นกฤษณา ที่หอม ย่อมติดใบไม้ที่ห่อ ฉันใด การคบกับนักปราชญ์ ก็..ฉันนั้น ย่อมเกิดปัญญา นำพาไปทางสวรรค์ เว้นนรกโลกันต์ ทางชั่ว

 ใกล้เกลือกินด่าง
(บ้านอยู่ไม่ห่างวัด)


 กลิ่นกฤษณา ที่หอม ย่อมติดใบไม้ที่ห่อ
ฉันใด การคบกับนักปราชญ์ ก็..ฉันนั้น
ย่อมเกิดปัญญา นำพาไปทางสวรรค์
เว้นนรกโลกันต์ ทางชั่ว

คนพาล คือคนต่อต้าน การทำดี
ขวางเต็มที่ การเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
เป็นมิจฉาทิฏฐิ บุญบาปไม่มี โอ้กรรม
ยุคอธรรม คนพาลเต็มเมือง

เป็นคนพาล ด้วยใจนั้นมืดมิด
ดำสนิท จึงคิดแต่ร้ายๆ
กิเลสตัณหาอุปาทาน บงการอยู่ภายใน
ใจกระวนกระวาย คล้ายคนติดยา

เชื้อพาลในตน ทุกคนมี
คนมีเชื้อพาลนี้ คือผู้ที่ ใจยังไม่หยุดนิ่ง
ขาดสติเมื่อใด ผีพาลจะเข้าสิง
คิดพูดทำ ในสิ่ง ที่น่าตำหนิ

การเจริญสติ จึงเป็นกิจกรณีย์ ของชีวิต
บัณฑิต จะอุทิศตน เพื่อการนี้
เป็นผู้ไม่ประมาท ในทุกเวลานาที
ทุกสถานที่ ทุกเหตุการณ์

การคบนักปราชญ์ จึงไม่อาจมองข้าม
จึงขอย้ำ การเข้าวัดนั้น มันจำเป็น
ปราชญ์ทางธรรม ก็คือพระ ขอเน้น
อย่าเป็น เช่นที่ว่า ใกล้เกลือกินด่าง

มีวัดอยู่ใกล้บ้าน แต่ใจมันพาล จึงหมดสิทธิ์
ตอนตาย จึงจะได้คิด ก็สาย
นักสร้างบารมี รีบสร้างเร็วไว
ช่วยหมู่ญาติทั้งหลาย ให้มีศรัทธา

;;;;;;;;;; 

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2565

ชีวิตมีปัญหา (ถ้าไม่รักษาสติ) ควรระแวงในศัตรู แม้กระทั่งหมู่มิตร รักษาสติ เป็นเนืองนิจ ไม่ประมาท ปัญญาดับ เท่ากับ ดับชีวาต ได้ชื่อว่าประมาท ขาดบุญคุ้มครอง

 ชีวิตมีปัญหา
(ถ้าไม่รักษาสติ)


ควรระแวงในศัตรู แม้กระทั่งหมู่มิตร
รักษาสติ เป็นเนืองนิจ ไม่ประมาท
ปัญญาดับ เท่ากับ ดับชีวาต
ได้ชื่อว่าประมาท ขาดบุญคุ้มครอง

เมื่อสติดับ บุญขาด วิบัติจะมา
ความคิดและวาจา ไม่น่าฟัง
ควรไม่ควร ไม่รู้ กูไม่ยั้ง
คนฟังไม่อยากฟัง เสนียดหู

ศัตรูและหมู่มิตร ก็ยังเป็นผู้ประมาท
จงตั้งสติ มิขาด มีขันติ
ไม่สู้ คือ รักษาความเคารพ ไว้ให้ดี
ไม่หนี คือ ทำดีเรื่อยไป

มีความเคารพ งามจบด้วยมารยาท
สุดคาด ศัตรูกลับกลายเป็นมิตร
ฟ้าสีทอง สามัคคี ร่วมจิต
ความเป็นมิตร งอกงาม ด้วยความเคารพ

ผู้ไม่ประมาท ไม่ขาดสมาธิ
มุ่งชีวี ทำพระนิพพานให้แจ้ง
หยุดที่ศูนย์กลายกาย เท่านั้นตำแหน่ง
ณ แห่ง พระรัตนตรัยในตัว

