วันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

SUFFERING, POWDER IN EYES (just faith in, fulfilled in all respects) We were born here empowering to develop society. The giver would be exulted, and fulfilled, the more giving.. the more gaining, the more wealth flows, like a river will never dry up.

SUFFERING, POWDER IN EYES
(just faith in, fulfilled in all respects)

We were born here empowering to develop society.
The giver would be exulted, and fulfilled,
the more giving.. the more gaining,
the more wealth flows in,
like a river will never dry up.

Society development, civilized people are good people.
The matter is therefore, building a temple as the temple,
training monk to be monk trained, to save Buddha teaching,
containing: principle, practice, consequence and teaching
.


Being social development empowering,
 would train oneself:-
firstly, being a temple person perform charity,
sacrificing in almsgiving, the donation.
Create charisma, transform life
to be a person above the person,
such as Bodhi, and banyan tree, so beautiful,
people saving.

Secondly, temple supporting,
would be exulted and bright.
Fulfillment poured in,
the mind penetrate deepen to mercy.
Being as Brahma, the great Deva.

Thirdly, relatives help would followed,
when there was such kindness.
Closed relatives and others outsider
 of that relatives by Dhamma,
relatives in the six directions do not fall,
 would follow,
looking after and sustaining their life.

Fourthly, work without penalty, equanimous and dignified,
perception is bright and clear,
not stick to worldly desire.
Believing in, all creatures are as relatives,
in common single law of action.
equalized, justified, to both skin colors, black or white.

Buddhist religion teach suffering free,
being happy and fulfilled.
Very easy to reach, only by faithfulness and practice.
Similarly as, powder gets into the eyes,
just knock it out and lost suffering,
  everyone fulfilled if not crazy.

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

ความทุกข์เหมือนผงเข้าตา (เพียงศรัทธา ก็สุขสมปราถนาทุกประการ) เราเกิดมานี้ ก็เพื่อที่ เป็นกำลังพัฒนาสังคม ผู้ให้ย่อมสุขบรม และสมปราถนา ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ทรัพย์สมบัติ ยิ่งไหลมา เหมือนดังแม่น้ำ นั่นหละ จะไม่เคยแห้ง

ความทุกข์เหมือนผงเข้าตา
(เพียงศรัทธา ก็สุขสมปราถนาทุกประการ)
 

เราเกิดมานี้ ก็เพื่อที่ เป็นกำลังพัฒนาสังคม
ผู้ให้ย่อมสุขบรม และสมปราถนา
ยิ่งให้ก็ยิ่งได้ ทรัพย์สมบัติ ยิ่งไหลมา
เหมือนดังแม่น้ำ นั่นหละ จะไม่เคยแห้ง

สังคมพัฒนา ชาวประชา เป็นคนดี
ความสำคัญจึงอยู่ที่ การสร้างวัดให้เป็นวัด
สร้างพระให้เป็นพระ รักษาพระศาสน์
มีปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวท และเทศนา


เป็นกำลังพัฒนาสังคม ต้องอบรมตน
หนึ่ง เป็นบุคคน เข้าวัดบำเพ็ญทาน การกุศล
สร้างทานบารมี ปฎิรูปชีวี ให้เป็นคนเหนือคน
เป็นต้นโพธิ์ ต้นไทรใหญ่ งามล้น คนรักษา
สอง  เข้าวัดปฏิบัติธรรม สุขล้ำ ใจสว่าง
 สุขสมปราถนาประดัง ใจหยั่งลง สู่ความเมตตา
เป็นเหมือนพระพรหม คอยอบรม ดังมารดา
คอยปกปักรักษา เหมือนเทวดา ศักดิ์ใหญ่
สาม สงเคราะห์ญาติ ตามมา เมื่อมีเมตตาขนาดนั้น
ญาติใกล้ชิดกัน และคนอื่นๆนอกนั้น ญาติทางธรรม
ญาติในทิศทั้งหก ไม่ตกหล่น ต้องติดตาม
คอยดูแล คอยค้ำ..จุน หนุนชีวิต
สี่ ทำงานไม่มีโทษ ด้วยใจอุเบกขา ไม่ปราถนาลามก
มีปัญญาสว่างใสสด ไม่ฝักใฝ่ในโลกธรรม
ถือสรรพสัตว์ เสมอญาติ ร่วมชาติ กฎแห่งกรรม
ให้ความเสมอภาค เป็นธรรม ผิวขาวหรือดำ ไม่สำคัญ
พุทธศาสนา สอนวิชาพ้นทุกข์ มีสุขสมปราถนา
เข้าถึงได้ง่ายๆ เพียงมีศรัทธา แล้วมาฝึกฝน
เหมือนผงเข้าตา เพียงเขี่ยออกมา หายทุกข์ทน
สมปราถนากันทุกคน ถ้าไม่ใช่คนบ้า ปัญญาอ่อน

