วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ผ้ากฐินอจินไตย (ได้ใกล้ชิดพระศาสดา) :: กฐินนี้ บุญใหญ่ ไม่ธรรมดา ถวายผ้า เหมือนว่า พระพุทธองค์ เป็นบุญวาสนา จะ ดำรง บุญส่ง ได้ใกล้ชิดองค์ พระศาสดา

ผ้ากฐินอจินไตย
(ได้ใกล้ชิดพระศาสดา)
กฐินบุญใหญ่ หัวใจ คือผ้ากฐิน
ผ้าอจินไตย อานิสงส์ได้ ใกล้ชิด
ได้บรรพชา สนม สนิท
บุญประสิทธิ์ ได้ใกล้ชิด พระศาสดา 
ชาติสุดท้าย ได้ เอหิภิกขุอุปสัมปทา
หญิงได้มหา..ลดาปสาธน์
สมบัติสาม งามจบ ทุกภพชาติ
สุดคิดคาด ของมนุษย์ ปุถุชน
ทางสายกลาง ทางเดิน เพลินเกี่ยวบุญ
ชีวิตอบอุ่น บุญหนุน ทุกภพชาติ
เกิดเป็นคน เกินคน ไม่ประมาท
ทุกภพชาติ สอนตนได้ แก้ไขตน
พญาช้างฉัตทันต์ ทันที ที่เห็น
เป็นชิ้นผ้า ธรรมดา สีส้มเหลือง
นายพรานนั้น ผูกคอมา หาเรื่อง
ไม่ยักเยื้อง สละชีวา บูชาพระพุทธองค์ 
ยอมให้นายพราน หักหาญ ตัดงา
เพียงเห็น เศษผ้า ธรรมดา สีจีวร
อัศจรรย์นัก ความเคารพรัก สะท้อน
ความเร่าร้อน สงบ สยบลง
กฐินนี้ บุญใหญ่ ไม่ธรรมดา
ถวายผ้า เหมือนว่า พระพุทธองค์
เป็นบุญวาสนา จะ ดำรง
บุญส่ง ได้ใกล้ชิดองค์ พระศาสดา
  
;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ใจดีมีเมตตา (นั่นหละ ชนะตน) ชนะตน ดีกว่าชนะคนอื่น คนดาดดื่น ชอบเอาชนะคนอื่น สาสมใจ พระสอนเอาชนะตน ยอมคน รักษาไมตรีไว้ ไมตรีตัดไม่ได้ เท่ากับทำร้ายตนเอง

ใจดีมีเมตตา
(นั่นหละ ชนะตน)


ชนะตน ดีกว่าชนะคนอื่น
คนดาดดื่น ชอบเอาชนะคนอื่น สาสมใจ
พระสอนเอาชนะตน ยอมคน รักษาไมตรีไว้
ไมตรีตัดไม่ได้ เท่ากับทำร้ายตนเอง

ชนะตน คือคนใจดี มีเมตตา
น่าเคารพบูชา เหมือนมารดาบิดา อุปการะลูก
แม้ลูกแสนซน แต่ก็แสนรัก พันผูก
เป็นดังทาสของลูก แสนผูกพัน

ดวงจิตขนาดนี้ ถ้าสามารถมีได้ กับทุกคน
จะเป็นที่รักมหาชน คนทั้งหลาย
อยู่บนเส้นทางสายสมบัติ ไหลมาดังใจ
เป็นสมบ้ติอจินไตย จักรพรรดิ์

คุณธรรมทั้งหลาย ล้วนใจเมตตาอยู่เบื้องหลัง
ถ้าไม่แล้วอย่าหวัง จะเป็นไปได้
เช่น ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา นั่นปะไร
ขาดเมตตาแล้วไซร้ บริสุทธิ์หาย กลายเป็นตัณหา
เอาชนะตน คือคนแสวงบุญ สร้างบารมี
มีความอดทน ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
นั่งสมาธิ เป็นกิจกรณีย์ เป็นหลักชัย
ชนะตนยิ่งใหญ่ ได้เข้าสู่แดนอมตะ พระนิพพาน

ชนะตน เท่ากับ เป็นคนชนะโลก 
หมดทุกข์โศก ออกจากกระแสโลก วิบากกรรม
เอาใจมาไว้ในตัว ในกระแสธรรม
พ้นกฎแห่งกรรม สุขล้ำ ไม่ต้องเวียนว่าย

ชนะตน คือคนชนะกิเลส
อันคือต้นเหตุ อุปสรรค และปัญหา
เข้าสู่ทางสายสมบัติ ทางอริยะ
มีแต่สุขสมปราถนา ทุกประการ


