วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ชนะไม่มีแพ้ (มีแต่ทางธรรม) ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร ที่เห็นๆ คือเถรเทวทัต แม้มีพุทธบารมี มารยังบังอาจ เทวทัต ยังตามล่าตามล้าง

 ชนะไม่มีแพ้
(มีแต่ทางธรรม)


ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร
ที่เห็นๆ คือเถรเทวทัต
แม้มีพุทธบารมี มารยังบังอาจ
เทวทัต ยังตามล่าตามล้าง

ให้ธรรม ย่อมชนะให้ทั้งปวง
ทุกข์ใหญ่หลวง คือวัฏฏะ
พ้นจากกิเลสกรรมวิบาก จึงชนะ
ให้ธรรมะ มีศรัทธา จึงสุดยอด

รสแห่งธรรม ชนะรสทั้งปวง
ก้าวล่วง รสทั้งปวง โลกีย์
แม้สุดยาก พรากจากกามคุณนี้
 ชนะโลกีย์ ได้ด้วยบารมี นี้เท่านั้น

ยินดีในธรรม ชนะความยินดีทั้งสิ้น
ธรรมทาน จึงเป็นปิ่น ความยินดี
เกิดปัญญา มีศรัทธา ชื่นชีวี
สุดแสนยินดี ชีวีพลิกผัน
 

สิ้นตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง
ภัยที่ใหญ่หลวง คือตัณหา
ยิ่งกว่ายาเสพติด ทำลายชีวา
ออกยากนักหนา แม้ตายก็ยอม

ชัยชนะ ที่กลับแพ้ได้ ไม่ดี
ชนะด้วยบารมี จึงดีสุด
ไม่กลับแพ้ มีกตัญญู เป็นอาวุธ
อภิชาติบุตร ตกน้ำไม่ไหล ไฟไม่ไหม้

พึงชนะคนโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
ความพิโรธ ร้อน ดับด้วยเย็น
น้ำดับไฟ เราเห็นๆ
ความเย็น ความอดทน มีชัยชนะ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การฝึกจิต (ชีวิตเจริญ) จิตเศร้าหมองได้ ไปสู่ทุคติ ทุกชีวี ไม่อาจหนีกฎแห่งกรรม ทำชั่วได้บาป มืดดำ ไหลลงต่ำ คราคร่ำ ความเพลิน

 การฝึกจิต
(ชีวิตเจริญ)


จิตเศร้าหมองได้ ไปสู่ทุคติ
ทุกชีวี ไม่อาจหนีกฎแห่งกรรม
ทำชั่วได้บาป มืดดำ
ไหลลงต่ำ คราคร่ำ ความเพลิน

จิตผ่องใส ไปสุคติ
ซึ่งยากเหลือที่ จะไปได้
สรรพสัตว์ จมปลักตัณหา จัญไร
จักออกได้ ยากยิ่งกว่ายาก 

โลกชีวิต อันจิตนำไป
ใช่.. โอกาศโลก สังขารโลก สัตวโลก
เป็นระบบระเบียบ น่ารู้ ดูตลก
คนโมเม ยก..ให้พระเจ้า

การฝึกจิต ให้ปราณีต
กรณียกิจ ของชีวิต สรรพสัตว์
สุขสม พ้นภัย สังสารวัฏฏ์
เป็นมนุษย์จึงอาจ สามารถฝึกจิต

จิตฝึกดีแล้ว เป็นแก้ว นำสุขมาให้
ฝึกใจ ให้หยุดให้นิ่ง ในตน
ตามทางสายกลาง ทางกุศล
ทางธรรม ทางหลุดพ้น กฏแห่งกรรม

จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้
นิ่งสนิทสดใส อยู่ในตน
อยู่ที่ศูนย์กลางกายได้ เลิศล้น
กุศลใหญ่ เข้าถึงพระธรรมกายในตัว

ประพฤติตามใจตน ย่อมลำบาก
ด้วยจิตนั้น จมปลัก..ตัณหา
เป็นคน ไม่ต่างจากไก่กา
เราเกิดมา เพื่อแสวงบุญสร้างบารมี

;;;;;;;;;;

มีความอดทน (คนอจินไตย) มีความอดทน ทุกคนย่อมชอบใจ ไม่มีอารมณ์ร้าย มีแต่ดีกับดี เป็นที่รัก ของเทวดา และประชาชี สุขสมปราถนาย่อมเกิดมี ทุกภพชาติ

 มีความอดทน
(คนอจินไตย)


มีความอดทน ทุกคนย่อมชอบใจ 
ไม่มีอารมณ์ร้าย มีแต่ดีกับดี
เป็นที่รัก ของเทวดา และประชาชี
สุขสมปราถนาย่อมเกิดมี ทุกภพชาติ

มีความอดทน หนีพ้นตัณหาตัวร้าย
ที่นำพาไป ทางต่ำ ทางเพลิน
เหมือนปลา ว่ายไปมา สบายเกิน
ตัณหาพาเพลิน ยากหลาย จะได้สติ

