วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2566

เมื่อบาปส่งผล (คนพาลตายแน่) บาป มลทินแท้ ไม่ว่าอยู่โลกไหน หลังตาย ยิ่งทุกข์หลาย อนันต์ ทำบุญแก้บาปได้ ในโลกนี้เท่านั้น อย่าฝัน จะเกิดใหม่ ยากหลายจริงๆ

 เมื่อบาปส่งผล
(คนพาลตายแน่)


บาป มลทินแท้ ไม่ว่าอยู่โลกไหน
หลังตาย ยิ่งทุกข์หลาย อนันต์
ทำบุญแก้บาปได้ ในโลกนี้เท่านั้น
อย่าฝัน จะเกิดใหม่ ยากหลายจริงๆ

การสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้
คนพาลดีใจ เมื่อบาปยังไม่ส่งผล
ได้สติตอนใกล้ตาย อย่างนี้ทุกคน
จึงยากเหลือล้น จะพ้น ตัณหา

การไม่ทำบาป นำสุขมาให้
อดทนไหว ได้บารมี อุปถัมภ์
บารมีเป็นแก้ว สารพัดนึก ให้สุขล้ำ
ติดตาม อุปถัมภ์ อนันตกาล

ความชั่ว คนชั่วทำง่าย
มันเป็นนิสัย สั่งสมมานาน
เหมือนของเหม็น กับแมลงวัน
คนชั่วก็เหมือนกัน ชอบทำชั่ว

คนสะอาด ไม่ยินดี ในความชั่ว
เกลียดกลัว ความสกปรก รกรุงรัง
ความสะอาดอยู่ที่ใจ นิสัยสั่ง
ศีล เบื้องหลัง คือความสะอาด

คนมีสันดานชั่ว ย่อมลำบาก
ทุกข์ยาก ด้วยกรรมของตน
เริ่มต้น คล้ายดูดี แต่หนีไม่พ้น
ตามใจตน เป็นคนประมาท

สาธุชน ละบาปกรรมด้วยตะบะ
มีปัญญา มีศรัทธา มีขันติ
ไม่ปล่อยใจ ไม่ตามใจตน คนดี
ทุ่มชีวี ฝึกสติ ปฏิบัติธรรม

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2566

จงเป็นคนดี (มีความอดทน) คนเก่งกับคนดี นี้คนละอย่าง ไปคนละทาง ข้างล่าง กับข้างบน ทางบาป กับทางกุศล ทางพ้นทุกข์ กับทางสนุกเพลิน

 จงเป็นคนดี
(มีความอดทน)



คนเก่งกับคนดี นี้คนละอย่าง
ไปคนละทาง ข้างล่าง กับข้างบน
ทางบาป กับทางกุศล
ทางพ้นทุกข์ กับทางสนุกเพลิน

ทางโลก กับ ทางธรรม
ทางธรรม
ทางสายกลาง ทางบุญกุศล
ทางโลกโลกีย์ ทางต่ำทางบาป ปุถุชน
ทางโลกคนมากล้น เป็นคนเก่ง

คนดี มีนิดเดียว เท่าเขาวัว
ส่วนคนเก่ง เท่าขนวัว ท่านเปรียบไว้
ในหนังในละคร คนเก่ง คือผู้ร้าย
ส่วนคนดี ใช่ คือพระเอกนางเอก

เป็นคนดี ต้องอดทน อดกลั้น
ต่อความกระสัน..อยาก ตัณหา
จึงขยันหมั่นเพียร ยอมคน ทนเขาว่า
ได้แก้วล้ำค่า คือบารมี

ชีวิตพลิกผัน ปานคนละคน
จากคนจน บ้านนอกคอกนา
กลายเป็นพระเอกนางเอก เป็นผู้ชนะ
สุขสมปราถนา มีมา ทุกประการ

