แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมทาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ธรรมทาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2564

ธรรมทาน (ยอดแห่งทาน) อามิสทาน อภัยทาน และธรรมทาน การทำทาน เป็นงานชีวิต ควรศึกษา จะได้ ไม่ดูดาย สำคัญผิด ผู้เป็นบัณฑิต ชอบศึกษา พัฒนาตน

 ธรรมทาน
(ยอดแห่งทาน)

อามิสทาน อภัยทาน และธรรมทาน
การทำทาน เป็นงานชีวิต
ควรศึกษา จะได้ ไม่ดูดาย สำคัญผิด
ผู้เป็นบัณฑิต ชอบศึกษา พัฒนาตน

การศึกษาธรรมะ สำคัญนัก รู้จักทำความเห็นให้ตรง
ใจจะปรุโปร่ง โล่งเบา สุขสะบาย
บุญถล่มทะลัก มากันใหญ่
เป็นบุญกิริยาวัตถุสิบ ข้อสุดท้าย ทิฏฐุชุกัมม์

อามิสทาน คือการให้ วัตถุทาน๑๐อย่าง 
มีสิ่งต่างๆ ดังนี้..ข้าว น้ำ ผ้า ยานพาหนะ
ดอกไม้ของหอม ของลูบไล้ เครื่องย้อมทา
ที่นอนที่พักกายา ประทีปโคมไฟ ปัจจัยสี่

จุดประสงค์การให้ แบ่งได้เป็น ๔ อย่าง
หนึ่ง ปริจาคะ ให้เพื่อละวาง ความตระหนี่ 
สอง ปฏิการะ ตอบแทนคุณงามความดี
เช่นบุพการี ปูชนียาจารย์ เป็นต้น

สาม สังคหะ ให้เพื่อผูกมิตร ในทิศทั้งหลาย
ชีวิตย่อมพ้นภัย สะดวกสะบายในชีวี
สี่ อนุคหทาน เพื่อการอนุเคราะห์ ผู้ที่
 มีชีวีลำบาก ไม่อาจจักช่วยตนเองได้

 อามิสทาน การให้สิ่งของ ที่จับต้องได้
เกิดบุญขจัดกิเลสร้าย โลภะเหตุตระหนี่
อันเป็นอุปสรรคกั้น สำคัญ ทางความดี
อันเป็นทางที่ ให้สุขี สมปราถนา 

อภัยทาน คือการ..ให้ความปลอดภัย
สละความโกรธเสียได้ 
ใจจึงใส 
ดั่งมารดา ไม่ถือสาบุตรน้อย กลอยใจ
มารดาจึงใช่ มิตรแท้ในเรือน

ธรรมทาน คือการให้ สุดสูง
ให้ศรัทธา มีจิตมุ่ง พระรัตนตรัยในตัว
สละความหลง ใจปลดปลง กิเลสชั่ว
ใจหายมืดมัว ชีวิตพลิกผัน ธรรมทานสุดยอด

;;;;;;;;;; 

วันจันทร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2564

ธรรมทาน (ยอดแห่งการให้) อภัยทาน คือ การยกโทษ ไม่โกรธ ไม่เอาเรื่อง ทำตัวเหมือนเชื่อง สำรวมกายวาจา รักษามารยาท ไม่ขวางหูขวางตา นี่หละคือศีลลา อภัยทาน

ธรรมทาน
(ยอดแห่งการให้)


 อภัยทาน คือ การยกโทษ ไม่โกรธ ไม่เอาเรื่อง
ทำตัวเหมือนเชื่อง สำรวมกายวาจา
รักษามารยาท ไม่ขวางหูขวางตา
นี่หละคือศีลลา อภัยทาน

 การปล่อยสัตว์ปล่อยปลา ให้ชีวิตสัตว์เป็นทาน นั้น
คนละเรื่องกัน กับอภัยทาน คิดให้ดี
การช่วยเหลือสรรพสัตว์พ้นภัย ด้วยใจเมตตาเหลือที่
ไม่อาจนิ่งดูดาย นี้ คือนิสัยโพธิสัตว์ 

คุณธรรมเมตตา สำหรับผู้มีจิตปราถนาดี
เห็นสรรพสัตว์นี้ เสมอญาติ
สุดสงสารทุกข์หลาย เหลือขนาด
เหมือนเห็นปลาตกขลัก ไม่อาจดูดาย

การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายสัตว์ ศีลข้อที่หนึ่ง
มีอานิสงส์ซึ่ง ป้องกันภัย ในวัฏฏสงสาร
และได้สมบัติใหญ่ มากมาย ยิ่งกว่าทาน
ศีลเป็นห้วงสมบัติ อันตระการ โอฬารยิ่ง

