แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีลห้า แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ศีลห้า แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2566

ปุถุชนกิเลสหนา (ดื่มสุรายาเมา) ศีลห้า รักษาความเป็นคน สำคัญล้น คือข้อห้า มนุษย์ ต่างจากปุถุชน คนธรรมดา ปุถุชนกิเลสหนา ดื่มสุรายาเมา

 ปุถุชนกิเลสหนา
(ดื่มสุรายาเมา)

 
เป็นคน เป็นได้ยาก
ยากสุดยาก ยิ่งกว่า เต่าตาบอด
ทุกร้อยปี โผล่หัว ขึ้นมาสอด
ลอดบ่วงน้อย ลอยอยู่กลางทะเล

ชีวิตคน มีค่าสุดประมาณ
 อายุสุดสั้น ปานฟองน้ำฝน
แต่หลังตาย กลับนานเหลือล้น
ด้วยชีวิตคน มีค่า สร้างบารมี

สร้างบารมี หนีคุกประหาร
ซึ่งหมู่มาร ขวางกั้น สุดกำลัง
สรรพสัตว์ เป็นเหยื่อ โง่จัง
ใช้ตัณหา เป็นยาสั่ง ไล่ต้อน

พระใช้บุญ มารใช้บาป
บุญเป็นบารมี บาปเป็นกิเลส
พระกับมาร รอนราน เป็นเหตุ
เกิดอาเพท เหตุการณ์ต่างๆ

แต่คนทั้งหลาย คล้ายไก่ได้พลอย
เขี่ยทิ้งจ้อย พลอยเม็ดงาม
หมู่เทวดา เห็นแล้ว ขำ
ช่างโง่ล้ำ ปุถุชน

แสวงบุญสร้างบารมี กรณียกิจ
สุดขีด ทำพระนิพพานให้แจ้ง
โลกมนุษย์เท่านั้น เป็นแหล่ง
และสุดแกร่ง คือกายคน

ศีลห้า รักษาความเป็นคน
สำคัญล้น คือข้อห้า
มนุษย์ ต่างจากปุถุชน คนธรรมดา
 ปุถุชนกิเลสหนา ดื่มสุรายาเมา

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565

คนดี (มีมนุษยธรรม) มนุษย์ คือคนดี มีมนุษยธรรม มีศีลห้าค้ำ จึงไม่ใช่ปุถุชน คนธรรมดา ไม่เพียง กินนอนถ่ายสืบพันธุ์ เท่านั้นหนา ต้องมีสติสัมปชัญญะ รักษา มนุษยธรรม

 คนดี
(มีมนุษยธรรม)


มนุษย์ คือคนดี มีมนุษยธรรม
มีศีลห้าค้ำ จึงไม่ใช่ปุถุชน คนธรรมดา
ไม่เพียง กินนอนถ่ายสืบพันธุ์ นะ
ต้องมีสติสัมปชัญญะ รักษา มนุษยธรรม

 มนุษยธรรม ศีลห้า ไม่ดื่มสุราสำคัญสุด
เป็นคนเหนือคน เป็นมนุษย์ คนมีศีล
มีใจกว้าง เข้าวัดปฏิบัติธรรม เป็นอาจิน
คนทั่วถิ่น เทอดไท้ ให้ความเคารพ

คนทั่วไป ไร้สติปัญญาตรอง
แสนขุ่นข้อง เมื่อขอร้อง ไห้เลิกดื่มสุรา
อันเป็นเครื่อง ทำลายสติสัมปชัญญะ
แต่คนพาลบอกว่า ข้ายังขับรถได้

ขับรถได้ ไม่ไช่ จะมีสติสัมปชัญญะ
แต่ว่า ใจมันมืดหนา ยิ่งกว่าเดิม
ดับปัญญา มีมิจฉาทิฏฐิ เพิ่ม
ต่อต้านความดี ยิ่งกว่าเดิม เพิ่มทำบาป

คนดื่มสุรา ใจจะอยู่กับ ความเพลิน
เหมือนเดิน..ตามเหยื่อล่อ ตะขอเบ็ดมาร
เดินลงต่ำ ดำดิ่ง สู่คุกประหาร
เข้าทางมาร เดินตามกันไป

การดื่มสุรา ได้ชื่อว่า ประมาทยิ่ง
ทำลายสิ่ง ที่มีค่าจริงๆ คือสติ
รู้หรือไม่ สติสัมปชัญญะ คุ้มครองชีวี
ให้เรานี้ เดินทางบุญ ทางเจริญ