ผู้มีสติดี คิดดี พูดดี มีเมตตา
มีบุคคลิกสงบสง่า เป็นผู้ใหญ่
พูดน้อย ค่อยๆพูด จากใจใส
สะกดคนได้ ให้รักใคร่ สามัคคี

ผู้มีสติดี มีศรัทธาในบุญ
เร่งลุ้น แสวงบุญสร้างบารมี
เข้าวัดไม่ขาด ศรัทธาเต็มที่
รู้ดี ว่าชีวิตนี้ เป็นของน้อย

;;;;;;;;;; 

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2565

นั่งสมาธิ (คือคนดีแท้) ไม่นั่งสมาธิ เป็นคนดีแท้ไม่ได้ ด้วยใจ ไม่มีเมตตา ทำดีเอาหน้าเท่านั้น ใจไม่หยุดไม่นิ่ง ไม่มีสุขจริง บันดาล ไม่เหมือนมารดาท่าน มีรักแท้ให้แก่บุตร

 นั่งสมาธิ
(คือคนดีแท้)


ไม่นั่งสมาธิ เป็นคนดีแท้ไม่ได้
ด้วยใจ ไม่มีเมตตา ทำดีเอาหน้าเท่านั้น
ใจไม่หยุดไม่นิ่ง ไม่มีสุขจริง บันดาล
ยกเว้นมารดาท่าน มีรักแท้ให้แก่บุตร

บิดามารดา บารมีมา โดยอัตตโนมัติ
เป็นธรรมชาติ ได้วิริยะบารมี
ใจนิ่งใจหยุด รักบุตร สุดชีวี
มีอานุภาพ ปราบพาลี ปกป้องบุตร

คนธรรมดาทั่วไป ใจไม่หยุดนิ่ง
ด้วยกิเลสตัณหาสิง ใจวิ่ง อยู่ภายนอก
มัวเมาโลกีย์ นึกดีดี ไม่ออก
กลายเป็นวอก หลอกคนเล่น ไปวันวัน

บำเพ็ญทาน เป็นด่านแรก ของคนดี
หรือแสวงบุญ สร้างบารมี นั่นเอง
ทำให้มีใจนุ่มนวล หมดกระด้าง อย่างนักเลง
การงานเก่ง ขยัน หมั่นเพียร

เมื่อบำเพ็ญทาน การงาน จะไม่มีโทษ
มีใจสลด ไม่อาจคด..โกงได้
ทานเป็นอาจิน กลายเป็นศีล ใจสดใส
หาทรัพย์ได้ง่ายๆ อจินไตย เหลือเชื่อ

สมาธิมีสอง ลองคิดดู
ของหลวงปู่ฯ เท่านั้น ผ่านศูนย์กลางกาย
เห็นพระธรรมกาย พระรัตนตรัยภายใน
ปีติสุขหลาย และมีใจเมตตา

สมาธินอกศูนย์กลางกาย ใช่ ของฤาษี
ปีติไม่มี เมตตาไม่มา
นี่หละ ที่เรียกว่ามิจฉา
มีฤทธา แต่ว่าตัณหา ยังเพียบ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

วัดไม่ร้าง (ครอบครัวอยู่เย็น) เคารพปฏิสันถาร สุดสำคัญ สรรสร้าง วัดไม่ร้าง ครอบครัวอยู่เย็น สังคมเป็นสุข สามัคคีแน่นแฟ้น หมดภัยบุกรุก บรมสุข ปานสวรรค์ครรไล

 วัดไม่ร้าง
(ครอบครัวอยู่เย็น)


เคารพปฏิสันถาร สุดสำคัญ สรรสร้าง
วัดไม่ร้าง ครอบครัวอยู่เย็น สังคมเป็นสุข
สามัคคีแน่นแฟ้น หมดภัยบุกรุก
บรมสุข ปานสวรรค์ครรไล

ปฏิสันถาร การพูดจา ให้ตระหนัก
ไม่สัก..แต่พูดๆไป เป็นไฟป่า
ตั้งสติ มีจิตเมตตา
พูดชัดๆช้าๆ พาชื่นใจ

การพูดไม่ง่าย ด้วยปากกับใจตรงกัน
สติต้องมั่น ดังนั้นต้องฝึกสติ
ปฏิบัติธรรม สม่ำเสมอ นั่งสมาธิ
กระทั่งมีปกติ ใจมีสุขและเมตตา

