แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักปราชญ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักปราชญ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2567

ปราชญ์ไม่ประมาท (สุดชีวาตฝึกสติ) ผู้ใดเป็นพาล รู้ตัวว่าเป็นพาล ผู้นั้น พอนับได้ว่าเป็นบัณฑิต แต่ผู้ที่ สำคัญตนผิด ว่าตนเป็นบัณฑิต คนพาลแท้

 ปราชญ์ไม่ประมาท
(สุดชีวาตฝึกสติ)

ผู้ใดเป็นพาล รู้ตัวว่าเป็นพาล
ผู้นั้น พอนับได้ว่าเป็นบัณฑิต
 แต่ผู้ที่ สำคัญตนผิด
ว่าตนเป็นบัณฑิต คนพาลแท้

อันว่าบัณฑิตนั้น ดีแน่
แต่ว่าบัณฑิต เลยเถิดไปก็ไม่ดี
คือไม่สงวนท่าที
บัณฑิตแท้ ที่ดี สงบสง่า
 บุรุษ จะเป็นบัณฑิต
 ในทุกทิศ ทุกที่ก็หาไม่
สตรี คิดการได้ฉับไว
ก็เป็นบัณฑิตได้ เช่นกัน
คนนั่งนิ่ง เขาก็นินทา
คนมากวาจา ก็ไม่พ้นแน่
แม้แต่คนพูดพอประมาณ ก็นั่นแหละ
คนไม่ถูกนินทา นั้นแน่ ไม่มีในโลก
เป็นบัณฑิต หรือไม่เป็นบัณฑิต
ดูที่ กรณียกิจ ฝึกตน
มีปัญญา กตัญญุตา เปี่ยมล้น
รู้คุณบุญกุศล จึงแสวงบุญ

ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย
ฝึกตน คนไม่ประมาท
ฝึกใจหยุดใจนิ่ง ในตน ไม่ขาด
บัณฑิต มีชีวาต เพื่อฝึกตน

ปราชญ์ บันเทิงในความไม่ประมาท
รักษาสุดชีวาต ฝึกสติ
เป็นทรัพย์ประเสริฐสุด ของชีวี
เกิดมานี้ ทำพระนิพพานให้แจ้ง

;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

ปราชญ์แท้ (แน่แน่คมในฝัก) ปราชญ์ ไม่อวดฉลาด แต่ประหยัดคำ ไม่พูดพร่าม เป็นน้ำไหลไฟดับ พูดด้วยจิตเมตตา พูดช้ากระชับ คนสดับ คล้ายกับ ถูกสะกด

ปราชญ์แท้
(แน่แน่คมในฝัก) 

ปราชญ์ ไม่อวดฉลาด แต่ประหยัดคำ
ไม่พูดพร่าม เป็นน้ำไหลไฟดับ
พูดด้วยจิตเมตตา พูดช้ากระชับ
คนสดับ คล้ายกับ ถูกสะกด

ผู้มีจิตเมตตา มีวาจา อ่อนโยน
เป็นคน มีรักแท้ แก่สรรพสัตว์
มอบให้กับทุกชีวิต ไม่ขาด
ทั้งโลกและสรรพสัตว์ อยู่เย็น

เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
ดับทุกข์ดับโศก ให้ชาวโลกทั้งผอง
เกิดความรู้สึก รักใคร่กัน ฉันพี่น้อง
สามัคคีปรองดอง เป็นหนึ่งเดียว

ปราชญ์วิปริต จิตฟั่นเฟือน
ปากขยับเขยื้อน ขยัน วิจารณ์คนอื่น
ด้วยใจไม่เป็นสุข ไม่ชื่น
 พาสังคมแตกตื่น ขาดสามัคคี

ปราชญ์แท้ ได้แก่ผู้คมในฝัก
งามยิ่งนัก งามศีลาจารวัตร
มีหมู่คณะ ก็งดงาม มารยาท
สถานที่ สะอาด สว่าง สงบ

สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ
มีปณิธานกล้า ทำพระนิพพานให้แจ้ง
 สร้างบารมี เต็มที่ บุญแสวง
เป็นแหล่ง..พระนิพพาน ในเมืองมนุษย์

ปราชญ์แท้ ได้แก่ ธรรมกาย
รู้แจ้ง ทั้งภายนอกภายใน ทุกสิ่งอย่าง
พระรัตนตรัยในตัว มารกลัวจัง
จึงปิดบัง ยากหลาย ใครจะศรัทธา

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565

ใกล้เกลือกินด่าง (บ้านอยู่ไม่ห่างวัด) กลิ่นกฤษณา ที่หอม ย่อมติดใบไม้ที่ห่อ ฉันใด การคบกับนักปราชญ์ ก็..ฉันนั้น ย่อมเกิดปัญญา นำพาไปทางสวรรค์ เว้นนรกโลกันต์ ทางชั่ว

 ใกล้เกลือกินด่าง
(บ้านอยู่ไม่ห่างวัด)


 กลิ่นกฤษณา ที่หอม ย่อมติดใบไม้ที่ห่อ
ฉันใด การคบกับนักปราชญ์ ก็..ฉันนั้น
ย่อมเกิดปัญญา นำพาไปทางสวรรค์
เว้นนรกโลกันต์ ทางชั่ว

คนพาล คือคนต่อต้าน การทำดี
ขวางเต็มที่ การเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
เป็นมิจฉาทิฏฐิ บุญบาปไม่มี โอ้กรรม
ยุคอธรรม คนพาลเต็มเมือง

เป็นคนพาล ด้วยใจนั้นมืดมิด
ดำสนิท จึงคิดแต่ร้ายๆ
กิเลสตัณหาอุปาทาน บงการอยู่ภายใน
ใจกระวนกระวาย คล้ายคนติดยา

