วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2567

บุญ (อจินไตย คล้ายมารดา) บุญ อันโจรนำไปไม่ได้ อจินไตย คล้ายมารดา ตามอุปถัมภ์ รักษา ทุ่มชีวา สุดชีวิต

 บุญ
(อจินไตย คล้ายมารดา)

บุญ อันโจรนำไปไม่ได้
อจินไตย คล้ายมารดา
ตามอุปถัมภ์ รักษา
ทุ่มชีวา สุดชีวิต
บุญนำสุขมาให้ ในเวลาสิ้นชีวิต
ตามติดรักษา ทุกภพชาติ
สมบัติสาม มีไม่ขาด
เป็นสิทธิธาตุ สมปราถนา
การสั่งสมบุญ นำสุขมาให้
บุญนั้นใช่ ชื่อของความสุข
ตรงข้ามกับบาป ให้ทุกข์
ปุถุชน รักสนุก จึงทุกข์ถนัด
บุญเป็นที่พึ่ง ของสัตว์ในโลกหน้า
อย่ารอช้า สั่งสมบุญ
ทานศีลภาวนา ทำให้คุ้น
แสวงบุญ สร้างบารมี ณ ที่วัด
ควรทำบุญ อันนำสุขมาให้
และไปให้ไกล จากบาป
อย่าคบคนพาล สันดานหยาบ
มีบุญกับบาป ตามติด หลังตาย
ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมยินดีในโลกนี้
และยินดีนัก หลังตาย
ชื่อว่า ยินดีในโลกทั้งสอง ก็ใช่
ไปสู่สุคติย่อมยินดีใหญ่ ใจเบิกบาน
ผู้ทำบุญแล้ว ย่อมบันเทิงในโลกนี้
 ย่อมบันเทิงกว่านี้ เมื่อละไป
ชื่อว่าย่อมบันเทิง ในโลกทั้งสองได้
เห็นความบริสุทธิ์ใส แล้ว ย่อมบันเทิง

;;;;;;;;;;

วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2567

อย่าปล่อยให้ใจตก (จงยกไว้เสมอ) อย่าปล่อย ให้ใจตก จงยก ไว้เสมอ บนเส้นทางธรรม ที่เลิศเลอ สุขสมปราถนา เสมอ อจินไตย

 อย่าปล่อยให้ใจตก
(จงยกไว้เสมอ)

อย่าปล่อย ให้ใจตก
จงยก ไว้เสมอ
บนเส้นทางธรรม ที่เลิศเลอ
สุขสมปราถนา เสมอ อจินไตย


ยกใจง่ายๆ เพียงหยุดคิด
ความหงุดหงิด จะหาย
อีกทั้งความซึมเซ็ง เบื่อหน่าย
ความสุขย่างกลาย หายเกียจคร้าน

การฝึกหยุดคิด อยู่ในตน
บนถนน เส้นทางธรรม
สุดประเสริฐ เลิศล้ำ
เส้นทางธรรม ทางอริยะ
หยุดคิดไม่ง่าย ถ้าใจร้อนรน
จึงต้องผ่อนปรน ด้วยศีล
สำรวมกายวาจา เป็นอาจิน
ความมีศีล จึงจำเป็น
สำรวมกายวาจาก็ยาก ถ้าไม่รักคนอื่น
จึงต้องเป็นผู้ยื่น เป็นผู้ให้
การบำเพ็ญทาน จึงต้องใส่ใจ
ด้วยใจเลื่อมใส ในพระพุทธองค์ฯ
ทานศีลภาวนา ยกใจ
เป็นกุศโลบาย ให้สุขสมปราถนา
ผู้เข้าใจ เป็นบัณฑิต มีปัญญา
มีศรัทธา ในพระศาสน์ฯ
หยุดคิดอยู่ในตน คนมีสติสัมปชัญญะ
เป็นธรรม อุปการะ ชีวิต
เหมือนมีมารดา รักบุตรสุดจิต
คอยตามติดดูแล ทุกภพชาติ

;;;;;;;;;;

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2567

กฎธรรมชาติ (กฎเด็ดขาดของมาร) ชีวิต เผชิญกับกฎธรรมชาติ กฎเด็ดขาด ของมาร สรรพสัตว์ ทุกข์อนันต์ มีมานาน อจินไตย

 กฎธรรมชาติ
(กฎเด็ดขาดของมาร)

