วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567

การกู้หนี้ (นี้เป็นทุกข์ในโลก) การกู้หนี้ เป็นทุกข์ในโลก ทำให้ใจตก แตกกระซ่านกระเซ็น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ กรรมเวร ทุกข์เห็นๆ จึงอย่าเป็นหนี้

 การกู้หนี้
(นี้เป็นทุกข์ในโลก)


การกู้หนี้ นี้เป็นทุกข์ในโลก
ทำให้ใจตก แตกกระซ่านกระเซ็น
กินไม่ได้ นอนไม่หลับ กรรมเวร
ทุกข์เห็นๆ จึงอย่าเป็นหนี้

คนเป็นหนี้ นี้ขาดบุญ
ใจขุ่น ไม่อดทนอดกลั้น กระสันอยาก
ขาดปัญญา ไม่รู้จัก
ตามใจอยาก ไม่รู้จักอดทน
ชีวิต ขาดการบำเพ็ญทาน
ทำให้การงาน มีปัญหา
ใจไม่นุ่มนวล ขาดสติปัญญา
ขาดการพิจารณา ไตร่ตรอง
ครอบครัวอบอุ่น หนุนความสุขสำเร็จ
แต่ต้องมีเคล็ด การบำเพ็ญทาน
แสวงบุญสร้างบารมี นั่นหละท่าน
เร่งคิดอ่าน ทำพระนิพพานให้แจ้ง
โลกและชีวิต มีจิตนำ
แต่น่าขำ จิตนั้นเหมือนทารก
จึงต้องมีบุญค้ำ ไม่ให้ตก
มิฉนั้น บาปสกปรก นำพาทารกไป
การมีชีวิต จึงไม่ง่าย
ปุถุชน ไม่ขวนขวาย ปล่อยใจตก
เกิดปัญหา สารพัด ในโลก
ล้วนทุกข์โศก โลกตัณหา
จะไม่เป็นหนี้ ถ้ามีบำเพ็ญทาน
เร่งคิดอ่าน แม้มีน้อย หรือมาก
ถ้ามีศรัทธา มีน้อย ก็ได้บุญนัก
จงออกจากปลัก ตัณหา ความเป็นหนี้

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2567

กิเลสเครื่องร้อยรัด (สรรพสัตว์เวียนว่าย) ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ มานะ และมักขะ ให้ตกไป เหมือนทำเมล็ดผักกาด ที่ปลาย.. ..เหล็กแหลม ตกได้ ใช่ คือพราหมณ์

 กิเลสเครื่องร้อยรัด
(สรรพสัตว์เวียนว่าย)

ผู้ใดทำ ราคะ โทสะ
มานะ และมักขะ ให้ตกไป
เหมือนทำเมล็ดผักกาด ที่ปลาย..
..เหล็กแหลม ตกได้ ใช่ คือพราหมณ์
ผู้ใด ไม่มีความอาลัย
 หาความสงสัย มิได้
เป็นผู้หยั่งลงสู่อมตะ อจินไตย
บรรลุประโยชน์ใหญ่ ใช่ เป็นพราหมณ์
ผู้ไม่สำรวมในกาม ยังมีราคะ
คนเหล่านั้นถูกตัณหา ครอบงำ
ลอยไปตามกระแส มืดดำ
แน่ล้ำ มีชาติชรา ร่ำไป
คนเหล่าใด โง่เขลา
ปัญญาเบา มีความคิดต่ำ
ถูกความหลง ครอบงำ
  โง่ล้ำ ย่อมติดเครื่องผูก ของมาร
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศีล
ยินดี ในความสงบ ด้วยปัญญา
 เว้นไกล จากความชั่วช้า
 แน่นักหนา เชื่อมั่นในตน
ผู้มีปัญญา ขวนขวายในฌาณ
 ยินดีในความสงบนั้น จากเนกขัมมะ
 เทวดาทั้งหลาย ยินดีปรีดา
กับผู้มีปัญญา มีสติ
ราคะ โทสะ และอวิชชา
 อันว่า ผู้ใดหลุดพ้นแล้ว
เป็นผู้คงที่ แน่แน่ว
เครื่องผูกขาดแล้ว ย่อมไม่ติดในที่

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2567

ขยันด้วยตัณหา (ได้ทรัพย์มา พร้อมกิเลส) ขยันด้วยตัณหา ก็ได้ทรัพย์ แต่มันปนมากับ กิเลส กินใช้ เป็นอาเพท เป็นกองกิเลส ทำลายชีวิต

 ขยันด้วยตัณหา
(ได้ทรัพย์มา พร้อมกิเลส)

