วันพฤหัสบดีที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

คนดี (มีสุขสมปราถนา) คนดี มี สุขสมปราถนา ไม่หมือนไก่กา ที่อยู่ไปวันวัน กิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์ ทำอย่างนั้น มันปล่อยชีวิต

 คนดี
(มีสุขสมปราถนา)

คนดี มี สุขสมปราถนา
ไม่หมือนไก่กา ที่อยู่ไปวันวัน
กิน นอน ถ่าย สืบพันธุ์
ทำอย่างนั้น มันปล่อยชีวิต
ชีวิต ตามจิตตน ไม่ได้
จิตเรานั้นคล้าย เด็กอ่อน
ต้องมีพ่อแม่ คอยตามตะลอน
คนสติอ่อน สอนไม่ได้
คนดี ฝึกตน คนมีสติ
สติดี ขจัดตระหนี่ในตน
บำเพ็ญทาน การกุศล
กระตือลือล้น สร้างบารมี
ตระหนี่ เป็นมลทินชีวิต
กรณียกิจ เข้าวัดปฏิบัติธรรม
แสวงบุญ สร้างบารมี ใจฉ่ำ
บารมีค้ำ สุขสมปราถนา
คนดี มีสัมมาทิฏฐิ
ทานเป็นเครื่องชี้ มีความเห็นถูก
ประตูหน้า ความเจริญ ความสุข
ความตระหนี่ นำทุกข์ มหาภัย
อุปสรรค และปัญหาทุกชนิด
ความตระหนี่ ลิขิต ให้เป็น
ตัวกลั่น ตัวสำคัญ แต่คนไม่เห็น
การทำทาน เป็น เช่นการปลูก
ชาวนา ปลูกข้าวได้ข้าว
ชาวเรา ทำทาน ได้ทานบารมี
ทุกภพชาติ ตามติดชีวี
สุขสมปราถนา จึงเกิดมี ณ ที่เกิด

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

วันคืนที่ผ่านพ้นไป (คล้ายว่างเปล่า) เมื่อธรรมทั้งหลาย มีขันธ์เป็นต้น ผ่านพ้นไปแล้ว เหมือนไม่มี หายวับ เหมือนพยับแดดดีดี ชาวประชาชี ควรได้สติ มิยึดมั่น

 วันคืนที่ผ่านพ้นไป
(คล้ายว่างเปล่า)

เมื่อธรรมทั้งหลาย มีขันธ์เป็นต้น
ผ่านพ้นไปแล้ว เหมือนไม่มี
หายวับ เหมือนพยับแดดดีดี
ชาวประชาชี ควรได้สติ มิยึดมั่น
แม้คำพูด การกระทำในอดีต
ลืมสนิท ไม่มีใครคิดจดจำ
ยกเว้นคุณความดี ที่กระทำ
คนยังพูดซ้ำๆ ไม่ลืมเลือน
คุณความดี ปลุกสติให้ตื่น
ถอนความขมขื่น ออกจากใจ
เหมือนบ่งหนาม ออกมาได้
หายเจ็บหายไข้ ตลอดกาล
คุณงามความดี จึงควรที่จะทำ
ส่วนบาปกรรม ควรเว้น
หมั่นทำความดีหรือบุญ หนีเวร
ความทุกข์ยากเข็ญ หนีหาย
อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
กฎไตรลัษณ์ ของมารา แน่นัก
หลอกคนได้ ให้จมปลัก
ยากยิ่งนัก จักไม่ประมาท
ไม่มีใคร กลัวความตาย
ไม่มีใคร กลัวคุกประหาร
ไม่กลัวทุกข์ ในวัฏฏะสงสาร
ยังมัวเมามัน สนุกสนาน กันไม่เลิก
เพราะอย่างนี้ จึงมีโลกยุคทมิฬ
คนดีสิ้น คนร้ายครองเมือง
คนดีหนีเข้าป่า คนพาลา ฟูเฟื่อง
โรคภัยเต็มเมือง ข้าวยากหมากแพง

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สันโดษ (หัวใจเศรษฐีใจบุญ) เศรษฐี คือผู้ที่มีทรัพย์เต็ม ทำบุญเข้ม รู้สึกเต็มอยู่เสมอ ไม่ใช่มีทรัพย์มากหรือน้อย นะเธอ เต็มอยู่เสมอ คือพอใจ

 สันโดษ
(หัวใจเศรษฐีใจบุญ)