;;;;;;;;;;

วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

คนกตัญญู (ผู้เป็นกำลังพัฒนาสังคม) กตัญญู คุณธรรม ที่ล้ำลึก เมื่อนึก..ถึงผู้มีคุณ ใจอุ่นหลาย มีปีติ เกิดหิริโอตัปปะ อยู่ไม่ได้ ต้องทำความดี ที่ยิ่งใหญ่ ตอบแทนคุณ

คนกตัญญู
(ผู้เป็นกำลังพัฒนาสังคม)

กตัญญู คุณธรรม ที่ล้ำลึก
เมื่อนึก..ถึงผู้มีคุณ ใจอุ่นหลาย
มีปีติ เกิดหิริโอตัปปะ อยู่ไม่ได้
ต้องทำความดี ที่ยิ่งใหญ่ ตอบแทนคุณ

 
ความดีอันยิ่ง สิ่งที่บัณฑิตใฝ่ฝัน คือการบรรลุธรรม
เป็นการตอบแทนคุณ สูงล้ำ สุดสูง
ผู้สนับสนุน ได้บุญอัปมานัง เจริญรุ่ง
สุขสมปราถนา เจริญจรุง ตลอดกาลนาน

มีเรื่องเล่า ในคราว สมัยพุทธกาล
มีภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง ขมีขมัน เดินทางไกล ไปเยี่ยมบ้าน
ระหว่างทาง กลางป่า มีตายายเดินตามมา ไม่ห่างกัน
จึงเกิดเรื่องอัศจรรย์ เป็นตำนาน เล่าขานกันมา

มื่อถึงเวลาฉันกลางวัน สองตายายปรึกษากันว่า
ณ กลางป่า..อย่างนี้ ไม่มีอาหาร
มีแต่เราสอง จำเป็นต้องถวายท่าน
ตัดสินใจอย่างนั้น จึงถวายอาหารไป

ภิกษุหนุ่ม ไม่คิดอะไร รับอาหารมาได้ ก็ฉันๆ
เมื่อเสร็จฉัน ได้ปฏิสันถาร ถามไถ่
จึงรู้ว่า ตายายทั้งสอง ยังไม่ได้ทานอะไร
เกิดร้อนใจ ได้ทำกรรมใหญ่ หาทางไถ่โทษ

จึงเดินเข้าป่า หาที่นั่ง ที่เหมาะ
เรานี่หนอ ขอตั้งสัจจะ อธิษฐาน
ไม่บรรลุธรรม จำไม่ลุกจากที่ เพื่อใช้หนี้ท่าน
ตั้งใจมั่น ตายเป็นตาย ไม่ได้ไม่เลิก

คุณธรรมกตัญญู รู้คุณท่าน 
ปีติซาบซ่าน เกิดหิริโอตัปปะ สุดจะประมาณได้
หาทางทดแทน ให้สุดๆ ด้วยบุญใจหยุด บุญใหญ่
ดวงธรรมสว่างไสว จึงจะสาสมพระคุณไท้ ที่ให้มา