การให้อภัย คือการไม่ทำร้ายสรรพสัตว์
มีอานิสงส์ชัด ใครๆไม่อาจทำร้าย
รวมไปถึง การไม่มีโรคภัย
ความแข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย ลาภประเสริฐ

อภัยทาน สำคัญต่อร่างกาย
แต่อย่างไร ก็ไม่อาจเทียบได้ กับธรรมทาน
ซึ่งให้หนทางพ้นทุกข์ ตลอดกาล
การเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้น สำคัญสุด

ธรรมทาน การให้กำลังใจ
เป็นหน้าทีใหญ่ ของกัลยาณมิตร 
นำพาหมู่คณะ ไปฝั่งพระนิพพาน เป้าหมายชีวิต
 กัลยาณมิตร จึงเป็นทุกสิ่งของพรหมจรรย์

ธรรมทาน  คือการให้ดวงปัญญา
สว่างจ้า รู้เห็นตามความเป็นจริง
ปัญญาเป็น เช่นตะเกียง เหนือทุกสิ่ง
เป็นผู้รู้เห็นยิ่ง ด้วยธรรมจักขุ ของธรรมกาย

;;;;;;;;;; 

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2563

พระภิกษุผู้ประเสริฐ (เลิศด้วยทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน) :: เจ้าชายสิทธัตถะ บังเอิญว่า ได้เห็น เกิดแก่เจ็บตาย สลดใจหลาย จึงตัดสินใจออกบวช หมดอาลัยในสมบัติจักรพรรดิ์ ออกผนวช ด้วยทรงเห็นนักบวช เป็นเพศที่สงบ

พระภิกษุผู้ประเสริฐ
(เลิศด้วยทำประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน)
เจ้าชายสิทธัตถะ บังเอิญว่า ได้เห็น เกิดแก่เจ็บตาย
สลดใจหลาย จึงตัดสินใจออกบวช
หมดอาลัยในสมบัติจักรพรรดิ์ ออกผนวช
ด้วยทรงเห็นนักบวช เป็นเพศที่สงบ
สลดใจหลาย ที่สรรพสัตว์ ไม่อาจหลีกหนี
มันน่าจะมี ทางออกอยู่
มีผิดก็มีถูก มีสุขก็มีทุกข์ มีขาวก็มีดำ เป็นคู่
มันต้องมีอยู่ เป็นคู่ อยู่เดี่ยวไม่มี
พระองค์ จึงทรงตัดสินใจ ไปจากวัง
ทั้งๆที่พระชายา เพิ่งจะคลอด
ในยามดึก คนหลับไหล ในยามปลอด
ไปกับนายฉันนะ และยอดม้า กัณฑกะ
ในคนธรรมดา จะเห็นว่า พระองค์ทำไม่ถูก
ทิ้งลูกทิ้งชายา ทิ้งประชาชน
แม้แต่สัตว์ ก็ยังรักลูกของตน
นี่เราเป็นคน ควรดิ้นรน ดูแลครอบครัว
ปัญญาพระโพธิสัตว์ สามารถอุเบกขา
ยอมทิ้งชีวา เพื่อความสุขมหาชน
พระองค์ทรงมองเห็นทุกข์ของคน
เห็นปวงชน แหวกว่าย ในทะเลทุกข์
คนทั้งหลาย คล้ายคน ตกน้ำ
คนจะช่วยต้องเก่งล้ำ ว่ายน้ำเป็น
การช่วยคนออกจากวัฏฏะสงสาร ยิ่งยากเย็นแสนเข็น
ต้องหลีกเร้น บำเพ็ญตน หา พระโพธิญาณ
กระทั่งได้เป็นพระพุทธเจ้า โปรดเหล่าเวไนยสัตว์
มีผู้คนออกบวชตามบาท เป็นอันมาก
ดังนั้น การออกบวช สืบทอดพระศาสน์ ประเสริฐนัก
ด้วยประจัก ทางพ้นทุกข์ มีสุขแท้จริง

“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ 
การให้ธรรมเป็นทาน ย่อมชนะการให้ทั้งปวง”

ธรรมทาน คือยอดแห่งการให้
ช่วยคนทั้งหลาย ให้พ้นทุกข์ด้วยธรรมทาน
 คนในครอบครัวเรานั้น ก็เช่นกัน
คนไม่ออกบวชนั้น เหมือนกอดคอกันจมน้ำ
ชีวิตที่แท้จริง หรือบ้านอย่างยิ่ง คือหลังตาย
อย่ามัวอาลัย ในปัจจุบัน
ทุกอย่างที่เห็น เหมือนจอหนังเท่านั้น
 วิบากกรรมตามทัน ฉาย ให้เห็น
อะไรที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ให้อดกลั้นอดทน
ปรับปรุงตนใหม่ ยอมตายไม่ทำบาป
เดินตามหลังพระ ละกรรมหยาบๆ
เข้าวัด ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
การออกบวชสืบต่อพระศาสน์ ขาดไม่ได้
เป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่ ของชายทุกๆคน
เหมือนทหารหาญ จะออกศึก ต้องฝึกฝน
ได้ทำทั้งประโยชน์ตน ประโยชน์ท่าน ถึงพร้อมที่สุด