 เคารพสมาธิ ทุ่มชีวีฝึกตน
เป็นคน เข้าวัด ปฏิบัติธรรม
มีหมู่คณะ มีกัลยาณมิตรค้ำ
สู่สุดธรรม ตามท่าน ปราบมาร

เคารพสมาธิไม่ง่าย ถ้ายังไม่เข้าวัด
ได้ชื่อว่าประมาท ดูเบา เข้าทางมาร
กิเลสตัณหา น่ากลัวนัก สุดประมาณ
รีบคิดอ่าน เข้าวัด ปฏิบัติธรรม

ผู้ประมาท ด้วยขาดการฝึกตน
จงเป็นสาธุชน ฝึกตน เป็นนิสัย
หนีโลกโลกีย์ ตัณหาจัญไร
 ฝึกตน ให้เป็นนิสัย ด้วยไตรสิกขา

ฝึกตนได้ ด้วยเคารพสงฆ์
อันเป็นองค์ ทรงรักษาธรรม
เคารพสงฆ์ยิ่งใหญ่ บุญล้ำ
ที่สุดจงเทิดธรรม..บูชา พระพุทธองค์

 ;;;;;;;;;;

ปราชญ์แท้ (แน่วแน่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง) อยู่ร่วมกับปราชญ์ เสมอญาติ นำสุข ย่อมไม่พาเล่นสนุก อันนำทุกข์มาให้ รู้จักชีวิต จึงมุ่งสู่ทิศพระรัตนตรัย ตามทางสาย..กลาง ทานศีลภาวนา

 ปราชญ์แท้
(แน่วแน่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง)


อยู่ร่วมกับปราชญ์ เสมอญาติ นำสุข
ย่อมไม่พาเล่นสนุก อันนำทุกข์มาให้
รู้จักชีวิต จึงมุ่งสู่ทิศพระรัตนตรัย
ตามทางสาย..กลาง ทานศีลภาวนา

ปราชญ์ จะชวนเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมีค้ำ อุปถัมภ์ชีวิต
 ทำพระนิพพานให้แจ้ง หนีกรรมสุดขีด
ทุ่มชีวิต ทำใจหยุดใจนิ่ง

ปราชญ์ รู้ว่า ชีวาอันตราย
วนเวียนไป ในวัฏฏะสงสาร
กาลเวลา ยาวนานมาก เป็นอนันต์
จะอยู่สุคติภพสวรรค์ นั้นยากยิ่ง

นักสร้างบารมีเท่านั้น อยู่บนสวรรค์ได้
เกิดเป็นมนุษย์ ยิ่งยากหลาย กว่านั้น
คนไม่เข้าวัด จะทุกข์อนันต์
อบายภูมินั้น คือคุกประหาร

ในยุคทมิฬ คนมัวเมาหากิน ไม่เข้าวัด
น่าอนาถ ธรรมชาติ ทนไม่ได้
บ้าโลกีย์ คนดีเหลือน้อย ช่วยไม่ไหว
ภัยพิบัติ น้อยใหญ่ ได้โอกาศ

กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่ ไม่มีหยุด
เป็นกฎเหล็ก ครอบมนุษย์ และสรรพสัตว์
เป็นกฎของจักรวาล ธรรมชาติ
บุญบาปในสรรพสัตว์ จัดให้เอง

ทุกวันนี้ ปราชญ์วิปริต มีเยอะ
เลอะเทอะ คุ้ยฟุ้ง ยุ่งเรื่องชาวบ้าน
ปราชญ์แท้ ท่านได้แต่นั่งนิ่ง นาน
มุ่งมั่น ทำพระนิพพานให้แจ้ง

;;;;;;;;;;

คนดีจับดี (ไม่ตำหนิใคร) ไม่ควรใส่ใจ ในงานของคนอื่น ใจไม่ชื่น จับผิดคนอื่น ไม่ดี ควรใส่ใจ ในงานของตน ให้ถ้วนถี่ มองแต่ดีของคนอื่น แล้วชมชื่นเขา

 คนดีจับดี
(ไม่ตำหนิใคร)