ชีวิต เผชิญกับกฎธรรมชาติ
กฎเด็ดขาด ของมาร
สรรพสัตว์ ทุกข์อนันต์
มีมานาน อจินไตย

ต้องเรียนรู้ ทุกผู้คน
ด้วยทุกข์เหลือล้น ถ้าไม่ใส่ใจ
ปุถุชน คนส่วนใหญ่
หลวงปู่ฯ จึงต้องไป สุดธรรม
กฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี
ทำชั่วได้ดี ไม่มีแน่
กิเลสกรรมวิบาก เป็นกระแส
สรรพสัตว์ เหมือนแช่ จนคุ้น
เหมือนหนอนในส้วม กินอาจม
ยากจะโน้มนำ ทำให้เลิกลา
แม้จะให้เป็น เทวดา
แต่หนอน ขอเป็นหนอนดีกว่า สบาย
กิเลสกรรมวิบาก วัฏฏจักร
จมปลัก เวียนวน
ทุกข์ในวัฏฏะ เหลือล้น
เมื่อเกิดเป็นคนใหม่ ก็ลืมไปหมด
กฎไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
เป็นลักษณะ ของสิ่งภายนอกตน
ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน
เหมือนล้น เหมือนกับ พยับแดด
เห็นว่ามี แต่เรารู้ดี ว่าไม่มีตัวตน
เราจึงไม่สน ไม่ใส่ใจ
หรือละคร โขนหนัง ก็ใช่
เราจึงไม่ใส่ใจ เป็นจริงเป็นจัง

ผู้มีสติ จึงปล่อยวางโลกโลกีย์
เพราะโลกนี้ คือโรงละคร
ยกใจตน พ้นตัณหา หมดทุกข์ร้อน
กิเลสถอน เข้าสู่ทางธรรม ทางชีวิต

;;;;;;;;;;

วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2567

กิเลสตัณหาร้อยรัด (สรรพสัตว์ ยากปล่อยวาง) ผู้ใด ปล่อยวางได้ ความกระวนกระวายใจ ไม่มี สงบระงับ อยู่เย็น เป็นสุขดี เป็นชีวี อุดมภ์การ

 

กิเลสตัณหาร้อยรัด
(สรรพสัตว์ ยากปล่อยวาง)

ผู้ใด ปล่อยวางได้
ความกระวนกระวายใจ ไม่มี
สงบระงับ อยู่เย็น เป็นสุขี
เป็นชีวี อุดมภ์การ

ผู้ใด ไม่ติด ในกามทั้งปวง
 ย่อมล่วง ฌานอื่นได้
 ในสัญญาวิโมกข์ น้อมใจ
อากิญจัญญายตนฌาน ไม่มีเสื่อม
ผู้ปราศจากราคะ และโทสะ
 พึงเจริญเมตตาจิต ไม่มีประมาณ
 งดอาชญาทั้งปวงแล้ว นั้น
ย่อมเข้าถึงสถาน อันประเสริฐ 
 ผู้ดับกิเลสได้ และรู้ในที่สุดทั้ง ๒
ย่อมไม่ข้อง ในท่ามกลาง ด้วยปัญญา
ละเครื่องเย็บร้อยใจ ในโลกตัณหา
ผู้นั้นเรียกว่า มหาบุรุษ
ผู้หลงยึดสิ่งภายนอก ว่าของเรา
 ย่อมโศกเศร้า รำพัน และตระหนี่ 
 ผู้ไม่หลงยึดติด คือมุนี
  จึงหนี ความยึดติดนี้ไปได้
มีบุตร เศร้าโศกเพราะบุตร
มีโค เศร้าโศกเพราะโค ดุจเดียวกัน
 นรชนเศร้าโศก เพราะอุปธิ ยึดมั่น
 ไม่มีอุปธิ ผู้นั้น ไม่เศร้าโศกเลย

;;;;;;;;;;

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567

คนดี (กิจกรณีย์ หนีตัณหา) คนดี มีกิจกรณีย์ หนีตัณหา มีชีวา เพื่อสละ เพื่อให้ เพื่ออนุเคราะห์ สงเคราะห์ ตัดอาลัย เห็นความร้าย ของตัณหา พญามาร

 คนดี
(กิจกรณีย์ หนีตัณหา)

คนดี มีกิจกรณีย์ หนีตัณหา
มีชีวา เพื่อสละ เพื่อให้
เพื่ออนุเคราะห์ สงเคราะห์ ตัดอาลัย
เห็นความร้าย ของตัณหา พญามาร
ทำทาน ไม่ว่าท่าน มีมากหรือน้อย
ใช้สอย ประหยัดสุด ประโยชน์สูง
ขจัดตระหนี่ หนีตัณหา หมายมุ่ง
เพื่อพยุงใจ ไม่ให้ไหลไปทางต่ำ
พยุงใจ ให้อยู่ทางธรรม
ทางบุญอุปถัมภ์ ค้ำจุน
ทางสมบัติสาม เกื้อหนุน
สุขสมบูรณ์ ทุกภพชาติ
ทรัพย์มบัติ รูปสมบัติ คุณสมบัติ
แน่นขนัด ที่ทางสายกลาง
สละทรัพย์ ขจัดตระหนี่ จึงจะสมหวัง
ทำอย่าง แม่น้ำใหญ่ ไหลไม่หยุด
แม่น้ำใหญ่ ไหลมาจากต้นน้ำ
ที่ที่ ฝนตกประจำ ภูเขาใหญ่
การบำเพ็ญทาน ท่านก็จะได้
สมบัติอจินไตย ต้นสมบัติ
ด้วยการบำเพ็ญทาน ทำให้ใจนุ่ม
ไม่ร้อนรุ่ม ใจเย็น เป็นอาจิน
ได้คุณสมบัติใหญ่ อันเป็นศีล
ทำชีวิน ปลอดภัย ชัยชนะ
บำเพ็ญทาน ท่านมีบ่อสมบัติ
ศีลสุดคาด สมบัติเป็นภูเขา
บำเพ็ญทาน เหมือนท่าน เปิดเอา
สมบัติเก่า ของเราเอง

