แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทรัพย์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2567

ทุกคนตายแน่ (แก่หรือไม่แก่) เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน มัจจุราช นั้น เป็นใหญ่ จะตายวันตายพรุ่ง บอกไม่ได้ ประมาทหลาย ถ้าไม่เตรียมตัว

 ทุกคนตายแน่
(แก่หรือไม่แก่)

เมื่อสัตว์จะตาย ไม่มีผู้ป้องกัน
มัจจุราช นั้น เป็นใหญ่
จะตายวันตายพรุ่ง บอกไม่ได้
ประมาทหลาย ถ้าไม่เตรียมตัว
ทรัพย์สักนิด ก็ติดตามคนตายไม่ได้
มีแต่บุญใส ติดตามอุปถัมภ์
กับบาปร้าย ตามขย้ำ
กฎแห่งกรรม ทำหน้าที่
กำจัดความแก่ ด้วยทรัพย์ไม่ได้
ยิ่งใหญ่ กฎไตรลักษณ์
โลกคือโรงละคร จงประจักษ์
ทรัพย์ คือกับดัก ของมาร
คน ไม่ได้อายุยืน เพราะทรัพย์ 
การแตกดับ ขึ้นกับกรรม
ศีลดี ชีวี สบายล้ำ
ฆ่าสัตว์ ก่อกรรม รอนอายุ
สัตว์ทั้งปวง ทอดทิ้งร่างไว้ในโลก
มีแต่ใจ สกปรก หรือสะอาด
เวียนว่าย สังสารวัฏฏ์
อนันตชาติ อจินไตย
ทั้งคนมี คนจน
ทุกคน มีความตาย เป็นเบื้องหน้า
มีสุคติ กับทุคติ ระวังหนา
อย่ารอช้า แสวงบุญสร้างบารมี
วันคืน ย่อมล่วงไป
ชีวิตย่อม ลดลงไป เช่นกัน
อายุของสัตว์ แสนสั้น
เหมือนกันกับ คลองน้อยน้ำน้อย

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2567

ขยันด้วยตัณหา (ได้ทรัพย์มา พร้อมกิเลส) ขยันด้วยตัณหา ก็ได้ทรัพย์ แต่มันปนมากับ กิเลส กินใช้ เป็นอาเพท เป็นกองกิเลส ทำลายชีวิต

 ขยันด้วยตัณหา
(ได้ทรัพย์มา พร้อมกิเลส)

 
คนดี มีสุขสำเร็จ สมปราถนา
ด้วยว่า เป็นคนทั้งเก่ง และดี
เก่งงาน เก่งคน เก่งเงินมี
และเก่งบุญ นี้ ดีสุด

เก่งงาน มีฉันทะ วิมังสา
ไม่ธรรมดา มีใจนุ่มนวล
ดังนั้น บำเพ็ญทาน จึงควร
ต้องรีบด่วน สั่งสมทาน การบำเพ็ญ
เก่งคน มีน้ำใจ คนใจกว้าง
ทำอย่าง แม่น้ำใหญ่ ไหลไม่หยุด
เหมือนแม่ รักบุตร
เมตตาสุด บุตรบูชา
เก่งเงิน มีเครดิต ด้วยสัจจะ
แก่กล้า เป็นบารมี
 เป็นแม่น้ำใหญ่ ไม่เคยแห้ง แปลกดี
น้ำมากมี เสมอ
เก่งบุญ คนดี คนเก่ง คนเฮง
เป็นไปเอง ด้วยบุญอุปถัมภ์
ปุถุชน ขาดศรัทธา ไม่เชื่อคำ
ต้องหน้าดำ เช้าถึงค่ำ ทำงาน
ลักษณะคนเก่ง ทั้งหมด
มีปรากฎ อยู่ใน บำเพ็ญทาน
มีใจนุ่มนวล ควรแก่การงาน
ไม่ใช่สุดขยัน ด้วยตัณหา
ขยันด้วยตัณหา ก็ได้ทรัพย์
แต่มันปนมากับ กิเลส
กินใช้ เป็นอาเพท
เป็นกองกิเลส ทำลายชีวิต

