แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมาทานวิรัติ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สมาทานวิรัติ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2565

ศีลดีนัก (แต่ต้องรักษาให้เป็น) ศีล เป็นยอดวินัย ยกใจให้ใส และสูงส่งบริสุทธิ์ เป็นมนุส..สเทโว ไม่ใช่คนโตธรรมดา มีบุคคลิกสูงส่ง น่ากราบไหว้ บูชา หมู่พาลา แพ้ทาง หดหัวลดหาง หนีไป

 ศีลดีนัก
(แต่ต้องรักษาให้เป็น)

ศีล เป็นยอดวินัย ยกใจให้ใส และสูงส่งบริสุทธิ์
เป็นมนุส..สเทโว ไม่ใช่คนโตธรรมดา
มีบุคคลิกสูงส่ง น่ากราบไหว้ บูชา
หมู่พาลา แพ้ทาง หดหัวลดหาง หนีไป

ใครทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ประดุจทำร้ายมารดา
แผ่นดินแผ่นฟ้า ไม่อาจจะทนได้
เหมือนเถรเทวทัต ลัดลงอเวจีทันใด
ไฟนรกท่วมกาย อนันตกาล

ถ้าทุกคน เปี่ยมล้น ด้วยศีล๕
อากาศดินฟ้า จะสดใส
โลกและสวรรค์ ไม่ห่างกันไกล
สวยงามสดใส พอๆกัน

ความสงบร่มเย็น ที่ยั่งยืน
จะเกิดขึ้น เมื่อทุกคนมีศีล๕
อานุภาพของศีล ไม่ธรรมดา
แต่ยากนักหนา หลวงปู่ฯจึงลงมา ปราบมาร

ศีลธรรมเท่านั้น คือเครื่องป้องกันโลก
ให้พ้นทุกข์โศก ชาวโลกเป็นพี่น้องกัน
พระเจ้าจักรพรรดิ์ อุบัติ เชื่อมสมาน
สุขไม่มีประมาณ ปานสวรรค์

ศีล คือเกราะคุ้มภัย ได้อย่างดี
หมู่มารมารี แพ้พ่ายภัยตน
เกิดเจ็บป่วยไข้ เกิดอันตราย บัดดล
หนีไม่พ้น ภัยธรรมชาติ 


ศีล จะกลั่นใจ ให้ใสสะอาดบริสุทธิ์
ประดุจ..สังข์ขัด องอาจกล้าหาญ
มีพลังมาก ดังช้างสาร
เปี่ยมล้น ห้าวหาญ ปานราชสีห์

สันติภาพ จะมีขึ้น เมื่อคนตื่นศีล๕
แผ่นดินแผ่นฟ้า แจ่มจ้า สดใส
โลกและสวรรค์ ไม่ห่างกันไกล
เป็นชาวศิวิไลซ์ สวรรค์บนดิน

ความโกรธหมด เมื่อศีลสดใส
สง่างามเกินใคร สดใสผิวพรรณ
มีพลังยิ่งนัก สุดจักประมาณ
เป็นที่อัศจรรย์ อจินไตย

ศีลนั้นดีนัก แต่ต้องรู้จักรักษา
นั่นคือจะ..ต้องตั้งใจวิรัติ หรือละเว้น
ตั้งใจทุกวัน นึกทีละข้อ ขอเป็น
สะสมความเย็น สดใส ไปทุกวัน

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564

พระในพุทธศาสนา (เปรียบว่า เป็นอาทิตย์อุทัย) พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติไว้ วินัยสงฆ์ ให้พระลงบิณฑบาต เป็นวัตร กิจกรณีย์ ไม่ทรงให้ทำมาหากิน ด้วยศีลของสงฆ์นั้นมี ศีลบริสุทธิ์ดี มิเป็นปัญหา ปัจจัยสี่มาเอง

