วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2563

เงินทองมีค่า (เมื่อนำมาแสวงบุญ) :: สิ่งที่มีค่ากว่าเงินกว่าทองนั่นหนา คือเวลาและความแข็งแรง เราต้องแข่งกับเวลา และสุขภาพ

เงินทองมีค่า
(เมื่อนำมาแสวงบุญ)
สิ่งที่มีค่ากว่าเงินกว่าทองนั่นหนา คือเวลาและความแข็งแรง
เราต้องแข่ง..กับเวลา และสุขภาพ
กอบโกยบุญกุศล ทนโลกธรรม ไม่หันกลับ
เวลาผ่านไปเลยลับ ไม่ย้อนกลับ เดี๋ยววันเดี๋ยวคืน
ผู้ประมาท มรณะภัยมาถึง จึงรู้สึกตัว
โหยไห้ระรัว กลัวมรณะภัย
ตัวสั่นงันงก ตกอกตกใจ
เห็นมรณะภัย เป็นรางร้าย ไฟนรก
อายุมนุษย์สั้นนัก เปรียบปานสัก สะเก็ดไฟ
ในห้วงจักรวารใหญ่ ที่มืดมิด
สุขภาพกาย เจ็บป่วยไข้ อยู่เนืองนิจ
ควรทุ่มเทจิต สั่งสมบุญกุศล ทนสิ่งยั่วยวน
คนทั้งหลาย เป็นคล้ายแมงเม่า
บินตอมไฟ แล้วๆเล่าๆ อยู่อย่างนั้น
ไม่สำเหนียกภัย ที่อยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวเสร็จมัน
ตุ๊กแกตัวกลั่น จ้องตาเป็นมัน จะกิน
จงทำประโยชน์ตน ประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อม
ประโยชน์ตน เพียงน้อมใจ มาไว้ในตน
รักษาใจให้ใส หายหมองหม่น
กระตือลือล้น มุ่งสู่เป้าหมายใหญ่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
กายมนุษย์เท่านั้น สำคัญ ใช้สร้างบารมี
กายอื่นๆ แม้สุขี แต่สร้างบารมี ไม่ได้
เทวดาอารักษ์ ลงมาปกปักรักษา ได้บุญไป
บนสวรรค์แสวงบุญไม่ได้ ใช้แต่บุญ
พญามารจึงกันนัก พยายามจักกำจัด
แกล้งตัด..อายุไข และใส่โรคภัย ให้อายุสั้น
วางเหยื่อกามคุณ ล่อให้หัวหมุน เมามัน
ไม่อาจกลั้น..ความอยาก จมปลักตัณหา
  ผู้ประมาท แน่ชัด คือผู้ที่ตายแล้ว
ตายจากแก้ว พระรัตนตรัย
เข้าสู่อุ้งมือมาร ยิ่งกว่าตาย
สร้างความดีไม่ได้ บาปขยาย ตายทั้งเป็น

รู้หรือไม่ ทรัพย์สมบัติทั้งหลาย เกิดจากทานบารมี
ที่เราทำไว้ก่อนกี้ ส่งผล
การทุจริต ผิดศีลธรรม มีทรัพย์ล้น
ได้สมบัติ มีวิบัติปน คนไม่รู้
เมื่อรู้ก็สาย อยู่ในนรก อนันตกาล
ทุกข์สาหัสสากรรจ์ สุดจะพรรณา
เมื่อเกิดใหม่ ยากหลาย จะเป็นมนุษย์มะนา
เกิดมา..ใหม่ลืมหมด ไม่อาจอด ทำกรรมต่อ
ทรัพย์มีหน้าที่ แสวงบุญ กักตุนบารมี
เพื่อที่ ทำพระนิพพานให้แจ้ง
กินใช้พอประทัง เพื่อยังสุขภาพแข็งแกร่ง
ที่เหลือ ทุ่มสุดแรง ขจัดตระหนี่