หิริโอตัปปะ คุณธรรมค้ำจุนโลก
แต่ตลก คนดื่มสุรา ไม่อายไม่กลัวบาป
สามารถผิดศีล ได้ทุกข้อ จงทราบ
เท่ากับ วายร้าย ทำลายสังคม

 สุรา น้ำเปลี่ยนนิสัย ไปเป็นสัตว์ร้าย
แม้ยังไม่ตาย ก็รู้ได้ คล้ายสัตว์นรก
ใจจืดใจดำ ไม่ดูดำดูดี คนทั้งโลก
คนซกมก อยู่แต่ในโลกของตน

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2564

มีแต่ชัยไม่มีแพ้ (ได้แก่ขันติบารมี) ความอดทน เป็นตะบะอย่างยิ่ง แปลกจริงๆ แปลกอย่างยิ่ง ไม่คิดไม่แปลก กล่าวคือ พระพุทธองค์ ทรงยก ขึ้นเป็นเอก มีอานุภาพเป็นเอนก ในโอวาทปาฏิโมกข์

มีแต่ชัยไม่มีแพ้
(ได้แก่ขันติบารมี)

ความอดทน เป็นตะบะอย่างยิ่ง
แปลกจริงๆ แปลกอย่างยิ่ง ไม่คิดไม่แปลก
กล่าวคือ พระพุทธองค์ ทรงยก ขึ้นเป็นเอก
มีอานุภาพเป็นเอนก ในโอวาทปาฏิโมกข์
ความอดทน อานุภาพล้น เป็นตะบะ
เป็นไฟแก่กล้า เผากิเลสะ ภายใน
การเผยแผ่ศาสนา เป็นการสร้างบารมีใหญ่
มารตัวดี ขวางสุดใจ สุดกำลัง

 ใช้ความอดทน เผากิเลส ที่ก่อเภทภัย ภายนอก
 มารร้ายกลายเป็นกระจอก ด้วยขันติบารมี
เหตุการณ์ทั้งหลาย ภายนอก ที่เห็นอยู่นี้
เป็นกรรมวิบากก่อนกี้ มาปรากฎ
 ความอดทน เลิศล้น 
ความอดกลั้น
คือ ไม่สู้ ไม่ห้ำหั่น ไม่โรมรัน กับใครๆ
ทำใจดีสู้เสือ หยุดนิ่งใส ไม่หนีหาย
 สร้างบารมี เรื่อยไป ดีหลาย ทำใจเมตตา
สูตรสำเร็จ ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป
 ของครูไม่ใหญ่ สู้มารได้ ไม่มีแพ้
 ปัญหาไม่เป็นปัญหา ชนะแน่
ปุถุชน แก้ปัญหา เหมือนลิงแก้แห ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง
ไม่สู้ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป ก็คืออดทน 
 แม้ชีพป่น ก็ไม่ว่าร้ายทำร้าย สำรวมศีล
รู้จักประมาณ การกิน 
นั่งนอนในถิ่น ที่สงบ ในอู่ทะเลบุญ
ความอดทนที่แท้ 
ไม่มีข้อแม้ เงื่อนไข
ปรารภความเพียรให้ได้ ในอธิจิต
ถ้าสู้หรือไม่สู้ อยู่นิ่งๆ แพ้สนิท
ชนะแน่ๆ ไม่มีสิทธิ์..แพ้ มีแต่ทำดีเรื่อยไป
สุดยอดดี คือทำความเพียรในอธิจิต
นั่งสมาธิ ทุ่มชีวิต ทำจิตให้หยุด
หยุดเป็นตัวสำเร็จ บารมีผุด
ชีวิตพลิกผันสุดสุด หลุดพ้นมือมาร
 
 ;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2564

พระในพุทธศาสนา (เปรียบว่า เป็นอาทิตย์อุทัย) พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติไว้ วินัยสงฆ์ ให้พระลงบิณฑบาต เป็นวัตร กิจกรณีย์ ไม่ทรงให้ทำมาหากิน ด้วยศีลของสงฆ์นั้นมี ศีลบริสุทธิ์ดี มิเป็นปัญหา ปัจจัยสี่มาเอง