 มีความอดทน หนีพ้นวัฏจักรโหด
กิเลสกรรมวิบาก สุดโคตร โหดร้าย
เข้าคุกประหาร นับกาลไม่ได้
น้ำตาไหล มากหลาย กว่าน้ำสมุทร

มีความอดทน ย่อมเป็นคน มีศรัทธา
มิฉนั้น อย่าหวังว่า จะอดทน
รู้จักบุญ แสวงบุญ การกุศล
กระตือลือล้น สร้างบารมี

อดทนได้ ใจต้องมีสติสัมปชัญญะ
คือรักษาใจ อยู่ในตน
มีสันโดษสมถะ สุขอุราเหลือล้น
เป็นคนเหนือคน คนเทวดา

มีความอดทน เดินถนน สายกลาง
ไม่อ้างว้าง ว้าเหว่ เดี่ยวโดด
อยู่คนเดียวก็สุขได้ กว่าอะไรทั้งหมด
สุขสันโดษ สุขสมปราถนา

อดทนได้ นั่นแหละใช่ ได้บารมี
หมู่พาลี ย่อมพ่าย น้ำใจท่าน
สำเร็
จและชัยชนะ ตลอดกาล
น่าอัศจรรย์ อจินไตย

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

อดทนหรือขันติ (ไม่สู้ไม่หนีทำดีเรื่อยไป) ขันติ อดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง คนจริง จริงๆ ต้องมีขันติ เผากิเลสตัณหา ได้บารมี มีพระนิพพานเป็นที่..พึ่ง หนึ่งเดียว

 อดทนหรือขันติ
(ไม่สู้ไม่หนีทำดีเรื่อยไป)


ขันติ อดทน เป็นตบะอย่างยิ่ง
คนจริง จริงๆ ต้องมีขันติ
เผากิเลสตัณหา ได้บารมี
มีพระนิพพานเป็นที่..พึ่ง หนึ่งเดียว

สมณะพราหมณ์ อดทนเป็นกำลัง
ทำตามอย่าง พระชินะสีห์
เอาชนะพญามาร พาลี
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

ความบริสุทธิ์ หรือประเสริฐ
ย่อมไม่เกิด โดยล้างด้วยน้ำ
 ขันติโสรัจจะ เสงี่ยมงาม
หรือผู้เย็นสนิท
ก็ตาม ต้องอดทน

เวรทั้งหลาย ของผู้ใช้ขันติ
ย่อมไม่มี หยุดยั้ง สงบระงับ
 มีความบริสุทธิ์สะอาด ประดับ
งามระยับ น่าก้มกราบไหว้

มีความอดทน ทุกคนย่อมชอบใจ
มีนำ้ใจ ฝักใฝ่สร้างบารมี
เป็นที่พึ่ง ของมหาชน ประชาชี
ดินฟ้าอากาศก็ดี สงบสวยงาม

มีความอดทนได้ ไม่ธรรมดา
ย่อมมีลาภ ยศฐา และสุขเสมอ
มีบารมี คอยเกื้อกูล หนุนบำเรอ
มีชีวิตเป็นอยู่ เสมอ เทวดา


อดทน เป็นตะบะ ของผู้พากเพียร
อยากเป็นเซียน ต้องเพียร อดทน
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป ปีติล้น
รักษาตน รักษาสติ ที่ศูนย์กลางกาย

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

โกรธง่ายๆ (เป็นนิสัยคนพาล) ความโกรธนี้ ไม่ดีเลย สติขาดเฉย ทำอะไรเกินเลยไม่รู้ตัว ทำเรื่องร้ายๆ ได้ง่ายๆ คนชั่ว เหมือนไฟป่า เผาไปทั่ว น่ากลัวนัก

 โกรธง่ายๆ
(เป็นนิสัยคนพาล)

ความโกรธนี้ ไม่ดีเลย
สติขาดเฉย ทำอะไรเกินเลยไม่รู้ตัว
ทำเรื่องร้ายๆ ได้ง่ายๆ คนชั่ว
เหมือนไฟป่า เผาไปทั่ว น่ากลัวนัก

ความโกรธ เป็นดังสนิมศัสตรา
 มีดาบหนา..คมนัก แต่ชักไม่ออก
มีปัญญา โกรธขึ้นมา ก็เหมือนวอก
คิดอะไรก็ไม่ออก ดังคนโง่

ความโกรธ โทษนัก ก่อความพินาศ
 พาลที่ร้ายกาจ ขาดความเป็นคน
 เหมือนสัตว์นรกผุด ยิ่งกว่าโจรปล้น
 น้ำป่า พาดินโคลน ท่วมเมือง

โกรธเมื่อใด ใจใส ขุ่นเมื่อนั้น
 ความมืดมน อนธกาล อุบัติ
 กิเลสกรรมวิบาก รุกฆาต
ชีวาต จมปลัก สุดจักอันตราย

โกรธน้อยแล้วมาก ขาดอดทน
เป็นคน ตามใจตน จนเคย
ขาดศรัทธา ไม่มาวัด อยู่บ้านเฉยๆ
ไม่รู้จักฝึกตนเลย ไม่เคยฝึกสติ