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2563

แอพพลิเคชั่น (เหมือนกันกับ กิเลสกรรมวิบาก) กิเลสกรรมวิบาก จงรู้จัก คือแอพพลิเคชั่น เช่นเดียวกัน กับคอมพิวเตอร์ ทำงานอัตโนมัติ เป็นธรรมชาติ ดูเซ่อๆ ไม่มีเผลอ สม่ำเสมอ กฎแห่งกรรม

แอพพลิเคชั่น
(เหมือนกันกับ กิเลสกรรมวิบาก)



สุขหรือทุกข์ที่ได้รับปัจจุบัน ใช่มัน คือวิบาก
ของกรรมในอดีต อย่าทึกทัก ว่าเป็นของใหม่
โลกนี้เป็น เช่นโรงหนังจอใหญ่
ชีวิตที่เป็นไป เป็นกรรมวิบาก จากอดีต
Add caption
 กรรมวิบากเลือกได้ อย่าปล่อยให้ลอยไปตามกรรม
 บุญแสวง ให้ทำสม่ำเสมอ ไม่เผลอประมาส
ควบคุมอารมณ์ ที่มาขย่ม รุกฆาต
 ดังนั้น จึงไม่อาจขาดสมาธิ
 
บุญบาปปัจจุบัน คล้ายกัน กับการกดแอพพลิเคชั่น
กดบุญได้บารมี ชีวัน เป็นวิบากสุข
กดบาปได้กิเลส เป็นวิบากทุกข์
แสวงบุญสร้างบารมี จึงเป็นมุข สุขสมปราถนา
กิเลสกรรมวิบาก จงรู้จัก คือแอพพลิเคชั่น
เช่นเดียวกัน กับคอมพิวเตอร์
 ทำงานอัตโนมัติ เป็นธรรมชาติ ดูเซ่อๆ
ไม่มีเผลอ สม่ำเสมอ กฎแห่งกรรม
 
กิเลสกรรมวิบาก ทำงานเป็นวัฏฏะจักร หมุนวน
กิเลส ทำให้คน เกิดตัณหาอุปาทาน
จึงคิดพูดทำชั่ว ไม่กลัวกรรม ชาติคนพาล
เกิดวิบาก นั่นแหละท่าน ผลักดันให้เกิดกิเลสอีก
กิเลส คือนิสัยร้าย ส่วนบารมีนั้นใช่ นิสัยดี
เมื่อมีนิสัยดี ทำดี ก็มีวิบากเป็นผล
เกิดกำลังใจ ให้สร้างบารมี บันดาลดล
  ก็จะหมุนวน ทำดีเรื่อยไป
 กลไกเหล่านี้ เกิดขึ้นที่ ในดวงธรรม
คอยควบคุมคอยค้ำ กายกรรม วาจีกรรม และมโนกรรม ดังมารดา
 เราเองคือผู้ทำ แล้วมีกรรมและวิบาก ตามมา
เกิดกิเลสตัณหา และบารมี
   กฎแห่งกรรม มารระยำ ทำเอาไว้
เป็นอจินไตย ทำดีได้ดีเป็นบุญ ทำชั่วได้ชั่วเป็นบาป
ทำบุญเป็นสาย กลายเป็นนิสัยดี หรือบารมี คนกราบ
ทำบาป เป็นนิสัยเสียไม่ดี คนยี้ นี้กิเลส
กิเลสกรรมวิบาก คล้ายกันนัก กับปลักโคลนดูด
เป็นที่สุด ของกับดัก ไม่อาจออกได้
เหลือทางแสนริบหลี่ ที่วัวควายไม่สนใจ
เช่นหญ้าปากคอก นั่นไง แม้งามหลาย แต่ไม่มีใครสน
 ทางสายกลางในตัว ไม่มืดมัว สว่างไสว
พระรัตนตรัย เหมือนถูกซ่อน
อยู้ใกล้ตาแค่ศอก บอกก็ไม่เชื่อ เบื่อจะสอน
 พบกัลยาณมิตร แน่นอน ผู้รู้ใจ จึงได้เชื่อ
เข้าวัด ธรรมปฏิบัติ พ้นหัตมาร
สุขสมปราถนาทุกประการ ตามทางสายกลาง
ผ่านศูนย์กลางกายเท่านั้น ขอบอกไว้ จงฟัง
พระนิพพานแจ้งกระจ่าง พ้นวังวน วัฏฏะ๓