คนเก่งอยู่ในโลก ชุ่มโชกตัณหา
ของมารา เป็นกิเลส เป็นบาป
มอมเมาคน ไม่ให้พ้นจาก อำนาจ
เมื่อตาย ได้โอกาศ พาไปสู่อบาย

ลาภยศสรรเสริญสุข สนุกเพลิน
คนเก่ง พ่อจำเริญ อวดเก่ง
เก่งแต่ตัว หัวไม่รอด เสงเครง
สุดท้าย แพ้ภัยตนเอง น่าเวทนา

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566

กิจวัตร
(คืองานที่แท้จริง) 

กิจวัตร สุดคาด คืองานที่แท้จริง
เป็นงานอันยิ่ง ของชีวิต
อนาคตจะใสสด หรือมืดมิด
ขึ้นกับกรณียกิจ กิจวัตร ที่ดีงาม

ดังนั้น ควรตรวจตรา เวลาและกิจกรรม
ที่ทำเป็นประจำ นั้นดีหรือไม่
อย่าเสียเวลาแม้เล็กน้อย กับบาปจัญไร
อบายมุขทั้งหลาย ทิ้งไป ความเพลิน

ทำงานที่แท้จริง นำสุขยิ่ง มิ่งมงคล
สั่งสมบุญกุศล สร้างบารมี
ชีวิตมีค่ายิ่ง ในแต่ละวินาที
แสวงบุญเต็มที่ หน้าที่มนุษย์

ถ้าไม่แสวงบุญ แล้วคุณจะทำอะไร
อย่าประมาท บาปจัญไร ร้ายยิ่งเกินคิด
การทำความดี ก็เพื่อรักษา สุจริต
บาปอำมหิต จะได้ไม่เข้าใกล้

การทำงานทางโลก ก็ทำได้ ด้วยใจฉันทะ
คือทำงานเพื่องาน ไร้ตัณหา 
วิมังสาเกิด
เกิดปัญญา เกิดวิชชา ใจบันเจิด
บุญอะเลิท ไหลมา น่าอัศจรรย์

ผู้มีบุญ ใจอบอุ่น สุขสันโดษ
ความตระหนี่หมด สดชื่น ตื่นบุญ
มีจิตเมตตา การุณย์
เป็นศูนย์..รวมใจ มหาประชาชน

แปลกเหลือเกิน ลาภยศสรรเสริญ จะมา
สุขสมปราถนา จะมี ทุกประการ
เป็นปัจจัย สร้างบารมีเท่านั้น
สุขร่วมกัน ทั้งตน และสังคม

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2566

บุรุษอาชาไนย (หาได้ยากยิ่ง) ชื่อว่าบัณฑิต ย่อมทำกิจ สำเร็จได้ ด้วยปัญญาสว่างใส ทำอะไรก็สำฤทธิ์ เห็นทะลุ ปรุโปร่ง ในกิจ บัณฑิตมีกิจ ฝึกตน

บุรุษอาชาไนย
(หาได้ยากยิ่ง)


ชื่อว่าบัณฑิต ย่อมทำกิจ สำเร็จได้
ด้วยปัญญาสว่างใส ทำอะไรก็สำฤทธิ์
เห็นทะลุ ปรุโปร่ง ในกิจ
บัณฑิต มีกิจ ฝึกตน

ผู้ที่ มีศีลสมบูรณ์ คือบัณฑิตา
ย่อมรุ่งเรือง เป็นธรรมดา เหมือนไฟสว่าง
ศีล เป็นอริยะทรัพย์ จึงปีติจัง
สุขสมหวัง ย่อมมีมา อัตตโนมัติ

บัณฑิตย่อมเว้น สิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์
 ถือเอาแต่สิ่งที่มีประโยชน์ รู้จักอดทน
สิ่งโลกีย์ ให้ความเพลิน ไม่สน
ไม่เดินตามหมู่ชน ที่ล้นโลกีย์

