ปราชญ์ไม่ประมาท
(สุดชีวาตฝึกสติ)
;;;;;;;;;
ปราชญ์ไม่ประมาท
(สุดชีวาตฝึกสติ)
;;;;;;;;;
ปราชญ์แท้
(แน่แน่คมในฝัก)
ปราชญ์ ไม่อวดฉลาด แต่ประหยัดคำ
ไม่พูดพร่าม เป็นน้ำไหลไฟดับ
พูดด้วยจิตเมตตา พูดช้ากระชับ
คนสดับ คล้ายกับ ถูกสะกด
ผู้มีจิตเมตตา มีวาจา อ่อนโยน
เป็นคน มีรักแท้ แก่สรรพสัตว์
มอบให้กับทุกชีวิต ไม่ขาด
ทั้งโลกและสรรพสัตว์ อยู่เย็น
เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก
ดับทุกข์ดับโศก ให้ชาวโลกทั้งผอง
เกิดความรู้สึก รักใคร่กัน ฉันพี่น้อง
สามัคคีปรองดอง เป็นหนึ่งเดียว
ปราชญ์วิปริต จิตฟั่นเฟือน
ปากขยับเขยื้อน ขยัน วิจารณ์คนอื่น
ด้วยใจไม่เป็นสุข ไม่ชื่น
พาสังคมแตกตื่น ขาดสามัคคี
ปราชญ์แท้ ได้แก่ผู้คมในฝัก
งามยิ่งนัก งามศีลาจารวัตร
มีหมู่คณะ ก็งดงาม มารยาท
สถานที่ สะอาด สว่าง สงบ
สร้างวัดให้เป็นวัด สร้างพระให้เป็นพระ
มีปณิธานกล้า ทำพระนิพพานให้แจ้ง
สร้างบารมี เต็มที่ บุญแสวง
เป็นแหล่ง..พระนิพพาน ในเมืองมนุษย์
ปราชญ์แท้ ได้แก่ ธรรมกาย
รู้แจ้ง ทั้งภายนอกภายใน ทุกสิ่งอย่าง
พระรัตนตรัยในตัว มารกลัวจัง
จึงปิดบัง ยากหลาย ใครจะศรัทธา
;;;;;;;;;;
ใกล้เกลือกินด่าง
(บ้านอยู่ไม่ห่างวัด)
คนพาล คือคนต่อต้าน การทำดี
ขวางเต็มที่ การเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
เป็นมิจฉาทิฏฐิ บุญบาปไม่มี โอ้กรรม
ยุคอธรรม คนพาลเต็มเมือง
เป็นคนพาล ด้วยใจนั้นมืดมิด
ดำสนิท จึงคิดแต่ร้ายๆ
กิเลสตัณหาอุปาทาน บงการอยู่ภายใน
ใจกระวนกระวาย คล้ายคนติดยา
เชื้อพาลในตน ทุกคนมี
คนมีเชื้อพาลนี้ คือผู้ที่ ใจยังไม่หยุดนิ่ง
ขาดสติเมื่อใด ผีพาลจะเข้าสิง
คิดพูดทำ ในสิ่ง ที่น่าตำหนิ
การเจริญสติ จึงเป็นกิจกรณีย์ ของชีวิต
บัณฑิต จะอุทิศตน เพื่อการนี้
เป็นผู้ไม่ประมาท ในทุกเวลานาที
ทุกสถานที่ ทุกเหตุการณ์
การคบนักปราชญ์ จึงไม่อาจมองข้าม
จึงขอย้ำ การเข้าวัดนั้น มันจำเป็น
ปราชญ์ทางธรรม ก็คือพระ ขอเน้น
อย่าเป็น เช่นที่ว่า ใกล้เกลือกินด่าง
มีวัดอยู่ใกล้บ้าน แต่ใจมันพาล จึงหมดสิทธิ์
ตอนตาย จึงจะได้คิด ก็สาย
นักสร้างบารมี รีบสร้างเร็วไว
ช่วยหมู่ญาติทั้งหลาย ให้มีศรัทธา
;;;;;;;;;;
ปราชญ์แท้
(แน่วแน่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง)
ปราชญ์ จะชวนเข้าวัด ปฏิบัติธรรม
แสวงบุญสร้างบารมีค้ำ อุปถัมภ์ชีวิต
ทำพระนิพพานให้แจ้ง หนีกรรมสุดขีด
ทุ่มชีวิต ทำใจหยุดใจนิ่ง
ปราชญ์ รู้ว่า ชีวาอันตราย
วนเวียนไป ในวัฏฏะสงสาร
กาลเวลา ยาวนานมาก เป็นอนันต์
จะอยู่สุคติภพสวรรค์ นั้นยากยิ่ง
นักสร้างบารมีเท่านั้น อยู่บนสวรรค์ได้
เกิดเป็นมนุษย์ ยิ่งยากหลาย กว่านั้น
คนไม่เข้าวัด จะทุกข์อนันต์
อบายภูมินั้น คือคุกประหาร
ในยุคทมิฬ คนมัวเมาหากิน ไม่เข้าวัด
น่าอนาถ ธรรมชาติ ทนไม่ได้
บ้าโลกีย์ คนดีเหลือน้อย ช่วยไม่ไหว
ภัยพิบัติ น้อยใหญ่ ได้โอกาศ
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่ ไม่มีหยุด
เป็นกฎเหล็ก ครอบมนุษย์ และสรรพสัตว์
เป็นกฎของจักรวาล ธรรมชาติ
บุญบาปในสรรพสัตว์ จัดให้เอง
ทุกวันนี้ ปราชญ์วิปริต มีเยอะ
เลอะเทอะ คุ้ยฟุ้ง ยุ่งเรื่องชาวบ้าน
ปราชญ์แท้ ท่านได้แต่นั่งนิ่ง นาน
มุ่งมั่น ทำพระนิพพานให้แจ้ง
;;;;;;;;;;