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563

PERSON ABOVE HEAVEN (ANGEL ON EARTH) :: Rivers would flow down to the sea, merit conducted, not naughty, would pour totally to the owner,

PERSON ABOVE HEAVEN
(ANGEL ON EARTH)
Rivers would flow down to the sea,
merit conducted, not naughty,
 would pour totally to the owner,
seven day and night, non stop, so wonderfully.
This is the word of the one, expert and superb.
The old merit conducted, any time reminded,
the merit add up multiply.
Seeking revenge, is severely retributive,
as so, only good deed would reminded, and apologizing.
Think good..speak good and do good only,
even without witnessing,
and would not commit..evil think..evil talk/gossip.
Merit and demerit could float very easily,
so it is necessary to keep the mind inside all time.
Merit and also demerit committed,
people not realize.
 The ordinary people lived distant from meritorious/kalyanamitr friend,
not realize, even a bit,
  thinking, causing merit or demerit happened greatly,
Be knowing, thinking is more powerful than speaking and doing.
Staying alone beware of thinking,
staying with friend beware of speaking,
The source of the quote is as said above.
Sage, train the mind to be clear and bright,
for escaping the hook, evil thought, of Mara.
The wrong view, savaged much more than evil thought,
so stupid and stubborn unimaginably,
refuse to accept any, liking
 a turn over container refusing any,
as like as, a idiot lady in front Wat Chetawan Temple gate, in Budhha time.
Self defeating, the great right view,
 is the real great victory.
That is respected, the real great,
the basic fundamental of wisdom, so excellent, for Dhamma listening accepted.
Respect, person realized, is so splendid,
 which is the origin of exultation,
happiness and fulfillment so great.
Exultation is the food of angel.
Any good thinking means sincerity,
the great merit 
and that is the sincere person,
the superb person,
who is respected.

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2563

ชนะตน (คือคนบัณฑิต):: ผู้เป็นบัณฑิต คิดเอาชนะตน ส่วนคนพาล แพ้ตน ระรานคนอื่น เมื่อชนะ มีหน้ายิ้มรื่น ล้มทั้งยืน เมื่อตื่นในนรก