ชนะตนได้ คือผู้ใหญ่ มีใจเมตตา
มีจิตปราถนาดี มิมีเว้นผู้ใด
มีความรัก ปราถนาดี อย่างจริงใจ
มีสัจจะ เสมอต้นเสมอปลาย จึงเป็นที่รักใคร่มหาชน

ตนนั้นหรือ ก็คือใจ
ท่องเที่ยวไป ไม่ใคร่อยู่กับตัว
ชอบอยู่ในกระแสโลก ชุ่มโชกเมามัว
รับกรรมวิบาก จากกิเลสชั่ว หลงตัวลืมตน

  ใจขาดกาย กลายเป็นวิญญาณ
กายขาดใจนั้น กลายเป็นศพ 
กายเปรียบคล้ายบ้าน ใจนั้นเหมือนเด็ก ยากสงบ
 ดวงธรรม
 ดังมารดา จึงครบ เป็นชีวิต

ชนะตนได้ จึงเดินทางใน ทางสายกลาง
ทางสว่าง ทางบริสุทธิ์ หลุดพ้น
พ้นกรรมวิบาก พ้นกฏแห่งกรรม พ้นทุกข์ทน
พ้นกฎไตรลักษณ์ เป็นอมตะ พระนิพพาน

;;;;;;;;;;

นักสร้างบารมี (ต้องมีครูดีสัตบุรุษ) ใครมีสมบัติ๖ มีโชค ดีสุด เหนือมนุษย์ สุดที่คนธรรมดา จะมีได้ หนึ่ง ได้คติสมบ้ติ เป็นมนุษย์ชาติ โชคดีหลาย แสวบุญสร้างบารมีได้ รีบขวนขวาย หลังตายทำไม่ได้เลย

นักสร้างบารมี
(ต้องมีครูดีสัตบุรุษ)


ใครมีสมบัติ๖ มีโชค ดีสุด
เหนือมนุษย์ โชคดีสุด เหนือธรรมดา 
หนึ่ง ได้คติสมบัติ เป็นมนุษย์มะนา
แสวงบุญ ได้ง่ายนักหนา เป็นที่อิจฉาของเทพ
สอง ได้กาลสมบัติ มีโอกาส ได้เกิดในเวลา
ที่พุทธศาสนา รุ่งเรือง อันเป็นเรื่องยากมากๆ
สาม ได้ปเทศสมบัติ ยิ่งยากนัก
ยิ่งยากมากๆ ถ้าหากมีวัดพระธรรมกาย
สี่ ได้กุลสมบัติ ได้โอกาส เกิดในตระกูลดี
ตระกูลที่ มีความเลื่อมใสศรัทธา
พาลูกหลาน ขยัน แสวงบุญญา 

รู้จักภาวนา พาสร้างบารมี ไปที่สุดธรรม
ห้า ได้อุปธิสมบัติ ได้ส่วนสัด ร่างกายดี
 แข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ สร้างบารมีสบาย
 หก ได้ทิฏฐิสมบัติ มีศรัทธา สุดยากหลาย
ศรัทธาวิชชาธรรมกายได้ อจินไตยเลยทีเดียว

มีอุดมการณ์ชีวิต ทำพระนิพพานให้แจ้ง
บุญแสวง และสร้างบารมี
มีที่พักกลางทาง ดุสิตบุรี
ปราบหมู่มารี ตามติดมหาปูชนียาจารย์ ถึงสุดธรรม 

มีโชค๖ชั้น ยิ่งกว่าถูกรางวัล ล๊อตโต้
ได้อิสละ หลุดจากโซ่ เส้นโต ของมาร
ไม่ต้องเวียนว่าย ในวัฏฏสงสาร
อยากมีโชค๖ชั้น ต้องเป็นนักสร้างบารมี 
อยากเป็นนักสร้างบารมี ต้องมีครูดีสัตบุรุษ
มีอุดมการณ์ ไปที่สุด..แห่งธรรม
มีคุณวิเศษ เห็นเหตุไกลใกล้ ลึกล้ำ
บรรลุธรรม วิชชาธรรมกาย ที่มารร้ายกลัวนัก

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ทำบุญหมดตัว (น่ากลัวแท้) กู้เงินมาทำบุญ หรือทำบุญจนหมดตัว ทำเป็นเก่ง ไม่ห่วงตัวเอง และครอบครัว เป็นนิสัยพระโพธิสัตว์ ไม่ใช่อ่อนหัด น่าหัว

 ทำบุญหมดตัว
(น่ากลัวแท้)

 กู้เงินมาทำบุญ หรือทำบุญจนหมดตัว ทำเป็นเก่ง
ไม่ห่วงตัวเอง และครอบครัว
เป็นนิสัยพระโพธิสัตว์ ไม่ใช่อ่อนหัด น่าหัว
โดนวัดหลอกจนหมดตัว ชาวบ้านหัวเราะหยาม