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

เมื่อชีวิตจะแตกดับ (จึงจะได้สติ) พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้ อวัยวะ จึงควรรักษาไว้ คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน

 เมื่อชีวิตจะแตกดับ
(จึงจะได้สติ)

พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ
ทรัพย์นั้นหนา หาใหม่ได้
 อวัยวะ จึงควรรักษาไว้
คงไม่มีใคร..เป็นบ้า ขายแขนขาตน
ทรัพย์หาได้ ให้ขยันอดทน
กระเสือกระสน ดิ้นรน แต่อย่าผิดศีล
จงรักษาความดี เท่าชีวิน
ศีล..จะเป็นศีลบารมี ชีวีพลิกผัน
เพื่อรักษาชีวิต พึงสละอวัยวะ
ชีวิตมนุษย์มีค่า..นัก อจินไตย
น่าเสียดาย คนทั้งหลาย ไม่รู้จักใช้
หาบุญได้ มีแต่มนุษย์
เกิดเป็นมนุษย์ สุดๆยาก
และมีอายุน้อยนัก สักฟองน้ำฝน
แวบเดียวหาย คล้ายเหลือล้น
หลังตาย ต้องเวียนวน อนันตกาล
เมื่อคำนึง ถึงธรรม หรือบุญ
จะต้องลงทุน ด้วยชีวิต
สละทุกอย่าง สร้างบารมี สุดขีด
 มีชีวิต เพื่อแสวงบุญสร้างบารมี
พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ ชีวิต ทุกอย่าง
เพื่อหนีอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ถึงจะเข้านิพพานได้ เป็นอมตะ
และแน่ละ มีอานุภาพ ปราบมาร
แต่คนทั้งหลาย ในปัจจุบัน
สละบุญความดีกัน เพื่อทรัพย์
กลับตะละปัด ด้วยตัณหากำกับ
เมื่อชีวิตจะแตกดับ จึงจะได้สติ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

ศีลดี (ดูได้ที่มีมิตรมาก) ศีลไม่รักษา ย่อมถูกว่าถูกตำหนิ อีกทั้งชื่อเสียงไม่ดี เป็นที่ครหา ใครๆไม่อยากเข้าใกล้ หนีหน้า อีกทั้ง ทำหมู่คณะ ให้แตกแยก

 ศีลดี
(ดูได้ที่มีมิตรมาก)


ศีลไม่รักษา ย่อมถูกว่าถูกตำหนิ
อีกทั้งชื่อเสียงไม่ดี เป็นที่ครหา
ใครๆไม่อยากเข้าใกล้ หนีหน้า
อีกทั้ง ทำหมู่คณะ ให้แตกแยก

ส่วนผู้รักษาศีล ย่อมได้ยินคำชม
เป็นที่นิยม มีชื่อเสียงดี
มีมารยาทงาม ผู้คนติดตาม ไม่หนี
ทำหมู่คณะสามัคคี ไพรีพ่าย

คนเขลาเบาปัญญา รักษาศีลไม่ดี
ถูกติเตียนในโลกนี้ มีอบายเป็นที่ไป
ใจย่อมหดหู่ ไม่ว่าไปอยู่ที่ไหนๆ
ทั้งชาตินี้และชาติต่อๆไป ไม่สิ้นสุด

สำรวมในที่ไหนๆ ชื่อว่าได้ทำความดี
การรักษาศีลนี้ เป็นความดียิ่ง
คือเกิดบุญ อันเป็นเครื่องหนุน ชีวิตจริง
ศีล จำเป็นยิ่ง เหมือนแผ่นดิน

ผู้เป็นพหูสูต ขาดศีลไม่ได้ ใบลานเปล่า
เป็นคนเน่า..ใน ใครๆก็ตำหนิ
เสียดายมีความรู้ แต่ไม่สู้รักษาศีลให้ดี
กลายเป็นคนที่ รู้มาก ปากไว

ผู้ปราถนาในทรัพย์ สรรเสริญ และสวรรค์
เพียงตั้งใจมั่น รักษาศีล
หมั่นสำรวม กายวาจา เป็นอาจิน
จะสมถวิล ทุกประการ

