แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังขาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สังขาร แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

เห็นสังขารเป็นทุกข์ได้ (ใจสุขอย่างยิ่ง) บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน และปกป้องให้กัน จากคนพาลกาลี เพราะ ความจริงจังจริงใจ มีในคนดี คนพาล กาลี มิมีจริงใจ

 เห็นสังขารเป็นทุกข์ได้
(ใจสุขอย่างยิ่ง)

บุคคลควรเตือนกัน สอนกัน
และปกป้องให้กัน จากคนพาลกาลี
เพราะ ความจริงจังจริงใจ มีในคนดี
 คนพาล กาลี มิมีจริงใจ
ภิกษุ ผู้เห็นโทษในกาม
จึงมีความ ประพฤติ ประเสริฐ
ปราศจากตัณหา ด้วยสติเกิด
 คนประเสริฐ ย่อมไม่หวั่นไหว
กษัตริย์ ไม่ทรงตั้งอยู่ในธรรม
ปุถุชน คนชั้นต่ำ ไม่มีธรรมอาศัย
ชนทั้งสอง ละโลกแล้ว ไม่ไปไหน
 ย่อมไปต่ำใต้ ทุคติ
ท่านผู้มีทางไกล อันได้บรรลุ
โศกไม่อยู่ ในธรรมทั้งปวง
กิเลสเครื่องรัด หลุดล่วง
 ย่อมไม่มีห่วง หมดความเร่าร้อน
พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ 
  พึงสละอวัยวะ เมื่อรักษาชีวิต
พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต
สละทุกชนิด เมื่อคำนึงถึงธรรม
พึงเป็นผู้พอใจ และประทับใจ
ใน พระนิพพาน 
เป็นผู้ไม่ติดในกาม อันกันดาร
 ท่านผู้นั้น เป็นผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน
ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
 สังขาร ก็จริงอย่างยิ่ง เป็นทุกข์
เมื่อรู้เช่นนั้น ตามเป็นจริงแล้ว เป็นสุข
 ทุกข์ดับ กลับเป็นสุขอย่างยิ่ง

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566

กฎไตรลักษณ์ (โลกเป็นสักโรงละคร) ทุกสิ่งกิดขึ้น ดับไป เป็นธรรมดา สังขารา อยู่ในกฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ประจักษ์ กฎไตรลักษณ์ แน่นัก ของมาร

 กฎไตรลักษณ์
(โลกเป็นสักโรงละคร)

ทุกสิ่งกิดขึ้น ดับไป เป็นธรรมดา
สังขารา อยู่ในกฎไตรลักษณ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ประจักษ์
กฎไตรลักษณ์ แน่นัก ของมาร

สังขาร ไม่เที่ยง เพียงอาศัย
ทุกสิ่ง ประกอบขึ้นใหม่ ทั้งสิ้น
มีบาปผสม เหมือนเหล็ก สนิมกิน
ควรถวิล ได้คิด เลิกติดใจ
สังขาร เป็นทุกข์ อย่างยิ่ง
ทุกข์ที่บาป เข้ามาสิง..สู่
 ใจไม่สงบ ไม่นิ่ง ไม่รู้
ใจไม่อยู่ ในกระแสพระนิพพาน
สังขาร เป็นอนัตตา
ไม่ใช่ อัตตา ตัวตน
ควบคุมไม่ได้ เป็นคนละคน
เหมือนเล่นโขนละคร สวมบทบาท

ด้วยกฎไตรลักษณ์ นี้
ทำให้โลกโลกีย์ เป็นเช่นโรงละคร
ไม่จริงไม่จัง ตามบท ยอกย้อน
ไม่ต้องสอน ตอนใกล้ตาย จะได้สติ
จะหนี กฎไตรลักษณ์
 ต้องรู้จัก ทำพระนิพพานให้แจ้ง
 พระนิพพาน เป็นอมตะ ไม่เปลี่ยนแปลง
เป็นแหล่ง สุขสมปราถนา ทุกประการ
พระนิพพาน เป็นธาตุธรรมแท้
ธรรมธาตุนั้น ได้แก่บุญ
เป็นธรรมกาย รุ่งเรือง จำรูญ
มีแต่บุญกับบุญ เข้านิโรธสมาบัติ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ความหิว (เป็นโรคอย่างยิ่ง) ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง ร้ายจริงๆ ยิ่งกว่ามะเร็ง รักษาไม่หาย แม้หมอแสนเก่ง นอนเอ้งเต้ง ตายแน่ เมื่อหิว

 ความหิว
(เป็นโรคอย่างยิ่ง)