ดังนั้น กตัญญู จึงนำไปสู่ อัตตสุทธิ
คือนำตัวเรานี้ สร้างบารมี เข้าวัดปฎิบัติธรรม
ถ้าเป็นชาย บวชนั่นหละใช่ เลิศล้ำ
กอบกู้ธาตุธรรม ติดตามมหาปูชนียาจารย์

แปลกนัก อัตตสุทธิ แล้วจัก บริสุทธิ
กล่าวคือ ผู้บริสุทธิ์ดี จะบริสุทธิ ขยายไปที่คนอื่น
กลายเป็นคนดีไปด้วย บริสุทธิ แช่มชื่น
แล้วที่สุดไม่ดาดดื่น สังคหะ เป็นกำลังพัฒนาสังคม

คนกตัญญูคนดี เป็นที่รักใคร่ ของมหาชน
และเทวดา กระตือลือล้น ลงปกปักรักษา
ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ จึงเป็นธรรมดา
นี่แหละกตัญญุตา คุณธรรม ที่ล้ำลึก

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

เมินพระรัตนตรัย (ทุกข์ยากหลายชีวิต) บุญเป็นที่พึ่ง หนึ่งเดียว ในสังสารวัฏฏ์ จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ได้ด้วยบุญ สังสารวัฏฏ์ น่าประหลาด หลังตาย ใช้แต่บุญ เหมือนชาวโลก ที่คุ้น กับการใช้เงิน

เมินพระรัตนตรัย
(ทุกข์ยากหลายชีวิต)
บุญเป็นที่พึ่ง หนึ่งเดียว ในสังสารวัฏฏ์
จะเข้าถึงพระรัตนตรัย ได้ด้วยบุญ
สังสารวัฏฏ์ น่าประหลาด หลังตาย ใช้แต่บุญ
เหมือนชาวโลก ที่คุ้น กับการใช้เงิน
พระนิพพาน ส่งบุญผ่าน เส้นทางสายกลาง
อันเป็นที่ตั้ง..ของศูนย์กลางกาย
ผ่านเส้นทางนี้ จึงจะมี พระรัตนตรัย
เป็นพระธรรมกายแก้วใส สว่างไสว อยู่ในตน
ห้วงบุญใหญ่ ที่ใครๆ คิดไม่ถึง
 อันที่ซึ่ง คุ้นเคยกันดี แต่มิได้เฉลียว
เพียงว่าตามพระ ก็จะได้มาทีเดียว
ว่าสักประเดี๋ยว ก็จะได้ บุญใหญ่มา
ดังนั้น การเข้าวัดฟังธรรม จึงจำเป็น
สมควรเคี่ยวเข็นลูกหลาน มาวัด
ได้ฟังสิ่งที่เป็นมงคล คนฉลาด
จะมีปัญญาสามารถ และอาจหาญ ชาญชัย
นั่นก็คือ ไตรสรณคมน์ ผสมศีล ๕
รวมกันว่า ในเวลา อาราธนาศีล
ห้วงบุญใหญ่ ๘ ประการ ผู้คนคุ้นชิน
มนุษย์แทบทั้งสิ้น เหมือนไก่ ได้เห็นพลอย
ตั้งใจงดปาณาฯ หยุดการล่า ล้างผลาญ
หยุดประหาร การ จองเวร
ให้สรรพสัตว์ สามาถ อยู่เย็น
นี้เป็น กรุณา มหาบุญ
ตั้งใจงดเว้น อทินนาฯ กาเมฯ มุสาฯ 
และสุรา ฯ ให้มีชีวา ปลอดภัย
แก่สรรพสัตว์ มิอาจ ประมาณได้ 
ได้มหาบุญใหญ่ สุขสบายตลอดกาลนาน
 พระพุทธองค์ ทรง ตรัสว่า 
ห้วงบุญญา ๘ ประการนี้ เป็นของก่อนกี้โบราณ
ไม่เคยกระจัดกระจาย รวมกันแน่นหนา มานาน
เป็นมงคลใหญ่ ให้สุขสันติ์ สมปราถนา
การขอถึง พระรัตนตรัย เป็นที่พึ่ง
เป็นประหนึ่ง ห้วงน้ำใหญ่ กินใช้ไม่หมด
เพียงกล่าววาจา ว่าตาม ใจจรด 
ไม่มีอด กินใช้ไม่หมด ไม่น่าเชื่อ
การขอถึง ซึ่งก็คือ การบูชา
 สำคัญนักหนา เกิดสัมมา ทิฏฐิ
บูชา บุคคลที่ควรบูชา มหามงคลนี้  
 ถ้าไม่มี เอาดี ไม่ได้
พระรัตนตรัย เป็นเป้าหมาย ชีวี 
ของสุดดี มิใช่ พอดีพอร้าย
เป็นทั้งหมดของชีวิต ที่ลิขิตได้
 สุดร้าย ใดไม่เกิน เมินพระรัตนตรัย