ชนะตน
(คือคนบัณฑิต)
ผู้เป็นบัณฑิต คิดเอาชนะตน
ส่วนคนพาล แพ้ตน ระรานคนอื่น
 เมื่อชนะ มีหน้ายิ้มรื่น
ล้มทั้งยืน เมื่อตื่นในนรก
 บัณฑิต ยอมอด ไม่คดโกง
หายใจโล่ง ปลอดโปร่งใจ
นอนหลับสนิท จิตดิ่ง ไม่ฝันร้าย
ตื่นขึ้นวันใหม่ รับโชคชัย คิดไม่ถึง
บัณฑิต ยอมอดเปลี้ยว เดี๋ยวได้กินหวาน
รอไม่นานเกินกาล เดี๋ยวก็สุก
ทำดีย่อมได้ดี พระท่านชี้ ทางพ้นทุกข์
รักสนุก ทุกข์ถนัด ขาดความอดทน
เนกขัมมบารมี มีประโยชน์ตรงนี้ นั่นเอง
เป็นคนเก่ง อดเปลี้ยวได้ ไว้กินหวาน
เป็นคนสันโดษ ด้วยเห็นโทษกามคุณนั้น
อุปสรรคทุกสิ่งอัน เนื่องจากมัน กามคุณ
เพียงเอาใจไว้ในตน อดทนอดกลั้น
สู้มัน เพลิงอารมณ์ใคร่
ทำใจนิ่งๆ ไม่ไหวติง อยู่ภายใน
นั่นแหละใช่ ได้ชื่อว่า เนกขัมม
การชนะตน คือคนชนะกามคุณ
ชีวิตวายวุ่น ก็ด้วยตัณหา อุปาทาน
คนทั้งหลายดูเบา ประมาทมัน
ทำลายสิ่งสำคัญ คือปัญญา
กามฉันทะ หัวหน้านิวรณ์ 
เหมือนดวงตะวันรอน ถูกมหาเมฆโคจร มาบดบัง
ดวงปัญญา ที่แจ่มจ้า หมดกำลัง
ชีวิตพัง ด้วยขาดสติ ริประมาท
เนกขัมมบารมี ประคองชีวี หนีกามคุณ
อยู่ในโลกที่วุ่น แต่อยู่เหนือโลก
ไม่เกลือกกลั้วโลกธรรม ทำตัวสันโดษ
ชีวิตทั้งหมด สละเพื่อบารมี

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2563

ขาดกัลยาณมิตร (หมดสิทธิ์สร้างบารมี):: บารมี คือนิสัยดี นั่นเอง ที่คนเก่ง ทำบุญเป็นสาย ไม่ขาดตอน เหมือนหยดน้ำ จากเพดาลถ้ำ น่าสะออน สั่งสมตะกรัน ตกตะกอน เป็นหินย้อยงาม

ขาดกัลยาณมิตร
(หมดสิทธิ์สร้างบารมี)
บารมี คือนิสัยดี นั่นเอง
ที่คนเก่ง ทำบุญเป็นสาย ไม่ขาดตอน
เหมือนหยดน้ำ จากเพดาลถ้ำ น่าสะออน
สั่งสมตะกรัน ตกตะกอน เป็นหินย้อยงาม
เมื่อเป็นบารมี เรานี้จะปีติใจ
ทั้งหลับและตื่นไม่หาย ปีติใจ อยู่เสมอ
มีอานุภาพสุดคาด น่าประหลาด เลิศเลอ
จากคนเซ่อๆ หางแถว กลับเป็นแก้วแวววับ
ทั้งบุคคลิกลักษณะ ดูสง่าสดใส
ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่ใช่คนเดิม
นี่หละคุณธรรม ความดี บารมีส่งเสริม
จงเร่ง รีบเริ่ม ประเดิมทำดี
คนล้มอย่าข้าม เป็นคำโบราณ
ก็ด้วยพวกท่าน ศรัทธา คุณพระรัตนตรัย
เชื่อมั่นในบุญบารมี ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้
น่าอัศจรรย์ใจ อานุภาพใหญ่ บารมี
มหาทุคตะ จากยาจก เป็นเศรษฐี
เพียงข้ามคืน เท่านี้ ก็เป็นได้
ก็ด้วยเจอ เนื้อนาไม่ธรรมดา บุญญาใหญ่
พระพุทธองค์ไท้ เมตตาหลาย ทรงโปรด
ทำชั่วทุจริต ก็มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงใหญ่
แต่เป็นเหมือนก่อเจดีย์ทราย ไม่ทันไรก็พัง
คนพาล คนโง่ หวังโต ยิ้มค้าง
เมื่อรู้สึกตัวสติตั้ง ตอนจะตาย ก็สายแล้ว
สร้างบารมีไม่ได้ ถ้าไม่มีกัลยาณมิตร
แม้พระพุทธองค์ผู้ทรงฤทธิ์ ก็มีกัลยาณมิตร คือคติการะ
อย่าคบคนพาล ถ้าท่านอยากมี มิตรดีอย่างว่า
อย่ารอช้า แสวงหา กัลยาณมิตร
ดูให้ดี มิตรดี จะชี้ชวนเข้าวัด
ธรรมปฏิบัติ วัดไหน เลือกให้ดี
เหมือนพระพุทธองค์ ทรงเข้าออก สำนักโน้น สำนักนี้
ลองปฏิบัติ แล้วคัดให้ดี ด้วยปัญญา
คุณยายจันทร์ ท่านพูดไม่เก่ง
ตัวยังผอมเกร็ง อีกต่างหาก
หลวงพ่อฯท่านขอเป็นศิษย์ น่างงนัก
แต่หาก มีดวงตาแจ่มจ้าซื่อใส นี่แหละใช่เลย