พระในพุทธศาสนา
(เปรียบว่า เป็นอาทิตย์อุทัย)
พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติไว้ วินัยสงฆ์
ให้พระลงบิณฑบาต เป็นวัตร กิจกรณีย์
ไม่ทรงให้ทำมาหากิน ด้วยศีลของสงฆ์นั้นมี
ศีลบริสุทธิ์ดี มิเป็นปัญหา ปัจจัยสี่มาเอง
สำหรับคนทั่วไป รักษาศีลห้าให้ได้ ก็พอ
ทำมาหากินสุจริตล่อ สมบัติมารอ พร้อมพรั่ง
แต่การมีศีล ต้องตั้งใจวิรัติ บุญจึงจะประดัง
วิรัติมีสามอย่าง สมาทานวิรัติ สัมปัตตวิรัติ และสมุจเฉทวิรัติ
สมาทานวิรัติ เข้าวัด ถวายสังฆทาน
 ว่าตามพระสงฆ์ท่าน ไตรสรณคมณ์ ผสมศีลห้า
ตั้งเจตนาวิรัติ เว้นขาด ไม่ทำชั่วช้า 
 เพียงง่ายๆเท่านี้หละ จะซื้อง่ายขายคล่อง กำไรงาม
สัมปัตตวิรัติ  เมื่อมีเหตุอุบัติ เฉพาะหน้า
ตั้งท่า จะพูดผิด ทำผิด คิดได้ทัน
นึกถึงการผิดศีลา ช่างน่า หวาดหวั่น
  ลงนรกโลกันต์ จึงตั้งสติอดกลั้น อดทน
สมุจเฉทวิรัติ ละได้เด็ดขาด พระอริยเจ้า
ด้วยหมดกิเลส ใจเกลี้ยงเกลา ใสสว่าง
กรรมอันใด ไร้เจตนาทำลายล้าง
เป็นกรรมเบาบาง เหมือนดั่ง ตาลยอดด้วน 
บิณฑบาต เพื่อโปรดสัตว์ เป็นวัตรของพระ
เป็นที่พึ่งของประชา ผู้แสวงหาบุญ
ปลูกฝังศรัทธา เมื่อได้เห็นพระ จิตจะอบอุ่น
บุญเกื้อหนุน สังคมสมบูรณ์ พูนสุข
บิณฑบาต ฉลาด เผยแผ่ศาสนา
ชาวประชาเห็นพระ เป็นทัศนานุตริยะ ที่ประเสริฐ
เหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช ศรัทธาเกิด
ได้เห็นสามเณรน้อย ผู้ประเสริฐ บิณฑบาต
ผู้ประพฤติธรรม สงบเสงี่ยมงาม เห็นแล้วใจสงบ
เกิดจิตเคารพ จึงเข้าพบ น้อมนบไหว้
ได้ฟังธรรม ตรองตาม ศรัทธาไสว
ชีวิตพลิกผันเปลี่ยนไป อย่างยิ่งใหญ่ ฝักใฝ่ทางธรรม
  เข้าสู่เส้นทางสายกลาง ทางพ้นทุกข์
ทิ้งทางสนุก ทุกข์ถนัด ที่มีแต่ขัดข้อง
มาสู่เส้นทางธรรม สวยงาม อร่องฉ่อง
หนึ่งไม่มีสอง เส้นทางสายกลาง
ปุถุชนทั้งหลาย แหวกว่าย ในทะเลร้าย
มีปลาเล็กใหญ่ ไล่ กัดกิน
 โกลาหล กระเสือกกระสน สุดชีวิน
โอกาสสิ้น มืดมน อนธกาล
พระเป็น เช่น อาทิตย์อุทัย
เปล่งแสงใส อุ่นละไม แก่สรรพสัตว์
ชาวประชา กราบก้ม ประนมหัตถ์ 
นำอาหารสารพัด ใส่บาตร ชื่นใจ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2563

คนมีศีลกลิ่นกายหอม (เทวดาห้อมล้อม ลงรักษา) :: ประเสริฐสุด ในมวลมนุษย์ คือผู้ทรงศีล หอมถึงถิ่น ไกลแสน แม้นชั้นฟ้า ทนไม่ไหว ลงมาไว เทวดา ปราถนา สิ่งใด เทพไท้ บันดาล

คนมีศีลกลิ่นกายหอม
(เทวดาห้อมล้อม ลงรักษา)
ประเสริฐสุด ในมวลมนุษย์ คือผู้ทรงศีล
หอมถึงถิ่น ไกลแสน แม้นชั้นฟ้า 
ทนไม่ไหว ลงมาไว เทวดา 
ปราถนา สิ่งใด เทพไท้ บันดาล
มีปัญญา จึงมีศีลา ด้วยเห็นประโยชน์
หนึ่ง เป็นที่โปรด..ปราน ของบัณฑิต
สอง เป็นที่มานอน ของสมบัติ สารพัดทิศ
สาม มีจิต..แจ่มใส เที่ยวไป ในสุคติ
ศีลรักษา หนึ่ง สมาทานวิรัติ
 การตั้งใจมั่นยืนหยัด ด้วยการสมาทาน
สอง สัมปัตตวิรัติ เว้นเฉพาะหน้า ในเหตุการณ์ 
และสาม เดิมพัน..ด้วยชีวิต เว้นเด็ดขาด สมุจเฉทวิรัติ นั่นเอง
เมื่อเว้นได้ ใจจะปีติ
เป็นความดี อันยิ่งใหญ่ ไม่ธรรมดา
จะมีสมบัติไหลมา
 หมู่พาลา และอันตราย ไม่มาใกล้
 มนุษย์มะนา ที่ไม่รักษา ศีล
เมื่อศีลสิ้น กลิ่นกาย จะเหม็น
เทวดาสุดทน หนีให้พ้น คนเวร
ความทุกข์เข็น ยากแค้น แล่นเข้ามา
ศีล เป็น เช่นกรอบ
ใครๆชอบ ชื่นชม นิยมเข้าใกล้
เป็นเสน่หา งามจับตา จับใจ
เป็นวินัย ยกคน พ้นอบาย
ศีล มาจากสิระ หรือ ประเสริฐ 
ขวนขวายเถิด มาศึกษา รักษาศีล
 ประเสริฐ เลอเลิศ เทพเดินดิน
รักษาศีล ปิ่นมนุษย์ สุดยอดคน
ศีล เป็นเบี้องต้น เป็นที่ตั้ง เป็นบ่อเกิด 
สิ่งประเสริฐ ล้วนเกิด จากศีล
คนดี อยู่ดี กินดี มีกิน
มีศีล เป็นภาชนะดี มิมีรั่ว
ศีล ประมุข กุศลกรรม 
ไม่อาจล่วงล้ำ ทำเกินดี
สะอาด ระเบียบ มารยาท ต้องมี
นอกจากนี้ ตรงเวลา และสมาธิ
สมาธิ  มีศีล เป็นฐาน
มิฉนั้น มันเป็น มิจฉาสมาธิ
ที่อาจทำร้าย ทำลาย ชีวี
สำคัญยิ่ง สัมมาสมาธิ ต้องผ่านที่ ศูนย์กลางกาย

;;;;;;;;;;