ผู้มีศีล สังเกตได้ ไม่ไร้มิตร
เป็นความงามสนิท ทุกคนอยากชิดใกล้
ไม่อยากจาก สุขนัก สุขใจ
ผู้มีศีล หอมหลาย เทวดาชอบ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2565

คนส่วนใหญ่ (คล้ายแมงเม่า) ทรัพย์ ไม่สามารถ ขจัดความแก่ได้ บุญเท่านั้นที่ให้ ชีวิตกลายเป็นอมตะ ด้วยบุญนั้น เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา พ้นกฎไตรลักษณ์ เป็นอมตะ พระนิพพาน

คนส่วนใหญ่
(คล้ายแมงเม่า)

ทรัพย์ ไม่สามารถ ขจัดความแก่ได้
บุญเท่านั้นที่ให้ ชีวิตกลายเป็นอมตะ
ด้วยบุญนั้น เป็นนิจจัง สุขัง อัตตา
พ้นกฎไตรลักษณ์ เป็นอมตะ พระนิพพาน

คนไม่อายุยืนด้วยทรัพย์ พระพุทธองค์ทรงรับรอง
แต่เป็นผลของ..ทาน การสละทรัพย์
ทานด้วยศรัทธา สุขนักหนา ใจปลื้มปราบ
ได้อานิสงส์สุดจะนับ อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ

ทรัพย์สักนิด ก็ติดตามคนตาย ไปไม่ได้
เมื่อจะตาย ก็สายแล้ว จึงได้คิด
ไปสู่อบาย นานหลาย  เมื่อเกิดใหม่ ลืมสนิท
เป็นคนตระหนี่ สิ้นคิด เหมือนเดิม

สังขาร นั้น มันทุกข์ยิ่ง
ผู้คนจึงวิ่ง..หา กามคุณ
เหมือนยาเสพติด ไม่เสพไม่ได้ มันคุ้น
คนไม่รู้จักบุญ..ญา ที่ ให้สุขสมปราถนาทุกประการ

ขณะ อย่าล่วงท่านไปเสีย
ด้วยกรรมลามเลีย อายุของมนุษย์นี้จึงสั้นนัก
มีเวลาแสวงบุญ สร้างบารมี น้อยมากๆ
คล้ายฟองน้ำฝนยิ่งนัก แว่บหาย ในสายฝนจักรวาล

วัยที่พ้นไป ใช่ คล้ายเพียงขณะเดียว
เพียงประเดี๋ยว ลองเหลียวดูอดีต
คล้ายอย่างนั้นจริงๆ น่าคิด
ชีวิตมนุษย์ จึงน้อยนิด จริงๆ

กาลเวลา ย่อมกินสรรพสัตว์ พร้อมกับตัวมันเอง
กาลเวลา ตัวเป้ง ศัตรูร้าย
แต่คนพาล ไม่รู้สา อยู่สะบาย
คนส่วนใหญ่ คล้ายแมงเม่า บินเข้าหาไฟ

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

ชีวิตไม่อาจดูเบา (กรรมของเจ้า เหมือนเงาตามตัว) เพื่อกินอยู่ของตน คน จึงวุ่นวายหาทรัพย์ อย่างน้ำไหลไฟดับ ถึงกับทิ้งดี ยิ่งรวยก็ยิ่งอยากรวยใหญ่ ไม่สนใจศักดิ์ศรี ไม่คำนึงถึงชีวี ว่าเรานี้ เกิดมาทำอะไร