เศรษฐี คือผู้ที่มีทรัพย์เต็ม
ทำบุญเข้ม รู้สึกเต็มอยู่เสมอ
ไม่ใช่มีทรัพย์มากหรือน้อย นะเธอ
เต็มอยู่เสมอ คือพอใจ
ความเต็มนี้ อยู่ที่ภาชนะใส่
ภาชนะไม่ใหญ่ พอดีพอดี
ใจสันโดษ มีความรู้สึกเช่นนี้
สันโดษนี้ มีอานุภาพ นำสุขสม
สันโดษ คือไม่ตระหนี่
ทำทาน กิจกรณีย์ ของชีวิต
แสวงบุญสร้างบารมี กรณียกิจ
เป็นชีวิต ของเศรษฐีใจบุญ
ทุกวันนี้เศรษฐีใจร้าย อาลวาด
เหมือนผีห่า หิวจัด กัดกินไม่เลือก
ประชาชนคนดี เหลือแต่เปลือก
หมู่พาลา เป็นเทือก เต็มเมือง
เศรษฐีใจร้าย ด้วยประมาท
ไม่คิดคาด ชีวิต มีกฎแห่งกรรม
สังสารวัฏฏ์ คุกประหาร ระห่ำ
ขาดสติค้ำ ทุกข์ล้ำ หลังตาย
แสวงบุญ สร้างบารมี
หัวใจแบบนี้ คือเศรษฐีใจุญ
ออกแบบชีวิต บุญตามติด ค้ำจุน
ย่อมเป็นเศรษฐีใจบุญ ทุกชาติเกิด
จงเชื่อพระ อย่าเชื่อมาร
เราต้องตายแม่นมั่น คิดให้ดี
ตอนใกล้ตาย จะได้สติ
จะเชื่อตอนนี้ หรือจะไปเชื่อตอนนั้น

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เศรษฐีใจบุญ (ค้ำจุนศาสนา) เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุนศาสนา เป็นกำลัง พัฒนาสังคม เศรษฐีใจร้าย ทำสังคมล่ม มีเท่าใดไม่พอถม ยังขย่มศาสนา

 เศรษฐีใจบุญ
(ค้ำจุนศาสนา)

 เศรษฐีใจบุญ ค้ำจุนศาสนา
เป็นกำลัง พัฒนาสังคม
เศรษฐีใจร้าย ทำสังคมล่ม
มีเท่าใดไม่พอถม ยังขย่มศาสนา
เศรษฐีใจร้าย ตอนใกล้ตาย จะรู้สึก
ทำเป็นคึก เหมือนคนแก่มีเมียสาว
ตอนจะตาย สุดปวดร้าว
เมียสาว เร่งให้ตาย วันละหลายหน
เป็นเศรษฐีใจบุญ ไม่ยาก
รู้จัก หัวใจเศรษฐี
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง ทุ่มชีวี
แสวงบุญสร้างบารมี กรณียกิจ
สันโดษสมถะ คุณธรรม
อุปถัมภ์ ค้ำ หัวใจเศรษฐี
ได้ก็สักแต่ได้ มีก็สักแต่มี
ตัดเยื่อใยตัณหากาลี มีสติอยู่ในตน
เกิดสุขสันโดษ ปราโมชปรีเปรม
ใจเกษม มีปัญญา ศรัทธาเกิด
ประหยัดสุด ประโยชน์สูง เทิด
บุญประเสริฐ แสวงบุญสร้างบารมี
เศรษฐีใจบุญ นักสร้างบารมี
อุดมภ์การชีวี พระนิพพาน
สัตบุรุษ รู้จริง ทุกสิ่งอัน
ทุกสิ่งอย่างนั้น ขึ้นอยู่กับบุญ
ธัมมัญญุตา บุญเบื้องหลังชีวิต
เป็นอัตตา ลิขิต ชีวิตสรรพสัตว์
เศรษฐีใจบุญ เห็นทุกคนเสมอญาติ
ร่วมชาติ ร่วมทุกข์ ในวัฏฏะ

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สติตั้งตัดตัณหา (ได้บารมี) จงตัดตัณหา อันว่าเป็นเหตุ ของอาเพท ทั้งปวง การยึดมั่นถือมั่น หึงหวง ย่อมไม่อาจก้าวล่วง บ่วงมาร

สติตั้งตัดตัณหา
(ได้บารมี)

จงตัดตัณหา อันว่าเป็นเหตุ
ของอาเพท ทั้งปวง
การยึดมั่นถือมั่น หึงหวง
ย่อมไม่อาจก้าวล่วง บ่วงมาร
ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ
เบื้องขวาง ท่ามกลาง
ไม่อาจยึดมั่น ปล่อยวาง
หมู่มารตาตั้ง ล่าเหยื่อ
ถือมั่น สิ่งใด ในโลกไว้
มารย่อมติดตามไป เพราะสิ่งนั้น
แกะรอยได้ ตามไปทัน
ชีวิตจบกัน ทุกมหันต์รออยู่
มารมีจริงๆ ไม่ปั้นแต่ง
กำแหง แย่งสรรพสัตว์
เป็นธรรมดา ธรรมชาติ
ของสัตว์ที่ดุร้าย กระหายเลือด
กุศลาธรรมา กับอกุศลาธรรมา
กุศลกับอกุศล พระกับมาร
ธรรมกายขาว กับธรรมกายดำ รบกัน
มนุษย์นั้น พระเศกสรรขึ้นมา
มารตามล้าง ด้วยกิเลสตัณหา
ฝ่ายพระเอาบุญญา ปกป้อง
พระกับมาร ฤทธิ์ประลอง
แย่งกันเป็นเจ้าของ สรรพสัตว์
จึงต้องตัดตัณหา อย่าให้เหลือใย
กิเลสร้าย ชักใยอยู่เบื้องหลัง
เป็นมิจฉาทิฏฐิ สุดดื้อ น่าชิงชัง
สติตั้ง ตัดตัณหา ได้บารมี