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

บุญไม่มี (สมบัติก็ไม่มา) ชีวิต ถูกลิขิตมา เพื่อให้ เหมือนสายน้ำต้องไหล ไม่ไหล ก็จะตื้นเขิน แล้วก็แห้งขอด ไปไม่รอด เปลี่ยนทางเดิน สมบัติก็เมิน คนไม่ให้ หาทางไปที่อื่น

บุญไม่มี
(สมบัติก็ไม่มา)
ชีวิต ถูกลิขิตมา เพื่อให้
เหมือนสายน้ำต้องไหล ไม่ไหล ก็จะตื้นเขิน
แล้วก็แห้งขอด ไปไม่รอด เปลี่ยนทางเดิน
สมบัติก็เมิน คนไม่ให้ หาทางไปที่อื่น
ความตระหนี่ มีแล้วไม่ให้ไม่ใช้ ภัยชีวิต
ถึงจะมีน้อยนิด ต้องคิดแบ่งปัน
เมื่อคิดจะให้ ปัญญาใส ขึ้นทันควัน
ช่างอัศจรรย์ ทรัพย์นั้น พลันมาเอง
การให้ไม่ง่าย ถ้าใจไม่ศรัทธา
ต้องรัก และมีเมตตากรุณาด้วย
ผู้ให้จึงต้องเป็นคนดี มิจำเป็นต้องรวย
ให้ด้วย..ใจศรัทธา มีอานิสงส์มากที่สุด
 รวยได้ แม้ไม่สวย ไม่เก่ง
คนเส็งเคร็ง ก็รวยได้ ถ้าไม่ไร้ วาสนา
บุญอุ้มสม เคยอบรม ทานศีลภาวนา
บุญนั่นหละ มิฉนั้นหนา อย่าหวัง
บุญวันนี้ คือวาสนา ของวันหน้า
อย่ารอช้า ไม่อาจมา ได้ง่ายๆ
ใช้บุญต่อบุญ นี้ เป็นอุบาย
ทำบุญไม่ขาดสาย บุญวาสนาหลั่งไหลมา
  
อย่าเพิ่งเชื่อใคร ขอให้มา ศึกษาดูก่อน
อย่ารีบร้อน ใจเย็นๆ  จะเห็นความจริง
พุทธศาสนาของแท้ รู้แจ้ง เห็นยิ่ง
รู้เห็นจริง ด้วยตน ไม่ร้อนรนเชื่อใคร
เมื่อไม่ให้ แล้วจะได้ ไม่มี 
 ได้มาฟรีๆ ระวังให้ดี หลงเหยื่อ
 กฎแห่งกรรม ยุติธรรม เหลือเชื่อ
อย่าหลงเป็นเนื้อ พญามาร พลานล่า
แปลกไหม ทำไมมนุษย์ มีมือแขน
เป็นผลตอบแทน การให้ ในอดีต
หยิบยื่นให้ จึงได้มา กรรมลิขิต
ใครไม่ให้ ตายไป ไม่มีสิทธิ์ เป็นมนุษย์อีก
 
;;;;;;;;;;