ถ้าทำบุญได้บุญ ไม่มีปัญหา
คือปีติปรีดา อย่างกับ พระโพธิสัตว์
ได้บารมีใหญ่ ปรมัตถบารมี สละชีวี รักษาศาสน์
เป็นอจินไตย คนสุดคาด ด้วยขาดปัญญา

คบหาสัตบุรุษ ได้ฟังธรรมา ศรัทธาเกิด
กัลยาณมิตร ผู้ประเสริฐ หายากยิ่ง
วัดพระธรรมกาย ทำได้ อย่างนั้นจริงๆ
นี้เป็นสิ่งไม่ธรรมดา ขอท้าพิสูจน์

วิชชาธรรมกาย เป็นพุทธแท้ คนจึงแห่มา
ไม่ใช่เทศน์เก่งนักหนา แต่ว่าศรัทธาหลวงพ่อฯ
ต้องมาสัมผัสเอง อย่าเพิ่งเชื่อ นั่นละหนอ
ถ้าเป็นชายละก็ ลองมาบวชจับเท็จ แต่เห็นเสร็จทุกราย

การได้เห็นพระ อย่างกะ พระเจ้าอโศกฯ
เห็นสามเณรนิโครธ เท่านั้นหละ เลิกละสงคราม
หันมาบำรุงศาสนา เข้าวัดฟังธรรม
น่าอัศจรรย์ใจล้ำ ของพุทธแท้ แผ่ศรัทธา

พุทธแท้ ไม่เพียงแต่เทศน์
ให้สังเกต สีลาจารวัตร และธรรมปฏิบัติ
ผิวพรรณวรรณะ ลูกศิษย์ลูกหา ที่สามารถ
ถ้าเอาแต่ปริยัติ แน่ชัด พ่อใบลานเปล่า

มีคุณวิเศษ ต้องสังเกตให้ดี
อาจเป็นเพียงฤาษี หรือวิทยาธร
อาจเป็นร่างทรงของมาร ออกรานรอน
พุทธแท้จริงนั้น ไม่เดือดร้อน นั่งนอนสงบ

พระแท้ มีแต่สงบนิ่ง
พระจริง ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
ไม่สู้ ไม่โกรธา ไม่ว่าร้ายทำร้าย
ไม่หนี สู้ขาดใจ อยู่ในลู่

ทำดีเรื่อยไป ให้ถึงพร้อม
มีความเคารพนอบน้อม ด้วยทำใจใส ใส่ใจไม่ขาด
แม้ถูกทำร้ายก็อดทน ได้
บารมีปรมัตถ์
มีชัยชนะขาด ด้วยปรมัตถบารมี

 
;;;;;;;;;;

รู้จักกฎไตรลักษณ์ (ถ้าอยากมีความสุข) ธัมมัญญุตา สัตบุรุษรู้ซึ้ง ถึงเรื่องโลกและชีวิต กฎเหล็กอำมหิต กฎไตรลักษณ์ และกฎแห่งกรรม

 รู้จักกฎไตรลักษณ์
(ถ้าอยากมีความสุข)


ธัมมัญญุตา สัตบุรุษรู้ซึ้ง ถึงเรื่องโลกและชีวิต
กฎเหล็กอำมหิต กฎไตรลักษณ์ และกฎแห่งกรรม
 สังสารวัฏ คือโลกหรือภพ มีอบายภูมิ เป็นคุกมืดดำ
 สวรรค์มีสุขล้ำ อยู่เสวยผล เหมือนคน ไปทัวร์เที่ยว

กฎไตรลักษณ์ ที่รู้จักนั้น อาจไม่ถูก
อนิจจัง ที่ถูก แปลว่า ไม่ใช่นิจจัง
ไม่ใช่ไม่มี ที่จริงนั้นมี จงฟัง
นิจจัง เป็นอมตะ เป็นลักษณะพระธรรมกาย

สรรพสิ่งภายนอก เป็นอนิจจัง อย่าไปหลงตั้ง ยึดติด
เปลี่ยงแปลงเป็นนิจ ไม่นิ่งไม่อมตะ
ที่สุดก็พังทลาย แล้วเกิดใหม่ วนเวียนไปมา
แต่ว่าหน้าตา เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

อนิจจัง แล้วก็ทุกขัง ในกฎไตรลักษณ์
ต้องตระหนัก ว่าเป็นทุกข์ กับสนุกสนาน
เหมือนเกาตุ่มคัน ยิ่งเกายิ่งมัน
คนทุกชั้น ทุกเพศทุกวัย ไม่มีใครไม่เป็นทุกข์