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

คนเหนือฟ้า (เทวดาเดินดิน):: แม่น้ำทั้งหลาย ย่อมไหล ไปสู่ทะเล บุญที่เราทำ ไม่มีเก ไหลเท ไปหาผู้ทำ

คนเหนือฟ้า
(เทวดาเดินดิน)
แม่น้ำทั้งหลาย ย่อมไหล ไปสู่ทะเล
บุญที่เราทำ ไม่มีเก ไหลเท ไปหาผู้ทำ
เจ็ดวันเจ็ดคืน ไม่หยุด สุดประหลาดล้ำ
นี้เป็นคำ ของพระผู้รู้ ผู้ประเสริฐ
บุญเก่าที่ทำไว้ นึกถึงทีไร บุญทับทวี
บาปก็เช่นกัน เพิ่มทันที เมื่อนึกถึง
การผูกเวร เป็นกรรมหนัก ดังนั้นจึง
ควรคิดถึง..แต่กรรมดี และให้อโหสิ มิจองเวร
คิดดี พูดดี ทำดี เข้าไว้ แม้ใครไม่รู้
และอย่าสู่ คิดร้ายพูดร้ายนินทา
บุญบาปฟูฟ่องได้ ง่ายๆหนา
เก็บใจไว้ในตัว ตลอดเวลา จึงจะได้
บุญก็ทำกรรมก็สร้าง จะเอาอย่างไร
นี้เป็นคนทั่วๆไป ห่างไกล กัลยาณมิตร
เพียงคิดในใจ บุญบาปเกิดใหญ่ ไม่รู้สักนิด
จงรู้ไว้ ความคิด มีฤทธิ์ยิ่งกว่าพูดและทำ
อยู่คนเดียวระวังความคิด อยู่กับมิตรระวังวาจา
จึงมีที่มา อย่างที่ว่า มาแล้ว
บัณฑิต รีบเร่งฝึกใจ ให้ใสแจ๋ว
เพื่อคลาดแคล้ว..บ่วงมาร การคิดร้าย
ความคิดเห็นผิด อำมหิตกว่าคิดร้าย
โง่และดื้อใจหาย ไม่ฟังใครทั้งนั้น
เป็นภาชนะที่คว่ำ ไม่รับทุกสิ่งอัน
เหมือนอีหอย หน้าประตูวัดเชตวัน นั่นเอง
ชนะตน เป็นคนเห็นถูกได้ ยิ่งใหญ่แท้
มีความเคารพนั่นแหละ ยิ่งใหญ่
เป็นคุณธรรมพื้นฐานของปัญญา วิเศษหลาย
วิเศษอย่างไร คือจะได้ฟังธรรม
ความเคารพ ดีจบ จับดีคน
จับดี เป็นต้น ของปีติ
มีสุขสมปราถนา เหลือที่
ปีตินี้ เป็นอาหารทิพย์ ของเทวดา
คิดดีต่อใคร ๆ คือจริงใจต่อทุกคน
เป็นมหากุศล เป็นคนมีสัจจะ
เป็นคนเหนือคน เหนือมนุษย์มนา
เป็นคนเหนือฟ้า เทวดาเดินดิน

;;;;;;;;;;