พระในพุทธศาสนา
(เปรียบว่า เป็นอาทิตย์อุทัย)
พระพุทธองค์ ทรงบัญญัติไว้ วินัยสงฆ์
ให้พระลงบิณฑบาต เป็นวัตร กิจกรณีย์
ไม่ทรงให้ทำมาหากิน ด้วยศีลของสงฆ์นั้นมี
ศีลบริสุทธิ์ดี มิเป็นปัญหา ปัจจัยสี่มาเอง
สำหรับคนทั่วไป รักษาศีลห้าให้ได้ ก็พอ
ทำมาหากินสุจริตล่อ สมบัติมารอ พร้อมพรั่ง
แต่การมีศีล ต้องตั้งใจวิรัติ บุญจึงจะประดัง
วิรัติมีสามอย่าง สมาทานวิรัติ สัมปัตตวิรัติ และสมุจเฉทวิรัติ
สมาทานวิรัติ เข้าวัด ถวายสังฆทาน
 ว่าตามพระสงฆ์ท่าน ไตรสรณคมณ์ ผสมศีลห้า
ตั้งเจตนาวิรัติ เว้นขาด ไม่ทำชั่วช้า 
 เพียงง่ายๆเท่านี้หละ จะซื้อง่ายขายคล่อง กำไรงาม
สัมปัตตวิรัติ  เมื่อมีเหตุอุบัติ เฉพาะหน้า
ตั้งท่า จะพูดผิด ทำผิด คิดได้ทัน
นึกถึงการผิดศีลา ช่างน่า หวาดหวั่น
  ลงนรกโลกันต์ จึงตั้งสติอดกลั้น อดทน
สมุจเฉทวิรัติ ละได้เด็ดขาด พระอริยเจ้า
ด้วยหมดกิเลส ใจเกลี้ยงเกลา ใสสว่าง
กรรมอันใด ไร้เจตนาทำลายล้าง
เป็นกรรมเบาบาง เหมือนดั่ง ตาลยอดด้วน 
บิณฑบาต เพื่อโปรดสัตว์ เป็นวัตรของพระ
เป็นที่พึ่งของประชา ผู้แสวงหาบุญ
ปลูกฝังศรัทธา เมื่อได้เห็นพระ จิตจะอบอุ่น
บุญเกื้อหนุน สังคมสมบูรณ์ พูนสุข
บิณฑบาต ฉลาด เผยแผ่ศาสนา
ชาวประชาเห็นพระ เป็นทัศนานุตริยะ ที่ประเสริฐ
เหมือนพระเจ้าอโศกมหาราช ศรัทธาเกิด
ได้เห็นสามเณรน้อย ผู้ประเสริฐ บิณฑบาต
ผู้ประพฤติธรรม สงบเสงี่ยมงาม เห็นแล้วใจสงบ
เกิดจิตเคารพ จึงเข้าพบ น้อมนบไหว้
ได้ฟังธรรม ตรองตาม ศรัทธาไสว
ชีวิตพลิกผันเปลี่ยนไป อย่างยิ่งใหญ่ ฝักใฝ่ทางธรรม
  เข้าสู่เส้นทางสายกลาง ทางพ้นทุกข์
ทิ้งทางสนุก ทุกข์ถนัด ที่มีแต่ขัดข้อง
มาสู่เส้นทางธรรม สวยงาม อร่องฉ่อง
หนึ่งไม่มีสอง เส้นทางสายกลาง
ปุถุชนทั้งหลาย แหวกว่าย ในทะเลร้าย
มีปลาเล็กใหญ่ ไล่ กัดกิน
 โกลาหล กระเสือกกระสน สุดชีวิน
โอกาสสิ้น มืดมน อนธกาล
พระเป็น เช่น อาทิตย์อุทัย
เปล่งแสงใส อุ่นละไม แก่สรรพสัตว์
ชาวประชา กราบก้ม ประนมหัตถ์ 
นำอาหารสารพัด ใส่บาตร ชื่นใจ

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ศีลอริยทรัพย์ (มีสมบัติสามได้ง่ายๆ) :: แปลกนัก ถ้ารู้จักคิด พิจารณา มนุษย์มนา มีกายา ตั้งตรง ตัวไม่ขวาง อย่างกะสัตว์ น่างง ต้องก้มลง เลื้อยหรือคลาน ตัวขนานกับพื้น

ศีลอริยทรัพย์
(มีสมบัติสามได้ง่ายๆ)