ไม่ควรใส่ใจ ในงานของคนอื่น
ใจไม่ชื่น จับผิดคนอื่น ไม่ดี
ควรใส่ใจ ในงานของตน ให้ถ้วนถี่
มองแต่ดีของคนอื่น แล้วชมชื่นเขา

 จับดีเข้าไว้ ให้กำลังใจเขาดีกว่า
เป็นลักษณะ ของผู้กล้าหาญ
กล้าชื่น กล้าชม ผลงาน
ไม่ใช่ตำหนิตะบัน ปานศิลปินนักติ

ไม่มีอะไร ที่ตำหนิไม่ได้ อยู่ที่ใจคน
ไม่ถูกใจตน ไม่ทน เท่านั้นเอง
คนทั้งหลาย มีแต่ชมว่าเก่ง
มีแต่ท่านเท่านั้นเอง ที่ติ

ไปที่ไหนๆ เห็นอะไร ติไปหมด
ของตนเอง แม้แต่ตด ก็ยังหอม
เป็นคนพาล ใจพาล ไม่โน้มน้อม
ใจกระด้าง ไม่ยินยอม ไม่ถ่อมตน

ความเคารพ ไม่ใช่ประจบเอาใจ
เป็นคนใจใส ชอบให้กำลังใจผู้คน
ชมให้กำลังใจ จริงใจ สุขใจล้น
ทำให้คน อดทน มีกำลังใจ

ความเคารพ ตระหนัก รู้จักแต่ชม
 
ใครจะขมแค่ไหน ไม่ใช่หน้าที่
เคารพ งามจบ ชมความดีที่เขามี
นี่หละคนดี มีความจริงใจ

เคารพความดี เท่ากับเรานี้ คบบัณฑิต
จึงมีจิต ผ่องใส ปีติใจอยู่เสมอ
ส่วนผู้จับผิด คิดไม่ดี สติเบลอ
เท่ากับคบคนพาลเสมอ อวมงคล

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565

พาลที่น่ากลัว (คือตัวเราเอง) อยู่ร่วมกับคนพาล ปานอยู่ร่วมกับศัตรู นำแต่ทุกข์มาสู่ อยู่เสมอ ตรงข้าม อยู่กับบัณฑิต ทุกข์ไม่เจอ สุขเสมอ พาพ้นทุกข์

 พาลที่น่ากลัว
(คือตัวเราเอง)


อยู่ร่วมกับคนพาล ปานอยู่ร่วมกับศัตรู
นำแต่ทุกข์มาสู่ อยู่เสมอ
ตรงข้าม อยู่กับบัณฑิต ทุกข์ไม่เจอ
สุขเสมอ พาพ้นทุกข์

คนพาลฉลาด แต่ขาดเฉลียว
เป็นคนเขี้ยว ตระหนี่ มิมีเมตตา
เอาตัวรอด แต่หัวไม่รอด ด้วยเป็นมิจฉาฯ
มีกิเลสตัณหา บ้าโลกีย์

คนพาลมีกิเลสตัณหา ปัญญาสิ้น
มีชีวิน ฝักใฝ่ ในลาพยศสรรเสริญสุข
ขาดปัญญา ใจมืดหนา จึงรักสนุก
ใจไม่สุข ไม่นิ่ง วิ่งอยู่ข้างนอก

คนพาล ชอบระราน คนดี
เป็นคนที่ แสลงดี ไม่ชอบคนไปวัด
เป็นมิจฉา เห็นพระ แล้วอึดอัด
เหมือนอีหอยหน้าวัด แลบลิ้นปลิ้นตา

คนพาลยุคนี้ มีลาภยศ ปรากฎนาม
ยุคอธรรม คนดีต้อง อดทนอดกลั้น
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป ปราบมาร
ได้บารมีบาน ยุคทอง ของคนเข้าวัด

ไม่อยู่ร่วมกับคนพาล ด้วยการเจริญสติ
ทำใจเรานี้ อยู่ภายในตน
ทำใจหยุดใจนิ่ง นั่นแหละพ้น
ชนะมารชนะตน พ้นกิเลสตัณหา

คนพาลที่น่ากลัว คือตัวเราเอง
คนทั้งหลาย ชอบเล็ง คนอื่น
ขจัดพาลในตน.. นั้น ขยันนั่งสมาธิทุกวันคืน
จงมีสติตื่น ลุกขึ้นนั่งสมาธิ

;;;;;;;;;;