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

พ่อใบลานเปล่า (เอาแต่สอน) :: ธรรมทาน รู้กัน ว่ายอด ใจที่บอด เกิดศรัทธา ปสาทะ เข้าวัดได้ ใฝ่ธรรม ตลอดมา มีชีวา เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม

พ่อใบลานเปล่า
(เอาแต่สอน)
ธรรมทาน รู้กัน ว่ายอด
ใจที่บอด เกิดศรัทธา ปสาทะ
เข้าวัดได้ ใฝ่ธรรม ตลอดมา
มีชีวา เปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม
พึ่งธรรม พึ่งตน พึ่งความดี
มั่นใจเต็มที่ ในความดี ของตน
ทำดีต้องได้ดี หนี ไม่พ้น
ฝึกตน ให้อดทน อุดมการณ์
เป็นครู ทำให้ดู ให้เห็น
ทำให้เป็น ศิษย์เอาเช่น ครู
ศิษย์ตามติด ใกล้ชิด เรียนรู้
สังคมเลิศหรู ด้วยธรรม อำไพ
พ่อใบลานเปล่า เอา แต่สั่งแต่สอน
พุทธเดือดร้อน มารต้อน ได้
ให้ลาภยศสรรเสริญ ระเริง ใจ
เดินผึ่งผาย ได้ลาภยศ ปรากฎนาม
โลกชอกช้ำ ด้วยธรรม ไม่ปฏิบัติ
ถ่ายทอดติดขัด ปฏิบัติ ไม่ถึงที่
สะอาดระเบียบไม่ได้ สอนไป ทำไมมี
ธรรมทานสุดดี อยู่ที่ สอนปฏิบัติ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2562

ยอดความสามารถ (ไม่คิดคาด วาจาสุภาษิต):: น้ำร้อนปลาเป็น น้ำเย็น ปลาตาย ภาษิตไทย ให้ระวังระไว ในคำพูด

ยอดความสามารถ 
(ไม่คิดคาด วาจาสุภาษิต)
น้ำร้อนปลาเป็น
น้ำเย็น ปลาตาย
ภาษิตไทย
ให้ระวังระไว ในคำพูด
คำพูดสุดดี
คือคำพูดที่ เรียกว่า วาจาสุภาษิต
เป็นคำพูดศักดิ์สิทธิ์
มีฤทธิ์ บันดาลดล
สถิตย์ในใจคน
เปี่ยมล้น รักเคารพบูชา
มีสุข สมปราถนา
 พาลา กลายเป็นมิตร
 ผู้ใดมีจิต คิดร้าย
ย่อมเจ็บป่วยไข้ อย่างหนัก
เป็นบ้า น่าเวทนานัก
สติพราก ไม่อาจจักตายดี
วาจาสุภาษิต พูดด้วยจิตเมตตา
ถูกกาละเทศะ และจริงไม่หยาบ
มีประโยชน์ รองรับ
คนฟังซึมทราบ มีปีติ
วาจาสุภาษิต
มีฤทธิ์ ด้วยจิตใสสว่าง
ทุ่มชีวิตฝึกสติ ไม่ปล่อยวาง
จนกระทั่ง มีสุขเมตตา ขณะพูด
เคารพปฏิสันถาร
จึงต้องหมั่น ฝึกสมาธิ
ควบคุมอารมณ์ ให้ดี
ด้วยอินทรีย์ สังวร
วาจาสุภาษิต
ถ้ารู้จักคิด ก็คือธรรมทาน
มีคุณไม่ประมาณ
 ปีติเบิกบาน ทั้งผู้พูดและผู้ฟัง
 เกิดใจดีงาม
มีกำลังใจ หายเศร้าหมอง
บุญหลั่งไหล เข้าประคอง
รักเคารพดังพี่น้อง ท้องเดียวกัน
 
น้ำร้อนปลาเป็น
คนก็เช่นกัน
พูดจาไม่ดีอย่างนั้น
ใครมัน จะทนได้
วาจา นินทาว่าร้ายเสียดสี
วาจาคนไม่ดี ส่อเสียด 
เป็นวาจาเสนียด
คนและเทวดาเกลียด หนีไกล
 น้ำเย็นปลาตาย
คือได้ฟังคำพูดดี ที่กินใจ
ใจหยุดนิ่ง ใสปิ๊ง ปีติใหญ่
เกิดเคารพบูชารักใคร่ ใจเบิกบาน

 ;;;;;;;;;;