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ตัดบัวไม่เหลือใย (ฝักใฝ่สันโดษสมถะ) จงเด็ดเยื่อใย ในตนเสีย มิฉนั้น กรรมลามเลีย เป็นทุกข์ สันโดษสมถะ ตัดสนุก หมดทุกข์ มีสุขแท้จริง

 ตัดบัวไม่เหลือใย
(ฝักใฝ่สันโดษสมถะ)

จงเด็ดเยื่อใย ในตนเสีย
มิฉนั้น กรรมลามเลีย เป็นทุกข์
สันโดษสมถะ ตัดสนุก
 หมดทุกข์ มีสุขแท้จริง
เหมือนเอาฝ่ามีอ เด็ดบัวในฤดูแล้ง
เมื่อดินแห้ง เด็ดง่าย ไม่มีเหลือ
ตัดกิเลสตัณหา ง่าย อย่างเหลือเชื่อ
เพียงเมื่อ ทำใจหยุดใจนิ่ง
จงเพิ่มพูน..ความสงบ
แล้วจะพบ พระนิพพาน
ที่พระพุทธองค์ ทรงแสดงแล้วนั้น
ไม่ใช่เพ้อฝัน สวรรค์นิพพานมีจริงๆ
เพียงตัดเยื่อใย ในกิเลสตัณหา
ทิ้งโลกียะ หันหน้า เดินทางธรรม
ชีวิตพลิกผัน ไม่มีต่ำ
ไม่ต้องย่ำอบาย เที่ยวไปในสวรรค์
สันโดษสมถะ ไม่ใช่จะอยู่ป่าเขา
เพียรทำใจของเรา ให้นิ่งให้หยุด
ทำได้ทุกอริยาบถ ทำได้ ง่ายสุด
ง่ายยิ่งกว่าพูด หรือทำ
ผู้ที่ มีสันโดษสมถะ
ใช้ชีวา ประหยัดสุด ประโยชน์สูง
อยู่อย่างเรียบง่าย แต่หมายมุ่ง
ประโยชน์สูง มุ่งนำพา..มหาชน
นำพา แสวงบุญ สร้างบารมี
ทุ่มชีวี ทำพระนิพพานให้แจ้ง
ตัดบัว ไม่ให้เหลือใย ต้องแสดง
ใจแข็ง ทุ่มชีวี หนีตัณหา

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

ทางเตียน (เวียนไปลงนรก) ทางเตียน เวียนสู่นรก ทางรก วกขึ้นสวรรค์นิพพาน คำคมน่าคิด พินิจไขขาน ได้ยินมานาน น่าจดจานจำไว้

ทางเตียน
(เวียนไปลงนรก)

ทางเตียน เวียนสู่นรก
ทางรก วกขึ้นสวรรค์นิพพาน
คำคมน่าคิด พินิจไขขาน
ได้ยินมานาน น่าจดจานจำไว้

ทางเตียน ทางต่ำ ทางน้ำไหล
คนทั้งหลาย ชอบไปทางต่ำ
ไปง่ายๆ สบายๆ ไร้ขวากหนาม
ไม่ใช้ความพยายาม ตามใจตน

ทางรก ระหกระเหินเดินป่า
น่าระอา ฝ่าขวากหนาม เนินสูง
น้อยนัก จักสู้ หมายมุ่ง
มีกำลังใจสูง มุ่งพระนิพพาน
ทางเตียน รื่นไหล ไปง่ายๆ
เดินตามสะบาย ถูกใจ ไม่เมื่อย
ลืมตัวลืมตน ปล่อยใจไปเรื่อย
เอื้อยเฉื่อย ไหลรื่น ลงทะเล
กิเลส เหตุของความทุกข์ยาก
เหมือนกันนัก กับเหยื่อล่อ
นกไก่ กินเพลิน เดินต่อ
หลงเหยื่อล่อ ปลาติดตะขอเบ็ด
ทางเตียน เวียนไปนรก ท่านว่า
น่าระอา คนทั้งหลาย ไม่เชื่อ
มัวเมาหากิน ไม่เบื่อ
ไม่เชื่อคำพระ หลงตัณหาอุปาทาน
ทิฏฐิมานะ มากเหลือจริงๆ
แต่ก็ไม่อาจทิ้ง พวกเขาไป
โลกนี้ จึงเป็นที่สร้างบารมีได้
สงเคราะห์ญาติ หัวใจ สร้างบารมี

;;;;;;;;;;