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
ร้ายจริงๆ ยิ่งกว่ามะเร็ง
รักษาไม่หาย แม้หมอแสนเก่ง
นอนเอ้งเต้ง ตายแน่ เมื่อหิว

สังขาร ร่างกาย เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
เมื่อใจไม่นิ่ง อารมณ์ร้าย ไร้ปีติ
เกิดความเครียด รังของโรคอย่างดี
กายเรานี้ จึงมีทุกข์
หิวทางกาย ไม่ร้ายเท่าทางใจ
ตัณหาตัวร้าย มีเท่าใด ไม่พอ
ให้โลกทั้งโลก ก็ยังขออีกหนอ
หิวทางใจ ไม่มีพอ ยิ่งขอเพิ่ม
เมื่อใจไม่หยุด ตายแล้ว ยังผุดเกิด
ส่วนคนดีประเสริฐ เกิดบนทางธรรม
ยังมีร่างกาย แต่ก็ได้สุขล้ำ
 สันโดษสมถะธรรม ดับความหิวได้
คนทั้งหลายไม่รู้ และไม่สนใจ
ความหิวตาลาย ถือว่าธรรมดา
ไม่สนใจ ที่จะแก้ไขปัญหา
ตั้งหน้าหาแต่ทรัพย์ ดับตวามหิว
ดับความคิดปรุงแต่งได้ ใจสุข
ปัญญา กลบทุกข์ ความหิว
สละกิเลสตัณหา หน้านิ่ว
ร่างกายก็ไม่หิว ด้วยอิ่มบุญ
หิวทางกาย ตาลาย ตายแน่
หิวทางใจ นั่นแหละ แย่ยิ่งกว่า
ทำให้ผุดเกิด ต่ำช้า
ทุกข์หนักหนา เมื่อละสังขาร

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ใจหยุด (ประดุจรากขาด) เบญจขันธ์ ที่กำหนดรู้แล้ว เห็นใสชัดแจ๋ว อยู่ภายใน ใจหยุด ประดุจรากขาด เคลื่อนที่ได้ กลางของกลาง เรื่อยไป ไร้ทุกข์ไร้ภพ

 ใจหยุด
(ประดุจรากขาด)

เบญจขันธ์ ที่กำหนดรู้แล้ว
เห็นใสชัดแจ๋ว อยู่ภายใน
ใจหยุด ประดุจรากขาด เคลื่อนที่ได้
กลางของกลาง เรื่อยไป ไร้ทุกข์ไร้ภพ
เปลี่ยนมิติ ไปที่ละเอียด ยิ่งๆขึ้น
สติตื่น พ้นทุกข์โศกโลกโลกีย์
เพียงเท่านั้น ยังไม่พอ ต้องถึงที่
พระชินสีห์ พระรัตนตรัยในตัว
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
เบญจขันฑ์ หรือ กายกับจิต
กายในกาย จิตในจิต
เกิดดับๆ สู่ทิศ ตามทางสายกลาง
เกิดดับๆ เหมือนรากขาด
ไม่สามารถ งอกงามขึ้นได้
ไม่มีภพ ไม่มีชาติ อีกต่อไป
กระทั่งได้..บรรลุ พระนิพพาน
ทำพระนิพพานให้แจ้ง กรณียกิจ
ของชีวิต ที่หนีกฎแห่งกรรม
หนีทุกข์โศก หนีคนพาล ระยำ
ชีวิตไม่ตกต่ำ สว่างไสว
ฝึกตนฝึกจิต สมาธิภาวนา
มีปัญญา ศรัทธาพระศาสน์
เดินทางธรรม บุญค้ำ ทุกชาติ
แต่น่าอนาถ มีน้อยนัก จักทำได้
ด้วยโลกโลกีย์ มีกิเลสตัณหา
ปิดหูปิดตา คนทั้งหลาย
เหมือนปลาในน้ำ ยากกลาย
กัลยาณมิตรทั้งหลาย ทำงานหนัก

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

สรรพสัตว์ทุกข์หนัก (ด้วยไม่รู้จักบุญ) ทุกข์เสมอด้วยขันธ์ นั้นไม่มี ขันธ์นี้ คือกายใจ สรรพสัตว์ ตกอยู่ในกระแส กิเลสกรรมวิบาก กฎไตรลักษณ์ และกฎแห่งกรรม

 สรรพสัตว์ทุกข์หนัก
(ด้วยไม่รู้จักบุญ)