 
คนดี มีสุขสำเร็จ สมปราถนา
ด้วยว่า เป็นคนทั้งเก่ง และดี
เก่งงาน เก่งคน เก่งเงินมี
และเก่งบุญ นี้ ดีสุด

เก่งงาน มีฉันทะ วิมังสา
ไม่ธรรมดา มีใจนุ่มนวล
ดังนั้น บำเพ็ญทาน จึงควร
ต้องรีบด่วน สั่งสมทาน การบำเพ็ญ
เก่งคน มีน้ำใจ คนใจกว้าง
ทำอย่าง แม่น้ำใหญ่ ไหลไม่หยุด
เหมือนแม่ รักบุตร
เมตตาสุด บุตรบูชา
เก่งเงิน มีเครดิต ด้วยสัจจะ
แก่กล้า เป็นบารมี
 เป็นแม่น้ำใหญ่ ไม่เคยแห้ง แปลกดี
น้ำมากมี เสมอ
เก่งบุญ คนดี คนเก่ง คนเฮง
เป็นไปเอง ด้วยบุญอุปถัมภ์
ปุถุชน ขาดศรัทธา ไม่เชื่อคำ
ต้องหน้าดำ เช้าถึงค่ำ ทำงาน
ลักษณะคนเก่ง ทั้งหมด
มีปรากฎ อยู่ใน บำเพ็ญทาน
มีใจนุ่มนวล ควรแก่การงาน
ไม่ใช่สุดขยัน ด้วยตัณหา
ขยันด้วยตัณหา ก็ได้ทรัพย์
แต่มันปนมากับ กิเลส
กินใช้ เป็นอาเพท
เป็นกองกิเลส ทำลายชีวิต

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2567

ละกามวิตก (ขจัดทุกข์โศกให้ชีวิต) ไม่ควรทำบาป ด้วยกายวาจาใจ ทำให้ อาลัย ในโลก ควรมีสติสัมปชัญญะ ละกามวิตก ขจัดทุกข์โศก ให้ชีวิต

 ละกามวิตก
(ขจัดทุกข์โศกให้ชีวิต)

ไม่ควรทำบาป ด้วยกายวาจาใจ
ทำให้ อาลัย ในโลก
ควรมีสติสัมปชัญญะ ละกามวิตก
ขจัดทุกข์โศก ให้ชีวิต

ท่านทั้งหลาย จงเดินตามทาง
ที่สร่าง ความเมา
 ละวัฏฏสงสาร ความโศกเศร้า
และเข้าทางธรรม ด้วยความเคารพ
 
ละมานะทิฏฐิ มีใจตั้งมั่นในตน
 เป็นคน หลุดพ้นในที่ทั้งปวง
อยู่ในป่า ก็ไม่ประมาท หายห่วง
ย่อมล่วง วัฏฏสงสาร

บุคคลไม่ควร กล่าวคำเท็จ
ปฏิเสธ เสน่หา ในรูปโฉม
ตระหนักรู้มานะ ว่าเป็นโคลนตม
เลิกล้มความประพฤติ ผลุนผลัน

ผู้ที่มี มานะ ถือตน
เป็นคน มีสังขาร เศร้าหมอง
มีลาภสักการะ พาลำพอง
 คึกคะนอง ย่ำยีสติ

 
ผู้ใดมีสัตย์ มีธรรม
  ใจไม่ดำ ข่มใจ ไม่เบียดเบียน
  มีปัญญา หมดมลทิน เป็นดังเซียน
 ขอเรียน เรียกท่านว่า เถระ
 บัณฑิตรู้ว่า ชรามรณะ คือทุกข์
 กำหนดรู้สนุก อันปุถุชนอาศัย
มีสติเพ่งพินิจอยู่ เรื่อยไป
เกิดปีติใจ ที่ใครยากประสพ

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567

ผู้บรรลุธรรม (ความตายมาถึงก็ไม่โศก) ผู้ บรรลุธรรม หมดความต้องการ ทางโลก ความตายมาถึง ก็ไม่โศก เห็นโลก เป็นเรือนถูกไฟไหม้

ผู้บรรลุธรรม
(ความตายมาถึงก็ไม่โศก)

ผู้ บรรลุธรรม
หมดความต้องการ ทางโลก
ความตายมาถึง ก็ไม่โศก
เห็นโลก เป็นเรือนถูกไฟไหม้