แปลกนัก ถ้ารู้จักคิด พิจารณา
มนุษย์มนา มีกายา ตั้งตรง
ตัวไม่ขวาง อย่างกะสัตว์ น่างง
ต้องก้มลง เลื้อยหรือคลาน ตัวขนานกับพื้น
พระสอนว่า ถ้าอยากได้กายา เป็นมนุษย์
ที่สุด จะต้องมีมนุษย์สมบัติ
นั่นคือศีลห้า ต้องสมบูรณ์ สะอาด
ศีลขาด ใจเป็นสัตว์ กายเป็นคน
ดังนั้น ถ้าศีลห้าพร่อง จึงไปต้องร่างกาย
จะเจ็บป่วยไข้ ร่างกายเปลี่ยนแปลง
ให้เพี้ยนไปจากมหาบุรุษ ปูดเบี้ยว เหี่ยวแห้ง
กรรมตบแต่ง สำแดงให้เห็น
ลักษณะกายหยาบ จึงเหมาะกับกรรมของตน
ใครผิดศีลปี้ป่น ชาติหน้าฟ้าใหม่ จะได้ร่างสัตว์
ส่วนกายละเอียดนั้น เหมือนกันชัด
ไม่ใช่กายสัตว์ เป็นกายมนุษย์เหมือนกันหมด
หลังตาย กายละเอียด จะออกไปจากร่าง
ปล่อยวาง ถอดกายหยาบ ไว้กับโลก
กายหยาบที่พิกลพิกาล คล้ายกับเครื่องลงทัณฑ์ ช่างตลก
นี้คือ ธรรมชาติของโลก และชีวิต
มนุษย์ แปลว่าใจสูง มุ่งรักษาศีล
การทำมาหากิน จะไม่ฝืดเคือง
มีกินมีใช้ได้ง่ายๆ ไม่ต้องตะเกียกตะกาย หาเรื่อง
ห้ามโกรธ ห้ามขุ่นเคือง นั่นแหละมีศีล
ศีลท่านว่า คืออริยทรัพย์
เป็นต้นสมบัติสาม ทรัพย์สมบัติ รูปสมบัติ และคุณสมบัติ
สำรวมกายวาจา มารยาท สะอาด
ท่านจะไม่ขาด เหลือกินเหลือใช้
 น่าเสียดาย คนทั้งหลาย ไม่ใส่ใจ ฝึกตน
ปุถุชน กิเลสหนา ปัญญาอ่อน
ใช้กำลัง อย่างสัตว์ และสำส่อน
ไม่ฟังคำสอน จึงเดือดร้อน มีปัญหา



 ;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2562

คนดีมีศรัทธา(เทวดารักษา พาอยู่เย็น) :: คนดี มีสามลักษณะ หนึ่ง นั่นหนา มีใจกว้าง สอง ย่อมมีคนดีคบหา จริงจัง สาม เปรียบดัง เทวดา นำพาอยู่เย็น

 คนดีมีศรัทธา
(เทวดารักษา พาอยู่เย็น)
คนดี มีสามลักษณะ
หนึ่ง นั่นหนา มีใจกว้าง
 สอง ย่อมมีคนดีคบหา จริงจัง
สาม เปรียบดัง เทวดา นำพาอยู่เย็น
 เพียงใจกว้าง ยังไม่แน่
ว่าจะดีแท้หรือไม่
คนพาลใจกว้างจะตาย
แต่พาเมามาย พาไปทางชั่ว
คนพาลใจกว้าง
เหมือนอย่าง เลี้ยงสัตว์
ขุนให้อ้วน ได้ที่ จึงจับมัด
คนอ่อนหัด เหมือนหมู รู้จักแต่จะกิน
คนดีใจกว้างด้วยรัก
แปลกนัก รักแล้วอยากให้
ยิ่งให้ก็ยิ่งได้
หมือนแม่น้ำใหญ่ ไหลไม่หยุด
คนดีแท้ มีเพื่อนแต่ดีดี
 ที่ ไม่ดื่มสุราเมรัย
 รักษาศีลห้าทุกข้อได้
เป็นนิสัย สม่ำเสมอ
คนดีคบกับคนดี นี้ธรรมดา
อีกาคู่หง ลงกันไม่ได้
คนพาลฉลาด ภายในร้าย
ภายนอกงามวิไล อย่าได้หลงเหยื่อ
คนสุดดี
ดูได้ที่ พาอยู่เย็น
พาแสวงบุญสร้างบารมี เป็น
ยามทุกข์เข็ญ วิ่งเต้นช่วยเหลือ
จงเป็นคนดี ดังที่ว่า
มีเทวดาลงรักษา สบาย
ไม่เจ็บป่วยไข้
มีกินมีใช้ ไม่ขัดสน
คนดี จะมีความอดทน
ไม่ตามใจตน จะมีคนดูแล
ไปจนเฒ่าจนแก่
มีศรัทธาแท้ ไม่ใช่คนจน
เป็นคนรวยอริยทรัพย์
เหมือนกับ มีนา แต่ว่าไม่มีเงิน
อย่าดูเผินๆ
อย่าดูแต่เงิน ที่หมดได้
ขอเพียงเป็นคนดี ไม่มีจน
ที่เป็นคนดี มีศรัทธา
เป็นหน้าที่ของเทวดา ที่จะลงรักษา
เป็นความลับของฟ้า คนธรรมดาไม่รู้

;;;;;;;;;;