ความโกรธ มีโทษ ปัญญาทราม
ใครก็ตาม ขี้โกรธ คือคนโง่
โตแต่กาย แต่ปัญญาไม่โต
เอาแต่โมโห พาโล นิสัยพาล

โทสะ มีโกรธ เป็นสมุฏฐาน
ถ้ายั้งความโกรธไม่ทัน อันตราย
ทานศีลภาวนา จึงสำคัญหลาย
ชีวิตมีอันตราย รีบรักษาใจ ดับโกรธ

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

ควรมีสติ (เรานี้นักโทษประหาร) ควรมีสติ เรานี้ นักโทษประหาร อย่ามัวแต่ทำงาน หรือสนุกสนานอยู่ หลังตาย ไปอบายภูมิ ทุกผู้ นอกจากคนรู้ แสวงบุญสร้างบารมี

ควรมีสติ
(เรานี้นักโทษประหาร)


ควรมีสติ เรานี้ นักโทษประหาร
อย่ามัวแต่ทำงาน หรือสนุกสนานอยู่
หลังตาย ไปอบายภูมิ ทุกผู้
นอกจากคนรู้ แสวงบุญสร้างบารมี

แสวงบุญสร้างบารมี ที่วัด
ศรัทธาถนัด..ที่ไหน ก็ไปที่นั่น
ขอให้มีพระผู้ปฏิบัติดี ก็แล้วกัน
เหมือนคุณยายจันทร์ ท่านแสวงหา

อบายภูมิ คุกประหาร อำมหิต
น่ากลัวเกินคิด อำมหิตเหลือเชื่อ
ตัณหาพาเป็น เช่นปลาหลงเหยื่อ
ยากจะเชื่อ แต่ก็เป็นความจริง

ตัณหา พาเพลิน เดินหลงทาง
 เหมือนกับอยู่ใน
โรงหนัง โรงละคร
วิบากกรรม ที่ทำไว้ แต่เก่าก่อน
สรวมซ้อน เป็นอันเดียวกับชีวิต

คนทั้งหลาย ไม่รู้จัก วิบากกรรม
เหมือนล้ำ กับฝัน แต่มันไม่ตื่น
ตอนจะตายนั่นแหละ สติจึงฟื้น
ได้แต่สะอื้น โหยไห้ เสียดายชีวิต

พุทธศาสนา อุบัติขึ้นมาปราบมาร
ที่เป็นตัวการ อยู่เบื้องหลังตัณหา
สงเคราะห์โลก อุปถัมภ์ ค้ำโลกา
ด้วยแผ่บุญญา วาสนาบารมี

พระพุทธศาสนา เป็น เช่นตะวัน
ส่องแสงเฉิดฉัน เจิดจ้า 
ขับไล่หมู่เมฆ ภัยพิบัตินานา
ชาวประชา สดชื่นรื่นรมย์

;;;;;;;;;;

ตัณหามหากาฬ (ศรัทธามั่นละมันได้) เพียงดำริ ก็เกิดมี กามของคน ดำริ ง่ายเหลือล้น คนคิด ได้กิเลสตัณหา พาพูดผิดทำผิด ขาดความยั้งคิด ประมาทแท้

 ตัณหามหากาฬ
(ศรัทธามั่นละมันได้)


เพียงดำริ ก็เกิดมี กามของคน
ดำริ ง่ายเหลือล้น คนคิด
ได้กิเลสตัณหา พาพูดผิดทำผิด
ขาดความยั้งคิด ประมาทแท้

กามที่เที่ยงแท้ แน่นอน ไม่มี
สรรพสิ่งโลกีย์ หลังตาย หายหน้า
กฎไตรลักษณ์ กำกับชีวา
เหมือนหลับฝันแล้วตื่นขึ้นมา ว่างเปล่า

ความอิ่มในกาม ไม่มีในโลก
มีแต่ทุกข์โศก โลภ หิวกระหาย
ไม่เคยมี ความอิ่มหนำ ความพอใจ
ตัณหาตาลาย ยิ่งกินยิ่งหิว

ความอิ่มในกาม ไม่มีแท้
แม้ ได้สมบัติทั้งโลก ก็ไม่อิ่ม
 ยิ่งมียิ่งอยากได้มาก เหมือนสนิม
ไม่มีอิ่ม เท่าใดก็ไม่พอ

ทุกข์อื่นยิ่งกว่ากาม ไม่มี
เป็นทุกข์ที่ เวียนว่าย ในสังสารวัฏฏ์
อบายภูมิ คือคุกประหาร ชัด
คนมีกาม เหมือนนัด ลงอบายภูมิ

แม่น้ำเสมอด้วยตัณหา ไม่มี
พัดพาสรรพชีวี สู่วัฏฏสงสาร
กิเลสกรรมวิบาก เชี่ยวกราก ใดไม่ปาน
เวียนว่ายอยู่อย่างนั้น ไม่มีวันจบสิ้น

ความอยาก ละได้ยากในโลก
เหมือนหนอน กับของสกปรก ชอบนัก
กามคุณห้า ละได้สุดยาก
มีศรัทธา เท่านั้นจัก ละอยากได้

;;;;;;;;;;