ผู้มีสติ ย่อมหลีกออก
ท่านไม่ยินดีดอก ในที่อยู่
ย่อมละได้ ง่ายๆ หมูๆ
  ดู อย่างหงส์ ละเปือกตมฉะนั้น
 ผู้สงบกายวาจาใจ
เป็นผู้ไร้ อาสวะ
 ถึงพร้อม ด้วยสติปัญญา
 ผู้ละ สิ่งทั้งปวงได้ ใช่มุนี
 ผู้มีกายสะอาด
 มีวาจาสะอาด มีใจสะอาด
ไม่มีอาสวะ ถึงพร้อมด้วยความสะอาด
 ว่าแน่ชัด เป็นผู้ล้างบาปแล้ว
ผู้ใดมักโกรธ ผูกโกรธไว้
 ลบหลู่เขาได้ ด้วยความชั่วช้า
ความเห็นวิบัติ มีมายา
 พึงรู้ว่า คนนั้น เป็นคนเลว
กษัตริย์ พราหมณ์ฯ.. จัณฑาล
และคนงาน ชั้นต่ำ
สงบเสงี่ยม ฝึกตนแล้ว ก็เลิศล้ำ
ไม่ต่ำ ปรินิพพาน เหมือนกันหมด
บัณฑิต ขัดขวางโจร
  แต่กระตือลือล้น ในสมณะ
บัณฑิตย่อมยินดีต้อนรับ ทุกเวลา
แม้สมณะ จะมาบ่อยๆ

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567

วันครอบครัว (สงกรานต์):: สิบสามเมษา มหา สงกรานต์ วันครอบครัวเบิกบาน พากันเข้าวัด ในโอกาสมงคล

วันครอบครัว
(สงกรานต์)

สิบสามเมษา มหา สงกรานต์
วันครอบครัวเบิกบาน พากันเข้าวัด  
เป็นประเพณี ของถิ่นพุทธศาสน์
ก่อเจดีย์ทราย รักษาศาสน์ สืบศรัทธา 
สรงน้ำพระ ชำระ มลทิน
ชีวิน มีสุขสมปราถนา
ครอบครัวอบอุ่น ด้วยบุญศรัทธา
มีกินมีใช้ทั่วหน้า และสามัคคี

แปลกนักเจดีย์ พุทธศาสน์
แม้บนสวรรค์ก็ไม่ขาด เจดีย์
ก่อนพระนิพพาน ทรงประทาน วจี
สร้างสถูปเจดีย์ ไว้ที่ ทางสี่แพร่ง
บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ
ผู้ศรัทธามี มากราบไหว้
จะได้อานิสงส์
 ตลอดไป
 สถิตย์คงไว้ คู่พระรัตนตรัย ตลอดกาล
การก่อเจดีย์ทราย ใจศรัทธา
 ไม่ธรรมดา มหามงคล
ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว บันดาลดล
ได้สร้างกุศล วันครอบครัว

;;;;;;;;;;

ผู้ละชนะและแพ้ได้ (ใจเป็นสุข) ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร ผู้แพ้ ย่อมเป็นทุกข์ ผู้ละชนะและแพ้ได้ เป็นสุข หมดทุกข์ ได้สุขสงบใจ

 ผู้ละชนะและแพ้ได้
(ใจเป็นสุข)

ผู้ชนะ ย่อมก่อเวร
ผู้แพ้ ย่อมเป็นทุกข์
ผู้ละชนะและแพ้ได้ เป็นสุข
หมดทุกข์  ได้สุขสงบใจ

คติ ที่ไปจากโลกนี้
สัตบุรุษและอสัตบุรุษ มี ต่างกัน
ด้วยธรรมสัตบุรุษ ยากจะรู้ทัน
อสัตบุรุษ จึงแม่นมั่น ไปนรก 

 นักปราชญ์ มีสติตั้งมั่นในธรรม
ไม่เสพกาม และบาป
ละกาม ทุกข์จึงดับ
 บุคคลผู้ไร้บาป ดับกระแสโลก
สัตบุรุษ ให้สิ่งที่ให้ยาก
คนละฟาก กับ อสัตบุรุษ
อสัตบุรุษ ยากนัก จักวิมุติ
 เพราะธรรมของสัตบุรุษ สุดสูง
บุคคลเป็นคนเลว เพราะชาติก็หาไม่
และไม่ใช่ เพราะชาติ จึงประเสริฐ
 แต่เป็นคนเลวเพราะการ ละเมิด
 เป็นผู้ประเสริฐ เพราะการกระทำ
บุคคลถึง อรหัตผล จึงไม่สะดุ้ง
ปราศจากตัณหามายุ่ง  ยั่วยวน
ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพ ที่ก่อกวน
กายเป็นธรรมล้วน ในที่สุด
ผู้ไม่ละโมภ ไม่ปิดบังซ่อนเร้น
กระหายไม่เป็น ไม่ลบหลู่ ไร้โมหะ
เห็นโลก เป็นดุจขยะ
 เที่ยวไปผู้เดียว เหมือนว่า นอแรด

;;;;;;;;;;