;;;;;;;;;;

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2567

มีสักแต่มีไม่ยึดถือ (นี้แหละคือภิกษุ) ผู้ใด ไม่มีความยึดถือ สิ่งทั้งปวง ไม่หึงไม่หวง ในรูปนาม ย่อมไม่เศร้าโศก ด้วยอะไรก็ตาม ผู้นั้นแล เลิศล้ำ เป็นภิกษุ

มีสักแต่มีไม่ยึดถือ
(นี้แหละคือภิกษุ)

ผู้ใดมีสติ ฟัง พระชินเจ้า
 เหล่า อาสวะทั้งปวงย่อมสิ้นไป
เป็นพระอริยะ ไม่สงสัย
มีใจใส ใจสงบ อย่างยิ่ง

ผู้ใด ระมัดระวังอินทรีย์
 ปีติยินดี ซื่อตรง และอ่อนโยน
ย่อมล่วงกิเลส เครื่องข้อง ได้พ้น
หมดทุกข์ทน เที่ยวไป อย่างไร้กังวล

ผู้ใด ขัดเคือง เป็นนิสัย
ตระหนี่หลาย อยากได้ ไม่สิ้นสุด
โอ้อวด ไม่ละอาย ไม่ใช่มนุษย์
เลวสุด ผุดจากนรก
บัณฑิตไม่ศึกษา เพื่อลามก
ใจสงบ เมื่อเสื่อมลาภ
 ไม่ยินดียินร้าย ใจระงับ
เพราะตัณหาดับ และไม่ติดในรส
ผู้เห็นความยิ่ง และหย่อนในโลก
ย่อมไม่โศก ไม่หวั่นไหว
  สงบ ไม่มีกิเลส ดุจควันไฟ
 ทุกข์มลาย ไร้ตัณหา ข้ามชาติชราได้
ผู้ใด เป็นผู้เยือกเย็นสงบดี
 ไม่มีอุปธิ ไม่ติดในกาม
ผู้นั้น เป็นพราหมณ์
สง่างาม อยู่เป็นสุขทุกเมื่อ

ผู้ใด ไม่มีความยึดถือ สิ่งทั้งปวง
ไม่หึงไม่หวง ในรูปนาม
ย่อมไม่เศร้าโศก ด้วยอะไรก็ตาม
ผู้นั้นแล เลิศล้ำ เป็นภิกษุ

;;;;;;;;;;

วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2567

ผู้บำเพ็ญทาน (ท่านมีบ่อสมบัติ) การทำทาน ปานว่าขุดบ่อน้ำ แน่ล้ำ มีน้ำ อยู่ใต้ดิน ขุดดินทิ้งไปๆ จนถึงถิ่น น้ำใต้ดิน ไหลมา

 ผู้บำเพ็ญทาน
(ท่านมีบ่อสมบัติ)

การทำทาน ปานว่าขุดบ่อน้ำ
แน่ล้ำ มีน้ำ อยู่ใต้ดิน
ขุดดินทิ้งไปๆ จนถึงถิ่น
น้ำใต้ดิน ไหลมา
 
การทำทาน ขจัตระหนี่
มีบุญไหลลี่ เข้ามา
บุญเป็นอริยทรัพย์ หรือบ่อทรัพย์นั่นหละ
การทำทาน การหาทรัพย์ โดยตรง
ทรัพย์ เกิดจากบุญในอดีต
เมื่อถึงขีด ถึงคราว
ไม่ใช่ หนึ่งสมองสองมือ ของเจ้า
ด้วยบุญเก่า เจ้าจึงได้มา
ทำชั่วได้ทรัพย์ คนบาปหนา
นั่นหละ เจ้ากินบุญเก่า
จะกินผลไม้ แต่เจ้าขโมยเอา
คนโง่เขลา ขาดความอดทน
การหากินสุจริต สัมมาอาชีวะ
จงรู้ว่า ได้บุญนัก
แต่การบำเพ็ญทาน ต้องรู้จัก
เป็นหลัก เป็นประธาน สัมมาอาชีวะ
ดังนั้น ผู้บำเพ็ญทาน มีบ่อสมบัติ
มีทรัพย์ไม่ขาด ไม่มีหมด
ยังติดตาม คอยอุปถัมภ์ ไม่ละลด
ทุกชาติภพ ที่เกิด
น้ำใต้ดิน คือบุญวาสนา
ที่สั่งสมมา แต่อดีต
การทำทาน ปานมีบ่อเนรมิต
ทรัพย์สุจริต มีมาเอง อจินไตย

;;;;;;;;;;