เชื้อพาลในตน ทุกคนมี
คนมีเชื้อพาลนี้ คือผู้ที่ ใจยังไม่หยุดนิ่ง
ขาดสติเมื่อใด ผีพาลจะเข้าสิง
คิดพูดทำ ในสิ่ง ที่น่าตำหนิ

การเจริญสติ จึงเป็นกิจกรณีย์ ของชีวิต
บัณฑิต จะอุทิศตน เพื่อการนี้
เป็นผู้ไม่ประมาท ในทุกเวลานาที
ทุกสถานที่ ทุกเหตุการณ์

การคบนักปราชญ์ จึงไม่อาจมองข้าม
จึงขอย้ำ การเข้าวัดนั้น มันจำเป็น
ปราชญ์ทางธรรม ก็คือพระ ขอเน้น
อย่าเป็น เช่นที่ว่า ใกล้เกลือกินด่าง

มีวัดอยู่ใกล้บ้าน แต่ใจมันพาล จึงหมดสิทธิ์
ตอนตาย จึงจะได้คิด ก็สาย
นักสร้างบารมี รีบสร้างเร็วไว
ช่วยหมู่ญาติทั้งหลาย ให้มีศรัทธา

;;;;;;;;;; 

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2565

ปราชญ์แท้ (แน่วแน่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง) อยู่ร่วมกับปราชญ์ เสมอญาติ นำสุข ย่อมไม่พาเล่นสนุก อันนำทุกข์มาให้ รู้จักชีวิต จึงมุ่งสู่ทิศพระรัตนตรัย ตามทางสาย..กลาง ทานศีลภาวนา

 ปราชญ์แท้
(แน่วแน่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง)


อยู่ร่วมกับปราชญ์ เสมอญาติ นำสุข
ย่อมไม่พาเล่นสนุก อันนำทุกข์มาให้
รู้จักชีวิต จึงมุ่งสู่ทิศพระรัตนตรัย
ตามทางสาย..กลาง ทานศีลภาวนา

ปราชญ์ จะชวนเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมีค้ำ อุปถัมภ์ชีวิต
 ทำพระนิพพานให้แจ้ง หนีกรรมสุดขีด
ทุ่มชีวิต ทำใจหยุดใจนิ่ง

ปราชญ์ รู้ว่า ชีวาอันตราย
วนเวียนไป ในวัฏฏะสงสาร
กาลเวลา ยาวนานมาก เป็นอนันต์
จะอยู่สุคติภพสวรรค์ นั้นยากยิ่ง

นักสร้างบารมีเท่านั้น อยู่บนสวรรค์ได้
เกิดเป็นมนุษย์ ยิ่งยากหลาย กว่านั้น
คนไม่เข้าวัด จะทุกข์อนันต์
อบายภูมินั้น คือคุกประหาร

ในยุคทมิฬ คนมัวเมาหากิน ไม่เข้าวัด
น่าอนาถ ธรรมชาติ ทนไม่ได้
บ้าโลกีย์ คนดีเหลือน้อย ช่วยไม่ไหว
ภัยพิบัติ น้อยใหญ่ ได้โอกาศ

กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่ ไม่มีหยุด
เป็นกฎเหล็ก ครอบมนุษย์ และสรรพสัตว์
เป็นกฎของจักรวาล ธรรมชาติ
บุญบาปในสรรพสัตว์ จัดให้เอง

ทุกวันนี้ ปราชญ์วิปริต มีเยอะ
เลอะเทอะ คุ้ยฟุ้ง ยุ่งเรื่องชาวบ้าน
ปราชญ์แท้ ท่านได้แต่นั่งนิ่ง นาน
มุ่งมั่น ทำพระนิพพานให้แจ้ง

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2562

ไม่ให้ (เท่ากับทำร้ายตน) :: คนดีชอบให้ คนไม่เอาไหน ชอบเอา คนเรา ถ้าไม่ให้ ใจจะไหล ลงต่ำ

ไม่ให้
(เท่ากับทำร้ายตน)
คนดีชอบให้
คนไม่เอาไหน ชอบเอา
คนเรา ถ้าไม่ให้
ใจจะไหล ลงต่ำ
กลายเป็นคนใจง่าย
ใจร้าย ใจดำ
คนใจต่ำ ตายไป
ต้องไปสู่อบาย แน่นอน
เมื่อเราให้ด้วยความรัก
ใจจัก ปลอดโปร่ง
ใจอ่อนโยนโล่ง
คิดโกงใคร ไม่เป็น
นี่แหละคือการรักษาตน
ให้พ้น ทุกข์เข็ญ
สมบัติจะไหลมาเย็นๆ
เป็น อัศจรรย์
คนชอบให้ ใจกว้าง
เดินตามทาง ความดี
เป็นทางที่
มีแต่คนดี บัณฑิต 
มีกินมีใช้
ไร้โรคา สุขชั่วชีวิต
สั่งสมบารมีเป็นนิตย์
ตามบัณฑิต นักปราชญ์
เราเกิดมาให้
สั่งสมไว้ บารมี
เป็นที่พึ่งสุดดี
ตลอดชีวี ตลอดไป
ตนเป็นที่พึ่งของตน
นี่แหละ ใช่
คนชอบให้
จึงได้ชื่อ พึ่งตน
อัตตาแท้
ได้แก่ บารมี
หรือนิสัยที่ดี
ของคนที่ ชอบให้
การให้
จึง ยิ่งใหญ่
ผู้ไม่ให้
จึงเท่ากับทำร้าย ตนเอง

;;;;;;;;;;