ด้วยว่า ความสุขอยู่ที่ใจ ที่อยู่ในตน
ช่างแปลกเหลือล้น ใจต้องอยู่ในตน จึงสุข
คนทั้งหลาย ใจวิ่งวนอยู่ภายนอก จึงมีแต่ทุกข์
รู้แต่สนุก สุกๆดิบๆ

ทานศีลภาวนา จึงเข้ามาในชีวิต
เพื่อนำจิต..ของเรา เข้ามาภายในกาย
ขจัดกิเลส อันเป็นเหตุให้เข้ามาไม่ได้
ทานศีลภาวนา นั้นใช่ ทางสายกลาง

อีกประการหนึ่ง ใจซึ่งอยู่ภายนอก 
เหมือนออก ไปภายนอกหลังคา
ความทุกข์ เหมือนตากฝน ที่หล่นจากฟ้า
ไม่อาจจะ..หลีกกรรมวิบาก จากอดีตได้

คนทั่วไป จึงเปรียบได้ คล้ายหนอนหรือปลา
สนุกสนานเริงร่า ตามสภาวะของตน
แม้มีเทวดามาบอก ว่า อย่ามัวทุกข์ทน
หนอนและปลา ไม่มีสน นี่หละคนทั่วไป

อนิจจัง ทุกขัง แล้วก็อนัตตา
อนัตตานั้น แปลว่า ไม่ใช่อัตตา ไม่ใช่ไม่มีอัตตา
ทุกสิ่งอัน ที่มีกิเลสปน ล้วนอนัตตา
ไม่อาจให้สมปราถนา ไม่เป็นอัตตา ตัวตน

ธรรมกาย พระรัตนตรัยในตน
พ้น..กฏแห่งกรรม และกฎไตรลักษณ์
เป็นอมตะ และสมปราถนา พญามารกลัวนัก
ซ่อนไว้ลึกลับ ทางสายกลาง ผ่านศูนย์กลางกาย

;;;;;;;;;; 

วันพุธที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564

กฐิน(ธรรมจรัส ขจัดอธรรม):: กฐิน ไม้สะดึง ขึงผ้ากฐิน ผ้าเป็นชิ้นๆ เย็บผ้ากฐิน บนไม้สะดึง ผ้าหายากนัก จักรวมเป็นผืนหนึ่ง สมัยนี้จึง ตัดเป็นท่อน ย้อนรอยอดีต

กฐิน
(ธรรมจรัส ขจัดอธรรม)

กฐิน คือไม้สะดึง ขึงผ้ากฐิน
ผ้าเป็นชิ้นๆ เย็บผ้ากฐิน บนไม้สะดึง
ผ้าหายากนัก จักรวมเป็นผืนหนึ่ง
สมัยนี้จึง ตัดเป็นท่อน ย้อนรอยอดีต
จีวรกฐิน เป็นผ้า พุทธานุญาต
มอบให้พระผู้สามารถ ทำกฐินัต ถารกิจ
พระผู้มีจีวรเก่า อยู่เนา ๓เดือน เป็นนิตย์
จึงได้สิทธิ์ รับผ้ากฐิน

กฐินกาล วันเวลา รับผ้ากฐิน
หลังพรรษาสิ้นไปได้ ในเวลาหนี่งเดือน จงจำ
เริ่มแรม๑ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงเขต ขึ้น๑๕ค่ำ
ไม่ล้ำ เดือน ๑๒
ในวัดนั้น มีพระจำพรรษา  ๕รูป ขึ้นไป
มีวินัย ให้รับและกรานกฐินได้
เป็นสังฆทาน และกาลทานบุญใหญ่
ปีหนึ่ง มีได้ ครั้งเดียว
กรานกฐิน ให้เสร็จสิ้น ภายใน๑วัน 
เป็นเงื่อนไขสำคัญ มิฉนั้นกฐินเดาะ
งานกฐิน จึงบุญใหญ่ กาลจำเพาะ
 เมื่อปราถนาสิ่งใดละก็ จะสมปราถนาทุกประการ
 
บุญกฐิน ตัดสิน วัดเจริญ
ศรัทธาไม่เมิน พระเจริญศีล งามวินัย
งามศีลา ปลูกศรัทธา ได้ 
ศรัทธาร่วมใจ พากันมาถวาย ผ้ากฐิน
กุศโลบาย สร้างวัด ให้เป็นวัด
ขยายพระศาสน์ เพิ่มพูนศรัทธา มหาชน
กฐินเป็นบุญใหญ่ พระจอมไตร ยังทรง
เสด็จลง มาร่วมวง กรานกฐิน
บุญกฐิน เป็นบุญอจินไตย
มหาชนรวมใจ บ้านกับวัด
เป็นกุศโลบาย ยอยกพระศาสน์
ธรรมจรัส ขจัดอธรรม

;;;;;;;;;;