บัณฑิต ย่อมรักษาอินทรีย์
ไม่ให้เริงโลกีย์ รักษาใจไว้ในตน
รักษาสติ มิให้หมองหม่น
เป็นคนยอมคน เปี่ยมล้นเมตตา

บัณฑิตย่อมแน่นัก จักไม่ขึ้นลง
เป็นคนซื่อตรง คงสัจจะ
ไม่ว่าวันนี้ หรือวันหน้า

คงเส้นคงวา ตลอดกาล

บัณฑิต มีความไม่เพ่งโทษ เป็นกำลัง
จึงมีปีติจัง ใจสว่างจ้า
สุขและเมตตา พร้อมหน้า
มวลประชา พากันสรรเสริญ

บุรุษอาชาไนย หาได้ยาก
คนส่วนมาก จมปลักกามคุณ

น้อยนัก จักเข้าวัดแสวงบุญ
เร่งรุ้น สร้างบารมี นี้หายากยิ่ง

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2566

แก้วสารพัดนึก (ตรองตรึกก็สมปราถนา) แสงสว่าง เสมอปัญญา หามีไม่ ทั้งภายใน และภายนอกโลก แสงปัญญา ส่องไปถึงนรก ส่องทะลุโลก อนันตจักรวาล

 แก้วสารพัดนึก
(ตรองตรึกก็สมปราถนา)


แสงสว่าง เสมอปัญญา หามีไม่
ทั้งภายใน และภายนอกโลก
แสงปัญญา ส่องไปถึงนรก
ส่องทะลุโลก อนันตจักรวาล

ปัญญา เป็นแสงสว่างในโลก
ขจัดทุกข์โศก ที่เป็นความมืดหนา
ทุกข์ห่างหาย เมื่อเกิดปัญญา
ช่างอัศจรรย์นักหนา พบพระรัตนตรัย

ปัญญาเกิด เพราะความประกอบ
มีสติรอบคอบ นิ่งแน่นอยู่ในตน
ห่างไกลตัณหา ที่มืดมน
ปีติล้น..ทะลัก สุดจักบรรยาย

สิ้นปัญญา เพราะไม่ประกอบ
ไม่เพียรชอบ รักษาสติ
ไม่ตรึกตรอง ประคองไว้ให้ดี
ไม่วิตกวิจาร มีสติ..สัมปชัญญะ

ความได้ปัญญา ให้สุขอุราเกิด
มีแสงบันเจิด เกิดพร้อม ความสุข
จิตเมตตา มาพร้อม จึงถูก
สัมมาสมาธิ ให้สุข อย่างแท้จริง

ปัญญา รัตนะของนรชน
คนทุกคน ต้องการแก้วสารพัดนึก
สมปราถนา เพียงตรองตรึก
อัศจรรย์พันลึก อจินไตย

ปัญญาเลิศ ประเสริฐกว่าทรัพย์
แต่คนพาลกลับ ดับปัญญา
เอาพิมเสน แลกเกลือ นั่นหละ
คนพาลเลือกตัณหา ไม่เอาบุญ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2566

สิ่งเที่ยงแท้ (มีแต่บุญ) ในทางทั้งหลาย ที่ใช่มีองค์แปด ไม่มีแฝด เป็นทางเกษม ถึงอมตะธรรม ไม่กันดาร สุขสมปราถนาล้ำ เป็นทางธรรม ทางบุญ ทางสายกลาง

สิ่งเที่ยงแท้
(มีแต่บุญ)


ในทางทั้งหลาย ที่ใช่มีองค์แปด
 ไม่มีแฝด เป็นทางเกษม ถึงอมตะธรรม
ไม่กันดาร สุขสมปราถนาล้ำ
เป็นทางธรรม ทางบุญ ทางสายกลาง