การได้พบพระ (นับเป็นวาสนาอย่างยิ่ง) การบรรพชาอุปสมบท น่าสลด คนไม่ค่อยเข้าใจ บวชไปทำไม ทำให้ครอบครัวลำบาก การงานไม่ทำ ร่ำเรียกแต่บริจาค เหมือนตัวเหลือบยิ่งนัก ไม่รู้จัก ทำมาหากิน

การได้พบพระ
(นับเป็นวาสนาอย่างยิ่ง)
 

การบรรพชาอุปสมบท น่าสลด คนไม่ค่อยเข้าใจ
บวชไปทำไม ทำให้ครอบครัวลำบาก
การงานไม่ทำ ร่ำเรียกแต่บริจาค
เหมือนตัวเหลือบยิ่งนัก ไม่รู้จัก ทำมาหากิน


คำตอบมีมากหลาย ที่น่าสนใจ มีอันหนึ่ง
พอที่จะ ทำให้คนทึ่ง พอซาบซึ้งได้บ้าง
การบวชพระ นั่นหละเตรียมตัวตาย หาที่พึ่ง
ทุกคนเป็นประหนึ่ง ผู้ต้องหา โทษประหาร

ทุกคนยอมรับ ต้องตาย วันเวลาไหน ไม่รู้
จะมัวเล่นอยู่ หากินอยู่ได้อย่างไร
ไม่คิดบ้าง ต้องเตรียมตัวไว้ ก่อนที่จะสาย
วันตายเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ วันพิพากษา
หรือคนทั้งหลายเปรียบได้ กับคนตกน้ำ
คนช่วยโง่ล้ำ ถ้าว่ายน้ำไม่เป็น
โดดลงไป ตายเปล่า ตายด้วยกัน ไม่พูดเล่น
คนมีปัญญา ช่วยคนเป็น มองหาเส้นเชือก
การบวช ก็คือการฝึกว่ายน้ำ ข้ามวัฏฏะ
มีเป้าหมาย นั่นหละ ช่วยหมู่ญาติ
หรือที่เรียกว่าสร้างบารมี มิอาจขาด
ด้วยสรรพสัตว์ ทุกข์นักหนา น้ำตานอง
สร้างบารมีเท่านั้น ไม่ถูกลงทัณฑ์ โทษประหาร
ของนายยมบาล พิพากษา
บุญใหม่ไม่สร้าง หากินกระทั่งหมดเวลา
แน่นอนนักหนา บ่ายหน้า ไปหานายยมบาล
เมื่อเราบวช หมู่ญาติได้บุญ อนุโมทนา
บิดามารดา ได้เวลา๓๒กัป ไม่ไปอบาย
หมู่ญาติ ได้ถ้วนหน้า ไม่ว่าอยู่ที่ไหน
ใกล้ไกล ขอเพียงตั้งใจ อนุโมทนา
การบวช ประพฤติพรหมจรรย์  อดกลั้นโลกธรรม
ทำตนให้บริสุทธิ์ ไม่ลงต่ำ เสพกามคุณ
เป็นเนื้อนาบุญอันยิ่ง ของผู้ศรัทธาจริง ต้องการบุญ
บุญเกื้อหนุน สุขสมบูรณ์ เป็นสาธุชน คนดี
คนดีอยู่ที่ใด ดินฟ้าอากาศ สดใสบริสุทธิ์
แผ่นดินธรรมแผ่นดินทองผุด มนุษเทโว
โลกมนุษย์ปานสวรรค์ สุขสันติ์สุโข
การบวช จึงโอ้โห เกินคาดคิดของคน
รู้หรือไม่ ชุดนักบวชยิ่งใหญ่ ชุดเข้านิพพาน
ชุดนักบวชนั้น จึงเป็นชุดสุดท้าย
ต้องเป็นนักบวชเท่านั้น จึงเข้านิพพานได้
กฎธรรมชาติยิ่งใหญ่ ใครไม่อาจฝืน

;;;;;;;;;;