ชีวิตไม่อาจดูเบา
(กรรมของเจ้า เหมือนเงาตามตัว)
เพื่อกินอยู่ หมู่คนทั้งหลาย วุ่นวายหาทรัพย์
อย่างน้ำไหลไฟดับ ถึงกับทิ้งดี
ยิ่งรวยก็ยิ่งอยากรวยใหญ่ ไม่สนใจศักดิ์ศรี
  ไม่คำนึงถึงชีวี ว่าเรานี้ เกิดมาทำอะไร
คนไม่รู้ว่า บุญนั่นหละ นำทรัพย์มาให้
เป็นบุญวาสนา ทะยอยไหล ส่งให้ผล
เป็นความดี ที่เราทำไว้ ในกาลโพ้น
ได้ส่งผล เมื่อถึงขีดถึงคราว
 ทรัพย์ไม่ใช่สมบัติ เป็นวิบัติ ถ้าขาดดี
เป็นทรัพย์อัปปรี ที่ยิ่งกว่าเชื้อโรคร้าย
ตกนรกหมกไหม้ ทุกข์หลาย ยิ่งกว่าตาย
เมื่อกรรมเบาบางลงไป เกิดใหม่เป็นเปรต 
เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ก็สุดรำเค็ญ 
ช่างยากเข็ญ ข้นแค้น แสนสมเพท
 อดมื้อกินมื้อ มือถือกะลา จงสังเกต
เป็นกรรมกิเลส ตระหนี่ส่งผล ดลบันดาล
 ทั้งคนดี หรือคนชั่วช้า ล้วนหาเงินได้
ด้วยบุญวาสนาส่งให้ ของใครของท่าน
ส่วนการกระทำใดๆ ในปัจจุบัน
ขี้เกียจหรือขยัน ผลนั้นยังไม่ออก
คนชั่วได้ดี จึงมีถมไป
ดีหรือร้าย คนทั้งหลายสับสน
ทำดีไดัดี ทำชั่วได้ชั่ว จริงหรือ ชักกังวล
ความตระหนี่ ทำให้จน จริงหรือ
 คนกิเลสหนา หาทรัพย์ เลี้ยงชีวิต
สุดอำมหิต เบียดเบียนล้างผลาญ
เป็นมิจฉาทิฏฐิ อวดดี ดื้อรั้น
น่าสงสาร น่าเวทนา สรรพสัตว์
มิจฉาทิฏฐิ นี้ร้ายสุดสุด พระพุทธองค์ตรัส
อย่างแจ่มชัด ว่าไม่เห็นโทษอื่นใดเท่า
ต้นเหตุใหญ่ คือผัสสะ กับสิ่งภายนอกกายเรา
ด้วยอินทรีย์ห้า ตัวเก่า ของเราเอง
ดังนั้นจืงต้องสำรวม ตาหูจมูกลิ้น และกายสัมผัส
พูดให้ชัด มีสติสัมปชัญญะ อยู่ในกาย
แล้ว วิตกวิจาร หรือ ตรึกตรอง ประคองใจไว้
จำเป็นหลาย ถ้าใครอยากได้ สุขสมปราถนา
ความสุข กับสนุกสนาน คนละอย่าง
ไม่ใช่ดัง กินเหล้าเมามัน นั้น มันสนุก
เหมือนเกาตุ่มคัน มันดี คลายทุกข์ 
เป็นความสนุก ปนตัณหา พาฉิบหาย
สุจทางใจ เปรียบได้ คล้ายพระอาทิตย์
สุขทางเนื้อหนัง น้อยนิด ปานหิงห้อย
สุขทางใจ ทรัพย์ไหลมา ไม่ถอย
ไม่ใช่สุขลอยๆ ลมๆแล้งๆ 
 สุขทางใจ หรือทางธรรม มีน้ำใจ
เปี่ยมเมตตากรุณา แผ่ได้ ไปทั่วทิศ
เราก็สุข เขาก็สุข ทุกชีวิต
สามัคคี ร่วมจิต เป็นปึกแผ่น
สุขทางใจ เรียกได้ว่า สุขสันโดษ โทษไม่มี 
พอใจ ในสิ่งที่ ตนมีตนเป็น ตนควร
มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ดีล้วนๆ
อันเป็นขบวน ธรรม นำชัยชนะและสำเร็จ
คนธรรมดา ดิ้นรนหา ความพอใจ
แต่ไม่เคยได้ เหมือนไล่ ตามเงา
ได้มาแล้วคิดว่าใช่ แต่ได้ใหม่ ลืมเก่า
นี้คือเรา เหล่าคน กิเลสหนา
ตราบใด ถ้ายังไม่ รู้จักบุญ
ชีวิตจะสูญ..เปล่า น่าเศร้าใจ
ชีวิตมีแต่ทุกข์ เวียนว่ายไป
ไม่มีต้นปลาย น้ำตาไหล อนัตกาล
 
;;;;;;;;;;