สิ่งใดใด เมื่อเกิดขึ้นได้ เป็นธรรมดา
สิ่งเหล่านั้น แน่นักหนา ย่อม
ดับไป
เมื่อรู้เช่นเห็นชาติ สติจะตั้งได้
ไม่หลงไหล ไปยึดมั่น

ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง
จึงอย่าทิ้ง..มนุษยธรรม หรือศีล
โรคภัยทั้งหลาย เกิดขึ้นได้เมื่อสติสิ้น
ไม่รักษาศีล..เป็นอาจิน ด้วยประมาท

ความหิว เป็นโรคอย่างยิ่ง
ทุกคนต้องวิ่ง..หาทรัพย์ ดับความหิว
เลี้ยงลูกหลาน ต้องทำงาน ตัวปลิว
ความจน หน้านิ่ว หิวไม่ได้

 ความหิวนี้ รักษาสติไม่ได้
จะทำอะไรร้ายๆ ได้ทุกอย่าง
 การทำทาน จึงสำคัญจัง
เพื่อจะมีทุกอย่าง ที่ต้องการ

สังขารที่ยั่งยืน ไม่มี
ล้วนเป็นสิ่งที่ ไม่อาจหนีธรรมชาติ
อยู่ในกฎไตรลักษณ์ อย่าประมาท
สิ่งที่เหนือธรรมชาติ มีแต่บุญ

สังขารทั้งหลาย ไม่เที่ยงหนอ
แต่สรรพสัตว์ ก็ยังน้ำลายสอ สังขาร
ไม่รู้จักบุญบาป ทำตัวประมาทกัน
รู้ไม่เท่าทัน ตัณหาอุปาทาน

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566

ธรรมก็คือบุญ (คอยค้ำจุนชีวิต) ธรรม เหมือนห้วงน้ำ ไม่มีตม ให้สุขสม อย่างเดียว ตลอดกาล ผู้มีธรรมมีสุข ทั้งตน และท่าน อีกทั้งธรรมชาติ ตระการ สวยงาม

 ธรรมก็คือบุญ
(คอยค้ำจุนชีวิต)


ธรรม เหมือนห้วงน้ำ ไม่มีตม
ให้สุขสม อย่างเดียว ตลอดกาล
ผู้มีธรรมมีสุข ทั้งตน และท่าน
อีกทั้งธรรมชาติ ตระการ สวยงาม

ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นหัวหน้า
ดีหรือชั่วช้า ใจเลือกหาเอง
ใจที่ขาดสติ ริคบหาพวกนักเลง
คนทั้งดีทั้งเก่ง คือคนฝึกใจ

ธรรมแล ธงชัย ของฤาษี
บำเพ็ญตะบะเต็มที่ แสวงธรรม
ธรรมอยู่ในตน ชนะตน จึงเห็นธรรม
ขันติเป็นไฟล้ำ หาธรรมในตน

ธรรมของสัตบุรุษ รู้ได้ยาก
สำคัญนัก ต้องมีสัมมาสมาธิ
ผ่านศูนย์กลางกาย สัมมาสติ
และพบพระรัตนตรัย ที่มี ในตน

ธรรมของสัตบุรุษ ไม่คร่ำคร่า
แต่แจ่มจ้า รู้ได้เองว่า ใช่เลย
หาย ง่วงเหงาซึมเศร้า หรือเฉยๆ
จะสุขจังเลย ยิ่งไปยิ่งสุข

ธรรมสัตบุรุษ สัตบุรุษจะรักษา
ส่วนหมู่พาลา ไม่เห็นคุณค่าของธรรม
ปุถุชนกิเลสหนา เหมือนไก่กาล้ำ
ทำตัวต่ำ ไหลตามน้ำ ธรรมไม่สน

ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้
ธรรมนั้นไม่ใช่อะไร ก็คือบุญ
แสวงบุญสร้างบารมี ต้องเร่งรุ้น
หลังตาย มีแต่บุญ เพื่อนแท้ ในวัฏฏะ

;;;;;;;;;;