ทุกข์เสมอด้วยขันธ์ นั้นไม่มี
ขันธ์นี้ คือกายใจ สรรพสัตว์
ตกอยู่ในกระแส กิเลสกรรมวิบาก
กฎไตรลักษณ์  และกฎแห่งกรรม

ทุกข์หนัก จากการเวียนว่ายในวัฏฏะ
เป็นทุกข์หนักหนา อจินไตย
เสียน้ำตามากกว่า น้ำสมุทรใหญ่
ยากหลาย ยิ่งกว่ายาก จักหลุดพ้น

สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง
สังขารนี้ เป็นสิ่ง..ที่ ไม่มีมาแต่เดิม
บุญทำกรรมแต่ง มาเพิ่มมาเสริม
กิเลสตัณหา มาต่อเติม ตัดแต่ง

เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดี มีทุกข์
รักสนุก ไม่นำพาลูกหลาน
ไม่สงเคราะห์คู่ครอง ให้ชื่นบาน
สุดสำคัญ ไม่บำรุงบิดามารดา

ความจน เป็นทุกข์ล้นในโลก
ด้วยกิเลสสกปรก ตัณหา
อยากได้ อยากมี อยากเป็น สุดชีวา
กระทั่งว่า ไม่ถูกต้องดีงาม

การกู้หนี้ นี้เป็นทุกข์ในโลก
ไม่ตลก เหมือนยกภูเขาใส่อกตน
ได้ชื่อว่ามักง่าย ไม่มีความอดทน
เหมือนถูกโจรปล้น จิตกังวลขาดสติ

คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์
พึ่งบุญแสนสุข เป็นที่พึ่งพา
เหมือนอยู่บนเรือใหญ่ แสนสุขอุรา
เข้าถึงพระรัตนตรัย นั่นหละ ที่พึ่งแท้

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2565

หยุดใจนิ่ง (จึงทิ้งสังขารได้) สังขาร นั้น มันเป็นทุกข์อย่างยิ่ง คือใจไม่นิ่ง เหมือนลิง ต้นเหตุแห่งทุกข์ จิตกระสับกระส่าย ทุรนทุาย อยากสนุก จึงปลดทุกข์ ด้วยอบายมุข นั่นเอง

 หยุดใจนิ่ง
(จึงทิ้งสังขารได้)

สังขาร นั้น มันเป็นทุกข์อย่างยิ่ง
คือใจไม่นิ่ง เหมือนลิง ต้นเหตุแห่งทุกข์
จิตกระสับกระส่าย ทุรนทุราย อยากสนุก
จึงปลดทุกข์ ด้วยอบายมุข นั่นเอง

ใจมีกิเลสตัณหา เนื่องจากว่า ขาดสติ
อุปาทานทยานอยาก จึงมี ตระหนี่หลาย
พอไม่เป็น ยิ่งมียิ่งอยากได้
ยิ่งมีอำนาจบาทใหญ่ ยิ่งได้ใจ กลายเป็นภัยสังคม

เมื่อจิตดับ สังขารลับ จึงตกศูนย์
มีความสุขเพิ่มพูน บุญทวี
ความสว่างไสว คล้ายแสงตะวัน จึงเกิดมี
อจินไตยเหลือที่ เกิดมี ดวงปฐมมรรค

ทุกข์ด้วยสังขาร ความคิดปรุงแต่ง
ต่างกับทางโลกอย่างแรง ที่ชอบแสดงความคิด
รู้เห็นด้วยปัญญา นั่นหละ จึงต้องดับจิต
ดับความคิด แล้วจึงรู้แจ้ง เห็นแจ้งด้วยปัญญา

สิ่งปรุงแต่งทั้งหลาย ได้ชื่อว่าสังขาร
มีเครื่องหมายสำคัญ คืออยู่ภายใต้ กฎไตรลักษณ์
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ประจัก
น่าเวทนาสรรพสัตว์ยิ่งนัก จมปลัก แต่ไม่รู้ตัว

มัวเมาลืมตน ลืมตาย
ประมาทหลาย ไม่เตรียมไว้ แสวงบุญ
เข้าสู่คุกประหาร อนันตกาล แสนทารุณ
เมื่อมีโอกาศเกิดใหม่ ก็ยังไม่แสวงบุญ อย่างเดิม

เข้าสู่เส้นทางสายกลางเท่านั้น หยุดมันได้
กัลยาณมิตร จึงยิ่งใหญ่ สะกิดใจเรา
ชีวิตพลิกผัน กลับหลังหัน สู่เส้นทางสีขาว
เป็นเส้นทางสายเก่า ของพระอริยเจ้า อริยะมรรค

;;;;;;;;;;